ทีมสนับสนุนข้อมูลคนชายขอบ
ไม่มีควันก็ไม่มีไฟฉันใด ไม่มีแรเอิร์ธก็คงไม่มี MOU ฉันนั้น เปิดหลักฐานแรเอิร์ธใต้แผ่นดินไทยมีจริงหรือไม่ ? พบแรเอิรธ์ กว่า 17 ล้านตันโลหะในพื้นที่ประเทศแต่ทำไมคนไทยส่วนมากไม่รู้?
กรมทรัพยากรธรณี(ทธ.) แสดงตัวเลขผลสำรวจแรเอิรธ์ ปี 2566 ไว้ในรายงาน “สมุดแผนที่ทรัพยากรธาตุหายาก” พบไทยมีศักยภาพแรเอิร์ธปริมาณมากถึง 17,028,938 ตันโลหะ (ตันโลหะคือแรเอิร์ธที่แยกจากดินหินแล้ว คำว่าแรเอิร์ธ- Rare Earth ในระบบราชการไทยใช้คำว่า แร่หายาก ธาตุหายาก หรือแร่หนัก ธาตุหนัก ตัวย่อคือ REE) ซึ่งได้มีการสำรวจ ตัวเลขดังกล่าวข้างต้นมิได้มาลอยๆ แต่ได้จากการลงพื้นที่สำรวจขั้นละเอียดทุกๆ ระยะ 50 เซนติเมตร ด้วยเงินภาษีของคนไทยทั้งประเทศ โดยกรมทรัพยากรธรณี
ดูแผนผังหน้า 7 ของ “รายงานเผยแพร่ฉบับสมบูรณ์ คู่มือการสำรวจและประเมินปริมาณทรัพยากร ธาตุหายากและธาตุกัมมันตรังสีแฝง” สิงหาคม 2566 (ซึ่งมีจำนวนพิมพ์แค่ 30 เล่ม จะมีคนไทยกี่คนที่เข้าถึงรายงานนี้ )ระบุว่ามีการสำรวจแร่ภาคพื้นดินทุกระยะ 50 เซนติเมตร ซึ่งถือเป็นการสำรวจแร่อย่างละเอียดมาก อันเป็นขั้นตอนต่อจากการสำรวจธรณีฟิสิกส์ทางอากาศที่ใช้เครื่องบินบินต่ำสแกนพื้นแผ่นดินไทยจากเหนือจรดใต้ และด้วยการสำรวจดังกล่าวได้แสดงผลเป็นแผนที่ที่แสดงการ พบยูเรเนียม และ ทอเรียมในปริมาณที่คนไทยส่วนใหญ่คาดไม่ถึง เพราะมิได้พบแรเอิร์ธเท่านั้น

ในรายงานยังระบุอีกว่า “ธาตุหายากสามารถพบในหินทุกชนิดที่เป็นส่วนประกอบของเปลือกโลก ในปริมาณความเข้มข้นที่แตกต่างกัน” และ “ธาตุกัมมันตรังสีแฝง ในที่นี้ หมายถึง ธาตุทอเรียม (thorium: 90Th) และธาตุยูเรเนียม (uranium: 92U) ซึ่งเป็นธาตุกัมมันตรังสีแฝงที่เกิดร่วมกับธาตุหายากโดยธาตุทอเรียมพบได้ในดินและหินทุกชนิด“ (ดูภาพประกอบ) ในรายงาน “สมุดแผนที่ทรัพยากรแร่ของไทย ธาตุหายาก 2566“ (ปกสีชมพู) ตารางหน้า 14 (อ่านรายละเอียดทั้งหมดได้ที่ http://transbordernews.in.th/home/wp-content/uploads/ข้อมูลแร่หายาก.pdf ) ที่ได้แสดงรายงานตัวเลขการสำรวจพบ ธาตุทอเรียมในปริมาณ 2,446,374 ตันโลหะ และธาตุยูเรเนียม 646,749 ตันโลหะ ซึ่งเป็นผลประเมินปริมาณจากการสำรวจทุกระยะ 50 เซนติเมตร ดังกล่าวแล้วข้างต้น
ไทยมีแร่สำคัญทางยุทธศาสตร์ 3 ชนิด กว่า 20 ล้านตันโลหะ จากการรวมตัวเลขผลการสำรวจแร่สำคัญ 3 ชนิด ทั้งแรเอิร์ธ ยูเรเนียม และ ทอเรียม ในพื้นที่ประเทศไทย มีจำนวนรวมถึง 20,122,061 ล้านตันโลหะ (ดูตารางหน้า14) มีคำถามสำคัญว่าตัวเลขนี้มีคนไทยกี่คนที่รู้ และคนที่รู้คนแรกๆ คือคนของหน่วยงาน นักการเมือง และ กลุ่มทุนเหมืองแร่ ที่นั่งอยู่ในคณะกรรมการแร่แห่งชาติใช่หรือไม่ ถามว่าพื้นดินที่มีแร่มีค่าเหล่านั้น ได้ถูกเปลี่ยนมือจากคนท้องถิ่นสู่กลุ่มทุนการเมืองไปมากเท่าไรแล้ว ถามอีกว่าโครงการขนาดใหญ่ของรัฐกี่โครงการที่ตั้งอยู่บนแหล่งแร่มีค่าเหล่านั้น ทั้งบนบกและในทะเล ประเทศกำลังก้าวไปสู่ความเสี่ยงหรือไม่?
