Search

เกษตรกร-ภาคประชาชนเดินขบวนบุก ก.เกษตรฯ ต้าน UPOV 1991-หวั่นรัฐบาลยอมแลกอธิปไตยทางอาหารให้เอฟทีเอไทย-อียู

เมื่อวันที่ 23 กันยายน 2569 ณ ห้องประชุมคณะรัฐศาสตร์ มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ เครือข่ายภาคประชาสังคมและกลุ่มเกษตรกรรายย่อย ร่วมกันจัดกิจกรรมเดินรณรงค์ “Stand with Us People’s March :UPOV 1991” ในเวทีเสวนา “สายธารประชาชน People’s Currents” ในงานสัปดาห์สิ่งแวดล้อมแม่โขง-อาเซียน 2026

ทั้งนี้เครือข่ายภาคประชาชนฯได้ประกาศเจตนารมย์ก่อนเดินทางไปยังศาลาว่าการกรุงเทพมหานครเพื่อร่วมขบวนใหญ่ของภาคประชาชน ก่อนมุ่งหน้าสู่กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ เพื่อยื่นหนังสือแสดงเจตจำนงคัดค้านการนำประเทศไทยเข้าเป็นภาคีอนุสัญญาระหว่างประเทศว่าด้วยการคุ้มครองพันธุ์พืชใหม่ (UPOV 1991) ซึ่งจะมีการประชุมเพื่อพิจารณาตัดสินใจนโยบายขั้นสุดท้าย

ตลอดเส้นทางมีการจัดกิจกรรมเชิงสัญลักษณ์เพื่อสะท้อนความกังวลต่อทิศทางนโยบายเกษตรกรรม และผลกระทบต่อความมั่นคงทางอาหารของชุมชนท้องถิ่น โดย นส.นันทวัน หาญดี ผู้ประสานงานกลุ่มเกษตรอินทรีย์ อำเภอสนามชัยเขต จังหวัดฉะเชิงเทราตัวแทนเครือข่ายภาคประชาชน กล่าวว่า แรงกดดันสำคัญในขณะนี้มาจากการเจรจาความตกลงการค้าเสรี (FTA) ไทย-สหภาพยุโรป รอบที่ 10 ซึ่งมีกำหนดจัดขึ้นระหว่างวันที่ 28 กันยายน – 6 ตุลาคม 2569 โดยข้อเสนอของสหภาพยุโรปในข้อบท Article X51 กำหนดให้ประเทศไทยต้องปรับแก้ พ.ร.บ.คุ้มครองพันธุ์พืช พ.ศ. 2542 ให้สอดคล้องกับอนุสัญญา UPOV 1991 (ฉบับทบทวน ณ กรุงเจนีวา เมื่อวันที่ 19 มีนาคม 2534) ซึ่งถือเป็นการแทรกแซงกฎหมายภายในและกระทบต่อเศรษฐกิจฐานรากอย่างรุนแรง

“เมล็ดพันธุ์คือรากฐานของความมั่นคงทางอาหารและการปรับตัวรับมือกับวิกฤตสภาพภูมิอากาศ แต่สิ่งที่น่ากังวลอย่างยิ่งคือท่าทีของกองคุ้มครองพันธุ์พืช กรมวิชาการเกษตร ที่ผ่านมามีการจัดเวทีรับฟังความคิดเห็นถึง 3 ครั้งในปีนี้ ปรากฏแต่กลุ่มผู้ได้รับประโยชน์ กลุ่มธุรกิจ สมาคมเมล็ดพันธุ์ และตัวแทนบรรษัทข้ามชาติเข้ามาเป็นวิทยากร แต่ขาดการมีส่วนร่วมอย่างแท้จริงจากเกษตรกรผู้ได้รับผลกระทบ” ตัวแทนเครือข่ายฯ กล่าว

ตัวแทนเครือข่ายฯ กล่าวอีกว่า วิถีชีวิตของเกษตรกรไทยและชุมชนในภูมิภาคตั้งอยู่บนการเก็บรักษา คัดสรร และแลกเปลี่ยนแบ่งปันเมล็ดพันธุ์ระหว่างกันมาหลายชั่วอายุคน ซึ่งสอดคล้องกับหลักการสากลว่าด้วยสิทธิเกษตรกรรายย่อย การบังคับใช้กฎหมายที่มุ่งคุ้มครองสิทธิผูกขาดของกลุ่มทุนจะทำให้วิถีชีวิตเกษตรกรกลายเป็นเรื่องยากลำบาก และผลักให้เกษตรกรตกอยู่ในภาวะสุ่มเสี่ยงต่อการทำผิดกฎหมายอาญาโดยไม่รู้ตัวเครือข่ายเกษตรกรและภาคประชาสังคมได้ยื่นข้อเรียกร้องต่อรัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ รวมถึงอธิบดีกรมวิชาการเกษตร โดยมีจุดยืนชัดเจน 3 ประการ 1.ประเทศไทยต้องไม่ยอมรับข้อผูกพันในการเข้าเป็นภาคีอนุสัญญา UPOV 1991 ในทุกกรอบการเจรจาการค้า 2. ไม่แก้ไขกฎหมายภายในประเทศเพื่อเอื้อต่อนิยามและข้อกำหนดของ UPOV 1991 และ 3. ไม่ยอมรับข้อความหรือถ้อยคำตกลงใดๆ ที่มีผลทางปฏิบัติเทียบเท่ากับอนุสัญญาดังกล่าว เพื่อรักษาความหลากหลายทางชีวภาพ สิทธิของชุมชน และอธิปไตยทางอาหารของประเทศไว้ต่อไป

เครือข่ายเกษตรกรและภาคประชาสังคมได้ยื่นข้อเรียกร้องต่อรัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ รวมถึงอธิบดีกรมวิชาการเกษตร โดยมีจุดยืนชัดเจน 3 ประการ 1.ประเทศไทยต้องไม่ยอมรับข้อผูกพันในการเข้าเป็นภาคีอนุสัญญา UPOV 1991 ในทุกกรอบการเจรจาการค้า 2. ไม่แก้ไขกฎหมายภายในประเทศเพื่อเอื้อต่อนิยามและข้อกำหนดของ UPOV 1991 และ 3. ไม่ยอมรับข้อความหรือถ้อยคำตกลงใดๆ ที่มีผลทางปฏิบัติเทียบเท่ากับอนุสัญญาดังกล่าว เพื่อรักษาความหลากหลายทางชีวภาพ สิทธิของชุมชน และอธิปไตยทางอาหารของประเทศไว้ต่อไป