Search

ป่าไม้อ้ำอึ้งมติหมู่บ้านทียาเพอค้านเหมืองแร่-ระบุผู้ประกอบการได้รับสิทธิอย่างถูกต้องโบ้ยไปที่ ทสจ.แม่ฮ่องสอน-นักวิจัยเผยลำห้วยที่ชาวบ้านใช้น้ำดื่มกินพบสารหนูเกินค่ามาตรฐาน 16 เท่าเหตุเป็นพื้นที่เหมืองดีบุกเก่า-แนะปกป้องแหล่งน้ำสุดท้ายของชุมชน

เมื่อวันที่ 25 กันยายน 2569 ความคืบหน้ากรณีที่ชาวบ้านทียาเพอ ต.สบเมย อ.สบเมย จ.แม่ฮ่องสอน มีมติเป็นเอกฉันท์ในการทำประชาคมหมู่บ้านที่ไม่เอาเหมืองแร่ ภายหลังจากที่เอกชนซึ่งได้รับสัมปทานเตรียมเดินหน้าทำเหมืองแร่วุลแฟรมและดีไลต์ในพื้นที่กว่า 200 ไร่ซึ่งอยู่ในเขตป่าสงวนแห่งชาติแม่ยวมฝั่งขวา

นายอำนวย ยอดคำ เจ้าพนักงานป่าไม้ชำนาญงาน หัวหน้าหน่วยป้องกันรักษาป่าที่ มส.9 กรมป่าไม้ ให้สัมภาษณ์ว่า ได้ทำรายงานกรณีที่เกิดขึ้นให้ผู้บังคับบัญชาทราบถึงสถานการณ์ที่เกิดขึ้นแล้ว โดยผู้ประกอบการเหมืองแร่ได้รับสิทธิเข้ามาทำอย่างถูกต้อง ดังนั้นขณะนี้จึงเป็นเรื่องที่ผู้ประกอบการและชาวบ้านจะคุยกัน และเป็นสัมปทานที่เกิดขึ้นนานแล้ว หากไม่ผิดเงื่อนไขใดๆก็ไม่เป็นไร ซึ่งจากการตรวจสอบเอกสารก็เห็นว่าถูกต้อง

ผู้สื่อข่าวถามว่าบริเวณทางเข้าสู่เหมืองเป็นพื้นที่ป่าสงวนฯแสดงว่าได้รับอนุญาตจากกรมป่าไม้แล้วใช่มั้ย นายอำนายเลี่ยงที่จะต้อบคำถามและบอกว่าให้ไปถาม ทสจ.(ทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมจังหวัด)

ผู้สื่อข่าวถามว่าก่อนทำรายงานส่งไปยังผู้บังบัญชาได้เข้าไปตรวจสอบในพื้นที่เมื่อไร นายอำนวยกล่าวว่า เป็นการตรวจตามปกติ และทางผู้ประกอบการพึ่งนำรถแบคโฮเข้าไปเมื่อวันที่ 22-23 กันยายน

เมื่อผู้สื่อข่าวพยายามสอบถามถึงรายละเอียดที่ผู้ประกอบการเข้ามาดำเนินการเหมืองในครั้งนี้ นายอำนวจตอบว่าให้ไปถามที่ ทสจ.

ด้าน น.ส.สมพร เพ็งค่ำ ผู้อำนวยการสถาบันพัฒนาระบบประเมินผลกระทบทางสุขภาพโดยชุมชน (CHIA) ให้สัมภาษณ์ว่าเมื่อสัปดาห์ที่แล้ว ได้ลงพื้นที่แม่น้ำสาละวินและบ้านทียาเพอเพื่อเก็บตัวอย่างน้ำมาตรวจหาสารปนเปื้อนซ้ำ ซึ่งก่อนหน้านี้เคยพบสารหนูเกินกว่ามาตรฐาน 16 เท่า ในลำห้วยซึ่งชาวบ้านกำลังคัดค้านไม่อยากให้ผู้ประกอบการเข้ามาทำเหมือง โดยทางทีมวิจัยได้จัดกิจกรรมเชิงปฏิบัติการ (Workshop) ให้ความรู้กับชาวบ้านเฝ้าระวังคุณภาพน้ำและการปนเปื้อนสารหนู ที่ห้องประชุมของ อบต.แม่สามแลบ โดยชาวบ้านทียาเพอมาร่วมเวิร์คช็อปเพื่อให้กำลังใจเพื่อน และได้นำตัวอย่างน้ำจากหมู่บ้านมาฝึกทดสอบการเฝ้าระวังด้วย

