Search

วิกฤตแม่น้ำสายหลังผลตรวจ คพ.พบ“สารหนู-ตะกั่ว” พุ่งกระฉูดเกินมาตรฐาน 28 เท่า-รอง ผวจ.ยังกังขาเครื่องมืออ้างคลาดเคลื่อนขณะที่ ผอ.สคพ.1 ชี้สอดคล้องกับเหตุการณ์อุทกภัยในพม่าทำน้ำขุ่น-สารพิษไหลทะลักเผยแจ้งเตือน กปภ.ยกระดับเฝ้าระวัง



วันที่ 20 กันยายน 2569 สถานการณ์มลพิษทางน้ำข้ามแดนบริเวณชายแดนไทย-เมียนมา มีความรุนแรงขึ้นภายหลังจากที่กรมควบคุมมลพิษ(คพ.)รายงานผลการตรวจคุณภาพน้ำครั้งที่ 22 ซึ่งเก็บตัวอย่างน้ำในเดือนสิงหาคมที่ผ่านมาและพบว่ามีสารหนู(As) ในแม่น้ำสายสูงถึง 0.284 มก./ล.(มาตรฐานอยู่ที่ 0.01 มก./ล.)ซึ่งสูงกว่าค่ามาตรฐานถึงกว่า 5 เท่า เช่นเดียวกับสารตะกั่ว(Pb) สูงถึง 0.266 มก./ล.(มาตรฐานอยู่ที่ 0.05 มก./ล.)หรือสูงกว่ามาตรฐานกว่า 5 เท่า ถือว่าเป็นสถิติสูงสุดนับตั้งแต่ตรวจวัดมา 21 ครั้งตั้งแต่ปี 2568


นายประเสริฐ จิตต์พลีชีพ รองผู้ว่าราชการจังหวัดเชียงราย ให้สัมภาษณ์สำนักข่าวชายขอบว่า ในส่วนของตะกอนดินตามแนวน้ำยังคงมีค่าสารปนเปื้อนสูงตามแนวโน้มเดิมที่เคยบันทึกไว้ ขณะที่แม่น้ำกกยังคงมีระดับและคุณภาพน้ำทรงตัว แต่จุดที่สร้างความกังวลใจและถือเป็นความผิดปกติอย่างมากคือแม่น้ำสาย เพราะปริมาณตะกั่วและสารหนูที่พบในครั้งนี้พุ่งขึ้นแบบก้าวกระโดดนับพันเปอร์เซ็นต์ ซึ่งหากนำไปเปรียบเทียบกับมาตรฐานทั่วไปหรือแม้แต่มาตรฐานสิ่งแวดล้อมของประเทศพม่าที่กำหนดไว้ไม่เกิน 0.05 มิลลิกรัมต่อลิตร ก็ยังถือว่าสูงเกินกว่าปกติไปมาก 


นายประเสริฐ กล่าวว่าโดยส่วนตัวสงสัยว่าตัวเลขผลการตรวจดังกล่าวกำลังมีความคลาดเคลื่อนเชิงเทคนิคเกิดขึ้นหรือไม่ เนื่องจากโดยธรรมชาติทางอุทกวิทยา ลำน้ำสายและลำน้ำรวกเป็นสายน้ำเดียวกันที่ไหลเชื่อมโยงกันอย่างต่อเนื่อง หากลำน้ำสายมีค่าความเข้มข้นของสารพิษสูง ลำน้ำรวกก็ควรจะมีระดับความเข้มข้นที่สอดคล้องหรือใกล้เคียงกัน แต่ผลการตรวจกลับพบข้อมูลกระโดดเป็นช่วงๆ ประกอบกับในพื้นที่จริงไม่มีโครงสร้างทางวิศวกรรม เช่น เขื่อนหรือฝายกั้นน้ำขนาดใหญ่ที่จะมาคอยดักตะกอนไว้ น้ำจึงไหลทะลักติดต่อกันตลอดสาย การที่ค่าสารพิษพุ่งสูงเฉพาะจุดจึงเป็นเรื่องที่ต้องตั้งคำถาม 