การลงนามข้อตกลงระหว่างประเทศท่ามกลางข้ออ้างที่ผู้นำสหรัฐและไทยบินไปพบกันที่มาเลเซียเพื่อยุติการสู้รบตามแนวชายแดนไทยกัมพูชา แต่กลับมีคิวลงนามข้อตกลงเรื่องแรเอิร์ธ ที่มีผลผูกพันไม่จำกัดกรอบเวลา และยังครอบคลุมแร่สำคัญอื่นๆอีกด้วย เป็นการตบตาประชาชนไทยหรือไม่ หรือเป็นการจงใจปกปิดหมกเม็ดเพื่อเอื้อประโยชน์แก่พวกพ้องหรือไม่ หรือเป็นบรรณาการแก่มหาอำนาจเพื่อแสดงความอ่อนแอทั้งที่รู้ดีแก่ใจว่า แร่ยุทธศาสตร์ที่สำรวจพบแล้วกว่า 20 ล้านตัน ทั้ง ยูเรเนียม ทอเรียม และ แรเอิรธ์ อันมีราคาสูงมาก มีคุณค่าต่อยุทธศาสตร์สงครามระหว่างประเทศ และต่อการพัฒนาเทคโนโลยีชั้นสูง อันเป็นที่ปรารถนาอย่างแรงกล้าของเหล่าประเทศมหาอำนาจ ที่จะพยายามกีดกันมิให้ประเทศคู่แข่งได้ครอบครองสินทรัพย์มีค่าใต้ดินเหล่านี้
การประเคนให้อเมริกาไปเช่นนี้ เป็นความเขลาหรือความฉลาดให้การวางตัวต่อบรรดาประเทศมหาอำนาจที่กำลังขับเคี่ยวกันอย่างดุดัน แม้ว่าปริมาณที่ไทยมีเมื่อเทียบกับประเทศขนาดใหญ่จะมีไม่มากนัก แต่มันก็มีปริมาณมากพอที่จะทำให้มหาอำนาจต้องการครอบครองและกีดกัน
อีกทั้งแผนแม่บทแร่ฉบับที่ 3ที่กำลังจะคลอดออกมายังทำให้พื้นที่แหล่งแร่ที่สำรวจพบไม่ว่าจะเป็นภูเขาหรือที่ราบ ตกอยู่ในพื้นที่พร้อมให้ขอเปิดเหมืองแร่กระจายไปทั่วชายขอบและชนบททุกภาคจากเหนือจรดใต้โดยคนพื้นที่ไม่เคยรู้ชัดเจนว่าบ้านเกิดเมืองนอนของตนตกอยู่ในความเสี่ยงต่อการปนเปื้อนสารพิษเพียงไหน เพราะสารกัมมันตรังสีเกิดพร้อมกับแร่หายากหรือแรเอิร์ธซึ่งมีอันตรายอย่างยิ่งหากมีการเปิดหน้าดินกระจายไปทุกพื้นที่
ส่วนแร่ทองคำซึ่งแยกเป็นแร่มีค่าได้ที่มีรายงานค้นพบเพิ่มเติมก็มีสารหนูเป็นเพื่อนแร่ สร้างปัญหาให้สายน้ำข้ามแดนและติดชายแดนภาคเหนือที่ยังไม่หนทางแก้จนกระทบระบบชีวิตห่วงโซ่อาหารคนจำนวนมากมานานนับปีอย่างไม่มีวี่แววที่รัฐบาลจะเข้าไปแก้ปัญหา
ที่จริงหากพิจารณาอย่างสุขุมลุ่มลึก แร่มีค่านี้คือไพ่สำคัญใบหนึ่งในมือที่อาจทำให้เรามีอำนาจต่อรองเพื่อรักษาอิสระในการไม่ต้องเลือกข้างใดท่ามกลางความขัดแย้งที่ยังไม่รู้จุดสิ้นสุด เพื่อรักษาสถานภาพของประเทศมิให้เป็นรองใคร คำถามคาใจคือ รัฐจงใจปกปิดข้อมูลต่อคนไทยหรือไม่? (แร่เหล่านั้นอยู่ที่ไหนจังหวัดใดบ้างให้ติดตามตอนต่อไป)
