Search

ประเมินสุขภาพแบบเร่งด่วนพบการปนเปื้อนสารโลหะหนักในแม่น้ำข้ามแดนส่งผลต่อสุขภาพจิต-คุณภาพชีวิตของชุมชน-สช.กำหนด 6 แนวทางขับเคลื่อน/ยกระดับปัญหา/แก้ต้นกำเนิดสารพิษ/เฝ้าระวังเชิงรุก

เมื่อวันที่ 22 กันยายน 2569 เพจสำนักงานคณะกรรมการสุขภาพแห่งชาติ (สช.) รายงานผลการประชุมคณะกรรมการสมัชชาสุขภาพเฉพาะประเด็นว่าด้วยการแก้ไขปัญหาสารโลหะปนเปื้อนในแม่น้ำกก แม่น้ำสาย แม่น้ำรวกและแม่น้ำโขง ที่ โรงแรมมิราเคิล แกรนด์ คอนเวนชั่น โดยมีผู้แทนจากหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ภาควิชาการ และภาคส่วนต่าง ๆ เข้าร่วมทั้งในสถานที่และผ่านระบบออนไลน์ว่า สช.เดินหน้าผลักดันข้อเสนอเชิงนโยบายเพื่อแก้ไขปัญหาการปนเปื้อนสารโลหะหนักในแม่น้ำกก สาย รวก และโขง หลังผลกระทบขยายวงสู่สุขภาพ สิ่งแวดล้อม ห่วงโซ่อาหาร และวิถีชีวิตของประชาชนในจังหวัดเชียงใหม่และเชียงราย พร้อมเปิดเวทีบูรณาการข้อมูลจากหน่วยงานรัฐ ภาควิชาการ และภาคประชาชน เพื่อกำหนดทิศทางการทำงานร่วมกันอย่างเป็นระบบ เสนอต่อ คสช.และ คณะรัฐมนตรีผลักดันสู่กลไกความร่วมมือระดับชาติ

นพ.สุเทพ เพชรมาก เลขาธิการ สช. กล่าวว่า การแก้ไขปัญหาสารโลหะหนักจำเป็นต้องอาศัยการเชื่อมโยงข้อมูลระหว่างหน่วยงานและภาคส่วนต่าง ๆ เพื่อให้เกิดการวิเคราะห์สถานการณ์ที่แม่นยำ และสามารถสื่อสารความเสี่ยงแก่ประชาชนได้อย่างมีประสิทธิภาพ โดยคณะกรรมการสุขภาพแห่งชาติ รวมถึงภาคส่วนที่เกี่ยวข้อง จำเป็นต้องร่วมกันกำหนดทิศทางและกลไกการทำงานให้เกิดความเป็นเอกภาพโดยหัวใจสำคัญคือการนำข้อมูลและทรัพยากรของแต่ละหน่วยงานมาเชื่อมโยงกัน เพื่อให้การทำงานไม่แยกส่วน และสามารถนำไปสู่ผลลัพธ์ที่เป็นรูปธรรมต่อประชาชน

ดร.วรางคณา นาคเสน คณะสาธารณสุขศาสตร์ มหาวิทยาลัยเชียงใหม่ นำเสนอผลการประเมินผลกระทบทางสุขภาพแบบเร่งด่วน (Rapid HIA) กรณีการปนเปื้อนสารพิษในลุ่มน้ำกก สาย รวก และโขง ซึ่งสะท้อนว่าผลกระทบที่เกิดขึ้นกับประชาชนไม่ได้จำกัดอยู่เฉพาะประเด็นสุขภาพกาย แต่เชื่อมโยงกับความมั่นคงทางอาหาร เศรษฐกิจ สุขภาพจิต และคุณภาพชีวิต