รองผวจ.เชียงราย กล่าวว่า จากการหารือร่วมกับผู้เชี่ยวชาญด้านสิ่งแวดล้อม อาทิ รศ. ดร.ธนพล เพ็ญรัตน์ อาจารย์ประจำสาขาวิชาวิศวกรรมสิ่งแวดล้อม ภาควิชาวิศวกรรมโยธา คณะวิศวกรรมศาสตร์ มหาวิทยาลัยนเรศวร ต่างเห็นพ้องตรงกันว่าปรากฏการณ์ตัวเลขสูงฉับพลันเช่นนี้มีโอกาสเป็นไปได้ยาก ทำให้ทางจังหวัดมองว่าก่อนที่จะมีการประกาศเตือนภัยหรือกำหนดมาตรการบังคับใช้ใดๆ ที่อาจสร้างความตื่นตระหนกและส่งผลกระทบต่อเศรษฐกิจ วิถีชีวิต ประชาชนในวงกว้าง จำเป็นอย่างยิ่งที่จะต้องทำการรีเช็คผลการตรวจสอบให้เกิดความชัดเจนเสียก่อน เพื่อสร้างความมั่นใจว่าตัวเลขดังกล่าวเป็นข้อเท็จจริงทางสิ่งแวดล้อม ไม่ใช่ความผิดพลาดทางเทคนิคของห้องปฏิบัติการ 


อย่างไรก็ดี ในเบื้องต้นทางจังหวัดได้มอบหมายให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องดำเนินการแจ้งเตือนประชาชนตามระเบียบการเฝ้าระวัง พร้อมทั้งเร่งประสานงานไปยังการประปาส่วนภูมิภาค (กปภ.) และทีมผู้เชี่ยวชาญจากภาควิชาการให้เข้ามาช่วยลงพื้นที่ตรวจพิสูจน์ข้อมูลเชิงลึกร่วมกัน ในขณะเดียวกัน ฝ่ายการประปาส่วนภูมิภาคซึ่งมีการจัดเก็บตัวอย่างน้ำดิบและเข้าสู่กระบวนการตรวจสอบคุณภาพน้ำผลิตอย่างสม่ำเสมอทุกเดือน ได้ยืนยันความมั่นใจว่าระบบการจัดการประปายังคงสามารถควบคุมคุณภาพน้ำบริโภคให้ปลอดภัยได้ และจะนำข้อมูลผลตรวจรอบนี้ไปใช้เป็นฐานข้อมูลเปรียบเทียบ 
นายประเสริฐกล่าวว่า จังหวัดเชียงรายยังอยู่ระหว่างการผลักดันงบประมาณรายจ่ายประจำปี 2570 เพื่อนำมาติดตั้งเครื่องมือตรวจวัดคุณภาพน้ำอัตโนมัติแบบ Real-time จำนวน 17 สถานีครอบคลุมจุดสำคัญ เพื่อให้การติดตามสถานการณ์มลพิษมีความแม่นยำ และช่วยให้หน่วยงานชลประทานสามารถบริหารจัดการเปิด-ปิดคลองส่งน้ำได้อย่างมีประสิทธิภาพ แม้ปัญหามลพิษทางน้ำจะกระทบต่อเกษตรกรรมและชีวิตประชาชนอย่างรุนแรง แต่ทุกมาตรการแก้ไขปัญหาต้องตั้งอยู่บนฐานข้อมูลที่ถูกต้องและผ่านการกลั่นกรองอย่างรอบคอบจากผู้เชี่ยวชาญเท่านั้น


