
สำนักข่าวเสียงประชาธิปไตยแห่งพม่าหรือ DVB รายงานเมื่อวันที่ 17 กันยายน 2569 ว่านางซิลเวีย เส่ง ภรรยาของนายมินเส่ง ได้ยื่นคำร้องโดยตรงต่อนายโดนัลด์ ทรัมป์ ประธานาธิบดีสหรัฐฯให้ช่วยผลักดันให้นายมินเส่งได้รับอิสรภาพในเร็ววัน ขณะที่นายทรัมป์มีกำหนดการพบปะกับนายสี จิ้น ผิง ผู้นำจีน ในสัปดาห์หน้า
ทั้งนี้นายมินเส่ง เป็นนักวิชาการสัญชาติอเมริกันเชื้อสายพม่า มีความเชี่ยวชาญด้านการเมืองพม่าได้ถูกทางการจีนควบคุมเป็นเวลากว่า 3 เดือนแล้ว
“ด้วยประวัติผลงานของประธานาธิบดีในการพาชาวอเมริกันที่ถูกควบคุมตัวอย่างไม่เป็นธรรมกลับบ้าน ทำให้ดิฉันมั่นใจว่าเขาจะสามารถช่วยให้มินเส่ง และพลเมืองอเมริกันคนอื่นๆ ที่ถูกควบคุมตัวอย่างไม่เป็นธรรมได้รับการปล่อยตัวโดยเร็วได้เช่นกัน” นางซิลเวีย เส่ง กล่าวระหว่างการไต่สวนของรัฐสภาสหรัฐฯ
นายมินเส่ง เป็นนักวิชาการจากมหาวิทยาลัยแคลิฟอร์เนีย เบิร์กลีย์ (University of California-Berkeley) และเป็นผู้อำนวยการบริหารของสถาบันยุทธศาสตร์และนโยบาย-เมียนมา (Institute for Strategy and Policy-Myanmar ) หรือ ISP-Myanmar ได้เดินทางไปประเทศจีนเมื่อเดือนมิถุนายนที่ผ่านมา เพื่อเข้าร่วมการประชุมเชิงปฏิบัติการทางวิชาการ แต่กลับถูกหน่วยงานความมั่นคงของรัฐบาลจีนควบคุมตัวด้วยข้อสงสัยว่าอาจเป็นภัยต่อความมั่นคงของชาติ
ภรรยาของนายมินเส่งกล่าวว่านายมินเส่งเป็นหนึ่งในสองพลเมืองของสหรัฐฯที่กระทรวงการต่างประเทศของสหรัฐฯระบุว่า ถูกควบคุมตัวในจีนอย่างไม่เป็นธรรม
ขณะที่อีกคนหนึ่งคือ Youlin Chen นักธรณีวิทยาชาวอเมริกันเชื้อสายจีน ซึ่งถูกควบคุมตัวในจีนมาเป็นเวลานานเกือบ 2 ปีแล้ว ขณะนี้กรณีของทั้งสองถือเป็นประเด็นสำคัญเร่งด่วนสำหรับรัฐบาลสหรัฐฯ ในการดำเนินงานทางการทูตกับทางการจีน ในขณะที่กำหนดการเยือนกรุงวอชิงตันของนายสีจิ้นผิงใกล้เข้ามา ครอบครัวของผู้ที่ถูกควบคุมตัวในจีนต่างเดินทางมายังกรุงวอชิงตัน โดยหวังว่าความสนใจและจะช่วยให้คนที่พวกเขารักได้กลับบ้าน อย่างไรก็ตาม สถานเอกอัครราชทูตจีนประจำกรุงวอชิงตันไม่ได้ตอบกลับข้อซักถามเกี่ยวกับความเป็นไปได้ที่จะบรรลุข้อตกลงเพื่อปล่อยตัวพลเมืองสหรัฐทั้งสองคน
ทั้งนี้ทำเนียบขาวระบุว่า ประธานาธิบดีทรัมป์ต้องการให้ชาวอเมริกันทุกคนที่ถูกควบคุมตัวในต่างประเทศได้เดินทางกลับบ้าน ขณะที่ในการให้ถ้อยคำต่อคณะอนุกรรมาธิการกิจการต่างประเทศประจำสภาผู้แทนราษฎร (ด้านเอเชียตะวันออกและแปซิฟิก) นางซิลเวีย เส่ง กล่าวว่าเธอรู้สึก “ตกใจสุดขีด” เมื่อทราบข่าวเกี่ยวกับข้อกล่าวหาที่มีต่อสามีวัย 53 ปี
เธอกล่าวว่างานของสามีคือการวิจัยเกี่ยวกับพม่าโดยใช้ข้อมูลจากแหล่งเปิด (open-source research) และเขายึดมั่นในหลักเสรีภาพทางวิชาการที่เป็นอิสระ
“ดิฉันพยายามเข้มแข็งเพื่อลูกสาวของเรา แต่ก็อดกังวลไม่ได้ว่าเขาจะเป็นอย่างไรบ้าง และจะพาเขากลับมาหาเราได้อย่างไร” เธอกล่าวระหว่างการให้ถ้อยคำ โดยมีรายงานด้วยว่า นางซิลเวีย เส่ง ไม่สามารถพูดคุยโดยตรงกับสามีได้ และรับทราบความเป็นอยู่ของเขาผ่านทางเจ้าหน้าที่กงสุลสหรัฐฯที่เข้าไปเยี่ยมเขา
“ในแต่ละเดือน เราจึงเฝ้ารอการเข้าเยี่ยมของเจ้าหน้าที่กงสุลด้วยความกระวนกระวายใจ เพราะนั่นเป็นสิ่งที่ทำให้เรามั่นใจได้ว่าเขายังมีชีวิตอยู่” ซิลเวีย เส่ง กล่าว นอกจากนี้เธอยังกล่าวว่า ได้รับข้อมูลจากเจ้าหน้าที่สหรัฐฯว่าในช่วงแรกสามีของเธอถูกสอบปากคำทุกวันๆละ 4 – 6 ชั่วโมง และถูกคุมขังอยู่ในห้องขังขนาดเล็กที่มีการเปิดไฟทิ้งไว้ตลอด 24 ชั่วโมง