Search

ทีมนักวิจัย-นักกฎหมายลงพื้นที่เก็บข้อมูลโครงการผันน้ำยวม-เผย EIAระบุมีผู้รับผลกระทบ 27 คนสวนทางข้อเท็จจริงมี 50 หมู่บ้าน-ชาวอมก๋อยโอดต้านเหมืองแร่แล้วยังต้องสู้กับโครงการยักษ์อีก

เมื่อวันที่ 18 กันยายน 2569 ที่ห้องประชุมองค์การบริหารส่วนตำบล (อบต.) อมก๋อย อ.อมก๋อย จ.เชียงใหม่ ได้มีการจัดประชุม ให้ข้อมูลและข้อห่วงใยต่อผลกระทบของโครงการเพิ่มปริมาณน้ำต้นทุนให้เขื่อนภูมพล (โครงการผันน้ำยวม/สาละวิน) มีนายก อบต.อมก๋อย และนายก อบต.นาเกียน สมาชิก อบต. และผู้ใหญ่บ้านในพื้นที่จะได้รับผลกระทบเข้าร่วมรับฟังข้อมูลประมาณ 30 คน ซึ่งก่อนหน้านี้กรมชลประทาน (ชป.) โดยผู้อำนวยการสำนักงานก่อสร้างชลประทานขนาดใหญ่ ที่ 1 จ.เชียงใหม่ ได้ส่งหนังสือถึงนายกอบต. ต่างๆในเขต อ.ท่าสองยาง จ.ตาก, อ.สบเมย จ.แม่ฮ่องสอน และ อ.ฮอด-อ.อมก๋อย จ.เชียงใหม่ เพื่อขออนุญาตทำประโยชน์ในพื้นที่ป่าสงวนแห่งชาติในการก่อสร้างโครงการดังกล่าว

นายเศรษฐศาสตร์ สายชลค้ำจุน นายอบต.อมก๋อย กล่าวว่าตนยังไม่รู้ถึงเรื่องโครงการนี้ แต่ในพื้นที่ก็มีตำนานของชาติพันธุ์เกี่ยวกับแม่น้ำสองสายระหว่างน้ำสาละวิน และน้ำปิง ว่าจะต้องไม่ไหลรวมกัน เพราะมันจะไม่ดี น้ำจากลุ่มน้ำทั้งสองนี้จะไม่ผสมกันอย่างเด็ดขาด  

ผศ.มาลี สิทธิเกรียงไกร อาจารย์คณะสังคมศาสตร์ มหาวิทยาลัยเชียงใหม่ ซึ่งทำวิจัยเกี่ยวกับโครงการผันแม่น้ำยวม กล่าวว่าโครงการผันน้ำยวมจะมีการก่อสร้างเขื่อนกั้นแม่น้ำยวม และสถานีสูบน้ำบ้านสบเงา ซึ่งจะตั้งอยู่ในพื้นที่ อ.ท่าสองยาง จ.ตาก และ อ.สบเมย จ.แม่ฮ่องสอน จะก่อสร้างอุโมงค์ใต้ดินระยะทางกว่า 60 กิโลเมตร ผ่าน อ.อมก๋อย ไปถึงบ้านแม่งูด ต.นาคอเรือ อ.ฮอด จ.เชียงใหม่ ซึ่งบริเวณ อ.อมก๋อย จะมีจุดทิ้งกองดินหลายแห่ง

“ในรายงานผลกระทบสิ่งแวดล้อม (EIA) ระบุว่าการผันน้ำไปจากแม่น้ำยวม ลุ่มน้ำสาละวิน มีพื้นที่ที่จะได้รับประโยชน์ 5 ด้าน คือทางพื้นที่ชลประทานกำแพงเพชรและเจ้าพระยาจะได้ใช้น้ำ มีน้ำเพิ่มขึ้นในประปาส่วนภูมิภาค และมีการผลักดันน้ำไปสู่น้ำเค็มในเจ้าพระยา เพิ่มกำลังผลิตกระแสไฟฟ้าให้แก่เขื่อนภูมิพลและเพิ่มน้ำ รวมถึงการทำประมงในอ่างเก็บน้ำเขื่อนน้ำยวม นอกจากนี้จะมีการส่งเสริมการท่องเที่ยวทะเลสาบดอยเต่าอีกด้วย แต่เราพบว่าโครงการผันน้ำยวม จะพาดพื้นที่ป่า 3 จังหวัด กว่า 50 หมู่บ้าน แต่ EIA กลับระบุว่ามีผู้ได้รับผลกระทบเท่าที่ตรวจพบ เพียง 27 คน” ดร.มาลี กล่าว

ทั้งนี้ในที่ประชุมได้มีการซักถามการชดเชยเยียวยา ว่าหากเกิดการก่อสร้างโครงการ ชาวบ้านที่ได้รับผลกระทบ หน่วยงานรัฐจะมีมาตรการอย่างไร เนื่องจากจำนวนผู้ได้รับผลกระทบยังปรากฏเท่าที่ระบุเพียง 27 ราย แต่โครงการผันน้ำยวมมีขนาดใหญ่มาก กินพื้นที่ถึง 3 จังหวัด ทั้งเป็นพื้นที่ต้นน้ำลำธารที่สำคัญ โดยผู้เข้าร่วมประชุมต่างหารือกันว่าต้องคิดถึงผลดีและผลเสียต่อชุมชนซึ่งพึ่งพาทรัพยากรธรรมชาติในการดำรงชีพ และเห็นว่าประชาชนที่จะได้รับผลกระทบต้องมีส่วนร่วมในการตัดสินใจในโครงการนี้