นายทวีชัย โค้วตระกูล ผู้อำนวยการโครงการชลประทานเชียงราย สำนักงานชลประทานที่ 2 กรมชลประทาน กล่าวว่า ปัจจุบันทางชลประทานยังไม่มีมาตรการเฉพาะหรือแนวทางการรับมือทางเคมีที่ชัดเจน เนื่องจากภารกิจหลักของหน่วยงานมุ่งเน้นไปที่การบริหารจัดการน้ำเพื่อการเกษตรและการอุปโภคบริโภคทั่วไป บุคลากรจึงไม่ได้มีความเชี่ยวชาญด้านมลพิษทางสารเคมีโดยตรง อีกทั้งที่ผ่านมาในพื้นที่จังหวัดเชียงรายไม่เคยมีกรณีศึกษาวิกฤตน้ำปนเปื้อนสารโลหะหนักรุนแรงขนาดนี้มาก่อน จึงถือเป็นเรื่องใหม่ที่สร้างความกังวลใจให้แก่เจ้าหน้าที่หน้างานเป็นอย่างมาก นอกเหนือจากนั้น โครงการชลประทานเชียงรายยังขาดแคลนห้องปฏิบัติการ (แล็บ) วิเคราะห์ทางวิทยาศาสตร์ขั้นสูงเป็นของตนเอง ที่ผ่านมาทำได้เพียงจัดเก็บตัวอย่างน้ำตามรอบเวลาแล้วส่งไปให้กรมพัฒนาที่ดิน หรือรอผลการตรวจวิเคราะห์สถิติจากกรมควบคุมมลพิษ (คพ.) ซึ่งกระบวนการส่งตรวจเป็นรอบเช่นนี้ทำให้ชลประทานไม่สามารถรับรู้ค่าสารพิษได้แบบ Real-time อีกทั้งเครื่องมือของหน่วยงานในพื้นที่ยังมีข้อจำกัดด้านความทันสมัยเมื่อเทียบกับศูนย์วิทยาศาสตร์การแพทย์


นายทวีชัยกล่าวว่า หากมีระบบเตือนภัยล่วงหน้าหรือมีสถานีตรวจวัดแบบ Real-time ที่สามารถระบุได้อย่างชัดเจนว่าสารพิษปนเปื้อนไหลมาถึงจุดใดและมีความเข้มข้นสูงในช่วงเวลาใด ชลประทานเชียงรายก็มีความพร้อมเต็มที่ในการสั่งการปิดประตูระบายน้ำทันที เพื่อสกัดกั้นไม่ให้น้ำที่ปนเปื้อนสารเคมีอันตรายไหลทะลักเข้าสู่คลองส่งน้ำและกระจายลงสู่แปลงเกษตรของประชาชน และจะพิจารณาเปิดประตูรับน้ำอีกครั้งเมื่อตรวจสอบพบว่าค่าสารพิษเจือจางลงจนอยู่ในเกณฑ์ปลอดภัย แต่การจะขับเคลื่อนมาตรการดังกล่าวให้เกิดขึ้นได้จริง จำเป็นต้องได้รับงบประมาณสนับสนุนในการติดตั้งระบบตรวจวัด Real-time 


ด้านนายอาวีระ ภัคมาตร์ ผู้อำนวยการสำนักงานสิ่งแวดล้อมและควบคุมมลพิษ(สคพ.)ที่ 1 (เชียงใหม่) กรมควบคุมมลพิษ (คพ.) กล่าวว่า ขอยืนยันผลการตรวจวิเคราะห์คุณภาพน้ำในแม่น้ำสายอย่างเป็นทางการ โดยในช่วงที่เจ้าหน้าที่ลงพื้นที่เก็บตัวอย่างน้ำ เป็นช่วงเวลาที่สอดคล้องกับเหตุการณ์อุทกภัยใหญ่ในฝั่งประเทศเพื่อนบ้านช่วงประมาณวันที่ 3 ถึง 7 สิงหาคม ผลการตรวจทางห้องปฏิบัติการพบว่าน้ำในแม่น้ำสายมีค่าความขุ่นพุ่งสูงขึ้นอย่างมหาศาล โดยเพิ่มขึ้นจากรอบการตรวจปกติที่เคยบันทึกไว้ราว 600 กว่าหน่วย พุ่งกระโดดขึ้นมาอยู่ที่เกือบ 3,900 หน่วย หรือเพิ่มขึ้นถึง 6-7 เท่าตัว ซึ่งค่าความขุ่นที่เพิ่มขึ้นอย่างตระหนกนี้ มีความสัมพันธ์โดยตรงกับการตรวจพบสารหนูและสารตะกั่วปนเปื้อนในปริมาณสูง 


