Search

หวั่นเหมืองแร่ “ที่ยาเพอ”ฟื้นชีพ-ชุมชนเตรียมยื่นหนังสือค้าน-เผยเอกชนนำรถแมคโครมาปรับหน้าดินพร้อมทำเหมืองแร่ซีไลต์-วุลแฟรม-แฉซ้ำเติมสถานการณ์สารพิษปนเปื้อน

เมื่อวันที่ 23 กันยายน 2569 สำนักข่าวชายขอบได้รับการร้องเรียนจากชาวบ้านหมู่ที่ 8 บ้านทียาเพอ ต.สบเมย อ.สบเมย จ.แม่ฮ่องสอน ว่าผู้ประกอบการเอกชนเหมืองแร่ได้นำรถแมคโครมาปรับหน้าดินเตรียมเปิดทำการเหมืองแร่ซึ่งดำเนินการตั้งกองทุนพัฒนาหมู่บ้านรอบพื้นที่โครงการและคณะกรรมการมวลชนสัมพันธ์โดยชาวบ้านไม่รู้เรื่อง ซึ่งทำให้กังวลว่าการทำเหมืองแร่จะปล่อยสารปนเปื้อนลงแม่น้ำเงา

นายสะท้าน ชีววิชัยพงศ์ เครือข่ายประชาชนลุ่มแม่น้ำยวม เงา เมย สาละวิน กล่าวว่า เหมืองแร่ซีไลต์และวุลแฟรมที่บริษัทเอกชนได้รับสัมปทานในพื้นที่บ้านทียาเพอ อ.สบเมย จ.แม่ฮ่องสอน โดยชาวบ้านไม่รู้มาก่อน กระทั่งเดือนสิงหาคมปีที่แล้ว พบการบุกรุกที่ดินในป่าอนุรักษ์ลุ่มน้ำยวม อ.สบเมย มีนายทุนรายหนึ่งสร้างบ้านพักบริเวณลำห้วยกุ้ง จึงสงสัยว่าอาจจะมีการลักลอบขุดแร่ด้วย

“หลังจากทราบว่าห้างหุ้นส่วนจำกัดแห่งหนึ่ง ได้รับประทานบัตรเข้ามาทำเหมืองแร่ ชาวบ้านเลยยื่นหนังสือถึงนายอำเภอสบเมยเพื่อขอให้ชะลอการทำเหมือง เนื่องจากผลการตรวจคุณภาพน้ำในลำห้วยพบสารโลหะหนักเกินมาถึง 16 เท่า ชาวบ้านเป็นกังวลอย่างมาก ล่าสุดเมื่อวันที่ 21 กันยายนที่ผ่านมา มีรถแมคโครของผู้ประกอบการเอกชนเข้ามาปรับหน้าดินเพื่อต้องการจะเปิดเหมืองอย่างเป็นทางการ ชาวบ้านสงสัยมากว่าในเมื่อเรายื่นหนังสือไปแล้วทำไมเขาไม่ยุติ” นายสะท้าน กล่าว

นายสะท้าน กล่าวว่าในวันพรุ่งนี้ (24 กันยายน 2569) ชาวบ้านจะเดินทางไปยื่นหนังสือให้กับนายอำเภอสบเมยอีกครั้ง และจะจัดเวทีพูดคุยกันในชุมชนที่หมู่ 8 บ้านทียาเพอ ตั้งแต่เวลา 08.30 น. เป็นต้นไป เพราะกังวลมากว่าการทำเหมืองจะยิ่งปล่อยสารปนเปื้อนลงลุ่มน้ำเงาเพิ่มปัญหาให้กับชาวบ้านที่อาศัยอยู่กับแม่น้ำมากขึ้น