นางสาวเฉลิมศรี ประเสริฐศรี ทนายความจากมูลนิธิศูนย์ข้อมูลชุมชน กล่าวว่าตนเป็นทีมกฎหมายที่รับผิดชอบในคดีที่ฟ้องต่อศาลปกครองให้เพิกถอนรายงาน EIA ดังกล่าว เนื่องจากข้อมูลไม่ถูกต้อง มีการจัดการรับฟังความคิดเห็นที่ไม่ถูกต้อง และการทำรายงานที่ไม่ชอบ 

“คงเคยได้ยินว่ามีการจัดประชุมที่ร้านลาบ หรือการนำชื่อและรูปภาพของชาวบ้านไปใช้อย่างไม่ถูกต้อง ซึ่งในขณะนี้คดีอยู่ในระหว่างการพิจารณาของศาลปกครองเชียงใหม่ ข้อกังวลที่สุดคือ ขณะนี้ทราบว่ามีการยื่นขออนุญาตเข้าทำประโยชน์ใช้พื้นที่ป่าสงวนแห่งชาติ ตามระเบียบ ปี 2568 ตามกฎหมายดังกล่าว ผู้ยื่นขอใช้อนุญาต จะมีการยื่นไปยังสำนักงานทรัพยากรป่าไม้ในจังหวัด โดยคำขอ จะต้องมีรายละเอียดโครงการ แผนที่แสดง 1:50,000 หนังสือแจ้งให้องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นทราบ หนังสือแจ้งผลรายงานการประเมินผลกระทบสิ่งแวดล้อมผ่านความเห็นชอบแล้ว บันทึกยินยอมแก้ไขปัญหาราษฎร และความเห็นของผู้ว่าราชการจังหวัด เป็นส่วนประกอบในคำขอ นอกจากนี้จะต้องมีการไปจัดทำรายงานตรวจสอบสภาพพื้นที่ป่าไม้อีกด้วย ซึ่งผู้อนุญาตคืออธิบดีกรมป่าไม้ โดยสามารถยื่นผ่านระบบอิเล็กทรอนิกส์ได้ โดยในส่วนนี้เราจะไม่ทราบว่าขั้นตอนจะอยู่ในช่วงไหน เนื่องจากเปลี่ยนแปลงเป็นระบบอิเล็กทรอนิกส์”ทนายความ กล่าว

นางสาวขวัญหทัย โล่ห์ติวิกุล ประชาชน อ.อมก๋อย กล่าวว่าตอนนี้คนในพื้นที่อมก๋อยจะต้องออกมาต่อสู้ เราได้รับผลกระทบจากเรื่องการจะมีเหมืองแร่มาเปิดในพื้นที่ แล้วจะมีโครงการอุโมงค์ส่งน้ำ โครงการสายส่งไฟฟ้าแรงสูง เราคนในพื้นที่ไม่ได้รับประโยชน์ในโครงการดังกล่าวเลย แต่จะเป็นผู้ได้รับผลกระทบ และเสียสละให้คนที่อยู่ในที่อื่น โดยที่เรามีแต่เสียกับเสีย ที่ผ่านมาเค้าก็มองว่าเราเผาป่า ทั้งที่เราเป็นผู้อนุรักษ์ ตนก็เป็น 1 ใน 2 คนในพื้นที่อมก๋อยร่วมฟ้องคดี ทั้งเหมืองแร่ และอุโมงค์ส่งน้ำ

นางยุพา จ่อแพ สมาชิก อบต.นาคอเรือ กล่าวว่า อบต.ได้รับหนังสือจากกรมชลประทาน ว่าจะมีการขอใช้พื้นที่ป่าสงวน เพื่อทำโครงการผันน้ำยวม ซึ่งหลายสิบปีที่ผ่านมาชาวบ้านได้รับผลกระทบจากการอพยพจากเขื่อนภูมิพล ตอนนั้นไม่ได้รับค่าชดเชยอะไร ปีที่แล้วเกิดน้ำท่วมถนนผลกระทบจากน้ำเท้อ ตนเป็นนักวิจัยที่เก็บข้อมูลกับชาวบ้าน พอรับรู้ข้อมูล โครงการนี้ไม่มีประโยชน์ต่อชุมชน ไม่มีการพูดถึงผลกระทบต่ออาชีพของชาสวบ้าน สวนลำไย การสูบน้ำที่ชาวบ้านจะต้องลงทุนกันเองเครื่องหนึ่ง 1-200,000 บาท ขึ้นอยู่กับระยะทางการสูบน้ำและสวนลำไย พ่อหลวง (ผู้ใหญ่บ้าน) ได้ร่วมต่อสู้กับชุมชนของตน ตั้งแต่พ่อหลวงคนเก่า จนถึงปัจจุบัน ทางชุมชนไม่ต้องการโครงการนี้ รวมถึงผู้นำในพื้นที่ด้วย 

อนึ่ง เครือข่ายลุ่มน้ำยวม เงา เมย สาละวิน และผู้ฟ้องคดี 66 คน ได้ฟ้องศาลปกครองเชียงใหม่ขอให้เพิกถอนและระงับ โครงการผันน้ำยวม เนื่องจากกระบวนการจัดทำรายงานการประเมินผลกระทบสิ่งแวดล้อม (EIA) และการมีส่วนร่วมของประชาชนไม่ชอบด้วยกฎหมาย เมื่อเดือนตุลาคม 2566 และศาลมีคำสั่งรับฟ้องในเดือนมกราคม 2567 ทขณะนี้คดียังอยู่ในระหว่างการส่งคำให้การและคำคัดค้านของทั้งผู้ฟ้องคดีและผู้ถูกฟ้องคดี และรายงานการประเมินผลกระทบทางสิ่งแวดล้อม(EIA) ดังกล่าวจะหมดอายุลงในเดือนตุลาคม 2569