นายอาวีระกล่าวว่า การตรวจพบตะกั่วในแม่น้ำสายไม่ใช่เรื่องใหม่เพราะในอดีตเคยตรวจพบอยู่แล้ว แต่ความเข้มข้นในครั้งนี้ที่พุ่งสูงกว่าปกติถึง 28 เท่า ถือเป็นตัวเลขวิกฤตที่น่าตกใจ ทาง คพ. จึงได้ดำเนินกระบวนการตรวจสอบซ้ำ (Re-check) ตามมาตรฐานวิชาการที่รัดกุมสูงสุด มีการฉีดตัวอย่างเข้าเครื่องตรวจวิเคราะห์ซ้ำมากกว่าเกณฑ์ปกติหลายรอบ จนสามารถยืนยันได้อย่างหนักแน่นถึงความถูกต้อง ครบถ้วน และแม่นยำของผลการตรวจวิเคราะห์ดังกล่าว
ผู้อำนวยการ สคพ.1 เชียงใหม่ กล่าวว่าจากการประมวลฐานข้อมูลการติดตามตรวจสอบของ คพ.ที่ผ่านมา สามารถสรุปได้อย่างชัดเจนว่าแม่น้ำสายเป็นแหล่งน้ำที่มีอัตราการปนเปื้อนของโลหะหนักสูงที่สุดเมื่อเปรียบเทียบกับลำน้ำสายหลักอื่นๆ ในพื้นที่ ไม่ว่าจะเป็นแม่น้ำกก แม่น้ำรวก หรือแม่น้ำโขง ซึ่งที่ผ่านมา คพ.ได้ส่งสัญญาณเตือนมาโดยตลอดว่า ประชาชนควรหลีกเลี่ยงการนำน้ำจากแม่น้ำสายไปใช้ประโยชน์โดยตรง หากจำเป็นต้องนำไปใช้ จะต้องผ่านกระบวนการปรับปรุงคุณภาพน้ำอย่างเข้มงวดก่อนเสมอ


ผู้สื่อข่าวถามถึงความกังวลใจของประชาชนผู้ใช้น้ำสาย นายอาวีระกล่าวว่า คพ. ได้รายงานข้อมูลวิกฤตดังกล่าวต่อจังหวัดเชียงรายและรองผู้ว่าราชการจังหวัดเรียบร้อยแล้ว โดยในส่วนของน้ำเพื่อการอุปโภคบริโภค ได้แจ้งเตือนไปยังการประปาส่วนภูมิภาค(กปภ.)ให้ยกระดับการเฝ้าระวัง ซึ่ง กปภ. ได้ติดตามมอนิเตอร์ข้อมูลของ คพ. และภาพจากกล้องตรวจวัดตลอดเวลา และยืนยันว่าระบบน้ำประปายังปลอดภัยและไม่น่าเป็นห่วง แต่ประเด็นที่น่าห่วงใยอย่างยิ่งคือภาคการเกษตร เนื่องจากโครงสร้างชลประทานในปัจจุบันยังไม่มีระบบบ่อตกตะกอนที่มีประสิทธิภาพเพียงพอ ทำให้ คพ. ต้องออกข้อแนะนำและคำเตือนไปยังเกษตรกรในพื้นที่ให้หลีกเลี่ยงการใช้น้ำดิบโดยตรง โดยให้ชะลอหรือระงับการสูบน้ำจากแม่น้ำสายเข้าแปลงเกษตรหรือบ่อเลี้ยงสัตว์น้ำในช่วงที่น้ำมีความขุ่นสูง และหากมีความจำเป็นต้องใช้จริงๆ จะต้องผันน้ำเข้าบ่อพักเพื่อตกตะกอนสารปนเปื้อนเสียก่อน เพื่อป้องกันไม่ให้โลหะหนักเข้าไปสะสมในหน้าดินและตกค้างในพืชผลทางการเกษตร 
——————