ด้านนายโสภณ สุรภี หัวหน้ากลุ่มอุตสาหกรรมพื้นฐานและการเหมืองแร่ สำนักงานอุตสาหกรรมจังหวัดเชียงใหม่ (จังหวัดหลัก) กล่าวว่า พื้นที่ดังกล่าวเมื่อหลายสิบปีเคยทำเหมืองแร่ดีบุกมาก่อนแล้วและห้างหุ้นส่วนแห่งหนึ่งก็ทำเหมืองมาแล้ว 1 ครั้ง ซึ่งการทำเหมืองไม่ค่อยกระทบกับสิ่งแวดล้อมเนื่องจากใช้เครื่องมือพื้นฐาน เจาะอุโมงค์เข้าไปขุดตามสายแร่

“เมื่อประทานบัตรหมดรอบแรกก็มีการยื่นขอประทานบัตรใหม่ในพื้นที่เดิม ขนาดพื้นที่เดิม ตั้งแต่นั้นมาจนถึงปัจจุบันก็ยังไม่มีการทำเหมืองในพื้นที่นี้ เหตุผลก็คือความคุ้มทุนเพราะราคาแร่ตกต่ำ ปีที่ผ่านมาประทานบัตรจะหมดอายุแล้วจึงเริ่มที่จะเปิดการทำเหมือง เราก็ไปดูเงื่อนไขด้านสิ่งแวดล้อม เส้นทางเข้าสู่เหมืองยังไม่ได้ขออนุญาตตามกฎหมายป่าไม้ เขาก็ไปขอซึ่งตอนนี้ป่าไม้อนุญาตแล้ว ก็จะมีการเข้าไปปรับเส้นทาง ขุดบ่อดักตะกอน ชาวบ้านก็คงคิดว่าเขาจะเข้ามาจริงแล้วเลยมีการประท้วง” นายโสภณ กล่าว

เมื่อถามว่าการทำเหมืองแร่ดีบุกจะมีการใช้ระเบิดหรือไม่ หัวหน้ากลุ่มอุตสาหกรรมพื้นฐานและการเหมืองแร่ กล่าวว่า ตามแผนจะมีการเปิดหน้าดินขุดตามสายแร่ได้เพียงน้อยนิด ตามสภาพหน้าดินถ้าจำเป็นต้องใช้ก็ต้องมีการขออนุญาต แต่สภาพขณะนี้ยังไม่ใช้ระเบิดแค่ใช้แมคโครเข้าไปขุด

“สาเหตุที่เขาเข้ามาทำเหมืองแร่ตอนนี้อาจจะมีการเปลี่ยนมือผู้ถือหุ้น อีกทั้งสถานการณ์ราคาแร่ปัจจุบันเริ่มเข้ามาแล้ว อีกสาเหตุเขาก็อาจจะมีการปรับแผนการทำเหมืองในอนาคตข้างหน้าจะมีการขุด” นายโสภณ กล่าว

เมื่อถามว่า ก่อนจะมาถึงขั้นตอนนี้ได้มีการทำเวทีรับฟังความคิดเห็นจากชาวบ้านหรือไม่ นายโสภณ กล่าวว่า กฎหมายแร่มีฉบับ พ.ศ.2510 วิธีปฏิบัติจะแตกต่างจากกฎหมายปรับปรุงใหม่ พรบ.แร่ พ.ศ.2560 ตอนที่ผู้ประกอบการยื่นขอยังเป็นกฎหมาย พ.ศ.2510 กระบวนการชุมชนจะผ่านองค์การบริหารส่วนตำบล (อบต.) ผ่านประชาคมหมู่บ้านและผ่าน อบต.

“ที่ไม่ใช้ พรบ.แร่ ปี 2560 เพราะกฎหมายบังคับใช้ปลายปี เขาเลยใช้ระเบียบเดิมก่อน แต่ระเบียบบังคับใช้ออกมาไล่ๆกันทีหลัง มีความแตกต่างกันเรื่องเดียวคือประชาคม ซึ่ง พรบ.แร่ 2560 เป็นการรับฟังความคิดเห็น เขาได้ดำเนินการตามระเบียบเดิมก่อนจะมีการเปลี่ยนแปลงกฎหมาย” หัวหน้ากลุ่มอุตสาหกรรมพื้นฐานและการเหมืองแร่ กล่าว