ทั้งนี้ผลการศึกษาพบว่า ประชาชนในพื้นที่มีความกังวลเกี่ยวกับการปนเปื้อนในแหล่งน้ำและห่วงโซ่อาหาร ส่งผลให้หลายครัวเรือนต้องเพิ่มค่าใช้จ่ายในการจัดหาน้ำและอาหารที่มั่นใจว่าปลอดภัย ขณะเดียวกันรายได้จากภาคเกษตรกรรมและประมงได้รับผลกระทบ แม้ในบางกรณียังไม่พบอาการทางกายที่ชัดเจน แต่ความไม่มั่นใจต่อข้อมูลและมาตรการของภาครัฐส่งผลกระทบต่อสุขภาพจิตของคนในชุมชน

ด้าน ดร.สืบสกุล กิจนุกร สำนักวิชานวัตกรรมสังคม มหาวิทยาลัยแม่ฟ้าหลวง กล่าวว่า วิกฤตสารโลหะหนักในแม่น้ำสายสำคัญที่ไหลข้ามพรมแดนจำเป็นต้องได้รับการจัดการอย่างเป็นระบบ เนื่องจากผลกระทบอาจสะสมและขยายวงไปยังระบบนิเวศ แหล่งอาหาร และสุขภาพของประชาชนในระยะยาว ข้อเสนอสำคัญ ได้แก่ การยกระดับปัญหาเป็นวาระแห่งชาติ การผลักดันความร่วมมือระหว่างประเทศเพื่อจัดการมลพิษจากต้นกำเนิด โดยเฉพาะกิจกรรมเหมืองแร่ การพัฒนาระบบเฝ้าระวังเชิงรุกในแหล่งน้ำประปาและพื้นที่เกษตรกรรม รวมถึงการจัดตั้งกลไกเยียวยาผู้ได้รับผลกระทบ และการพัฒนาเกณฑ์เฉพาะสำหรับการประกาศภัยพิบัติจากมลพิษทางน้ำ

ทั้งนี้ ที่ประชุมได้เปิดเวทีแลกเปลี่ยนความคิดเห็นต่อสาระสำคัญของมติสมัชชาสุขภาพเฉพาะประเด็น โดยกำหนดแนวทางการขับเคลื่อน 6 ด้าน ได้แก่ 1.การยกระดับปัญหาการปนเปื้อนมลพิษในแหล่งน้ำข้ามพรมแดน 2.การแก้ไขปัญหาที่ต้นกำเนิดผ่านกลไกความร่วมมือระหว่างประเทศ 3.การเฝ้าระวังเชิงรุกด้านสิ่งแวดล้อม ห่วงโซ่อาหาร และสุขภาพ 4.การลดความเสี่ยงการรับสัมผัสสารโลหะหนักผ่านน้ำดื่มและน้ำใช้ 5.กลไกการเยียวยาและฟื้นฟูผู้ได้รับผลกระทบ 6.การพัฒนาระบบข้อมูลและการสื่อสารความเสี่ยงอย่างโปร่งใส

นายสุทธิพงษ์ วสุโสภาพล รองเลขาธิการคณะกรรมการสุขภาพแห่งชาติ กล่าวสรุปการประชุมว่า สิ่งสำคัญหลังจากนี้คือการสร้างความเป็นเอกภาพในการทำงานของทุกหน่วยงาน โดยเฉพาะการบริหารจัดการข้อมูล ซึ่งต้องมีระบบการทำงานร่วมกันที่ชัดเจน หน่วยงานที่เกี่ยวข้องจำเป็นต้องบูรณาการทั้งงานวิจัยเชิงวิชาการ การกำหนดค่ามาตรฐาน การประเมินความเสี่ยง และการสื่อสารข้อมูลต่อสาธารณะให้เป็นไปในทิศทางเดียวกัน เพื่อลดความสับสนและสร้างความเชื่อมั่นให้กับประชาชน

สำหรับขั้นตอนต่อไป สช. จะนำประเด็นและข้อเสนอจากเวทีหารือเข้าสู่การประชุมคณะกรรมการสุขภาพแห่งชาติ ในเดือนพฤศจิกายน 2569 เพื่อผลักดันเข้าสู่การพิจารณาของคณะรัฐมนตรีต่อไป