MOU นี้ทำลายความมั่นคงในทรัพยากรแร่และทรัพยากรธรรมชาติของชาติหรือไม่ การลงนาม MOU ไทย-สหรัฐอเมริการเมื่อปลายปี 2568 ยังมีความเลวร้ายที่ซ่อนในเอกสารที่ลงนาม เพราะในหนังสือลงนามข้อตกลงนั้นครอบคลุม Critical Minerals ซึ่งรายงาน USGS คือหน่วยงานธรณีวิทยาสหรัฐฯ ระบุว่าคือแร่ยุทธศาสตร์อื่นๆอีก 60 ชนิด มิหนำร้ายยังระบุอีกว่าแม้ MOU นี้จะถูกยกเลิกในอนาคต แต่การอนุญาตเรื่องแร่ตามข้อตกลงนี้จะไม่ถูกยกเลิกไปด้วย เป็นการผูกมัดที่เลวร้ายต่อความมั่นคงทรัพยากรแร่ของชาติอย่างที่สุด
ข้อห่วงกังวล ทุกขลาภที่มาพร้อมกับแร่มีค่าคือ ”สารพิษ“ MOU ไทย-สหรัฐฯ จะทำให้ไทยเสี่ยงต่อปัญหาหนักจากการปนเปื้อนสารพิษในห่วงโซ่น้ำและอาหาร ทุกป่าต้นน้ำหรือไม่?
รายงานการกองเศรษฐธรณีวิทยา กรมทรัพยากรธรณี มีการสำรวจธาตุสารหนู 41,772 ตัวอย่าง และ ธาตุสารตะกั่ว 39,665 ตัวอย่าง พบว่าสารพิษเหล่านี้กระจายอยู่หลายพื้นที่ทั่วประเทศทั้งที่เป็นป่าต้นน้ำและพื้นที่แหล่งแร่เพราะสารเหล่านี้เป็นเพื่อนแร่มีค่าด้วย ความน่ากังวลอย่างยิ่งคือ เป็นที่ประจักษ์ชัดแล้วว่ามีการปนเปื้อนสารพิษจากการทำเหมืองแรเอิร์ธในประเทศเพื่อนบ้าน ทำให้ในห่วงโซ่อาหารของประเทศไทยที่น้ำปนเปื้อนไหลผ่าน จนชาวบ้านใช้นำไม่ได้ ดิน พืช สัตว์ ปนเปื้อนสารพิษ ที่เกิดขึ้นนานนับปีแต่ยังไม่อาจแก้ไขได้ จนทำให้ชาวบ้านที่อยู่แนวสายน้ำ ทั้งแม่น้ำโขง แม่น้ำกก แม่น้ำรวก แม่น้ำสาย และแม่น้ำสาละวิน ไม่สามารถใช้ชีวิตปกติสุขได้มานานนับปี ไม่สามารถเพาะปลูกพืชผักกินได้อย่างปลอดภัย ไม่สามารถใช้น้ำได้
หากเกิดการทำเหมืองแรเอิร์ธ ยูเรนียม และ ทอเรียม ในประเทศไทย ปัญหาจะแพร่กระจายไปทั่วประเทศทุกลุ่มน้ำหรือไม่ เพราะหากแหล่งแร่มีค่าทุกแหล่งได้รับการอนุญาตให้เปิดเหมืองแร่ เปิดโรงแต่งแร่ได้ทุกหนแห่ง ในขณะที่สารกัมมันตรังสีที่เกิดร่วมกับแรเอิร์ธก็เป็นอันตรายด้วย
(รายละเอียดแหล่งแร่มีค่ากับแหล่งสารหนู-สารตะกั่ว อะไร ที่ไหน อย่างไร โปรดติดตามตอนต่อไป)