น.ส.สมพร กล่าวว่า บ้านทียาเพอเป็นกลุ่มชาติพันธุ์กะเหรี่ยงที่อาศัยอยู่รวมกันประมาณ 75 หลังคาเรือนใช้น้ำอุปโภคบริโภคจากลำห้วยธรรมชาติเป็นหลัก โดยชาวบ้านบอกว่าน้ำลำห้วยในชุมชนของเขามีรสชาติอร่อย เก็บตัวอย่างน้ำมาเวิร์คช็อปและชักชวนให้คนลุ่มน้ำสาละวินนำน้ำสะอาดรสชาติดีจากทียาเพอไปดื่มกินได้

“แต่ปรากฏว่าน้ำที่ชาวบ้านบอกว่าสะอาดอร่อยนั้นกลับพบค่าสารหนูในน้ำที่ใช้ดื่มกินมีปริมาณสูงถึง 0.25 มก./ล. จากค่ามาตรฐานปกติต้องไม่เกิน 0.01 มิลลิกรัม เราจึงขอเก็บตัวอย่างปัสสาวะและเจาะเลือดไปวิเคราะห์หาสารหนูอนินทรีย์แบบแยกชนิด ซึ่งเป็นชนิดที่มีความเป็นพิษสูงส่งไปยังห้องปฏิบัติการพิษวิทยา โรงพยาบาลรามาธิบดี” ผู้อำนวยการ CHIA กล่าว

นักวิจัยระบบสาธารณสุข กล่าวเพิ่มเติมว่า ผลการตรวจพบสมาชิกในครอบครัวรายหนึ่งอายุ 60 กว่าปีอาศัยในชุมชนและดื่มน้ำจากห้วยทียาเพอเป็นประจำ ค่าสารหนูในร่างกายสูงถึง 257 มิลลิกรัม ทีมวิจัยได้แจ้งผลตรวจแก่อาจารย์แพทย์ กระทรวงสาธารณสุข และผู้อำนวยการโรงพยาบาลสบเมย เพื่อเตรียมแผนติดตามตรวจเช็กรอยโรคและเฝ้าระวังสุขภาพของชุมชนในระยะยาว

“เราเอาชุดตรวจภาคสนามและอุปกรณ์เก็บตัวอย่างให้ชาวบ้านนำกลับไปไล่ตรวจลำห้วยทั้งหมด ทั้งน้ำกิน น้ำใช้ และเพื่อการเกษตร พบว่ามีลำห้วยที่ยังไม่ปนเปื้อนสารหนูเพียง 2 แห่งเท่านั้น โดยลำห้วยทียาเพอที่ชาวบ้านนำมาดื่มกินปนเปื้อนหนักที่สุด ผลการตรวจตัวอย่างน้ำจากคณะวิทยาศาสตร์ มหาวิทยาลัยเชียงใหม่ ยืนยันว่าปนเปื้อนสารหนูเกินค่ามาตรฐานประมาณ 16 เท่า” น.ส.สมพร กล่าว

อย่างไรก็ตาม ยังมีตัวอย่างปัสสาวะของชาวบ้านที่เก็บส่งตรวจเพิ่มเติมอีก 10 ราย คาดว่าอีกประมาณ 2 สัปดาห์จะทราบผลการตรวจจากแล็บ

ผู้อำนวยการสถาบัน CHIA กล่าวว่าชาวบ้านบอกว่าบริเวณต้นน้ำเคยเป็นพื้นที่เหมืองทำแร่ดีบุกเก่าเมื่อประมาณ 30–40 ปีก่อน ยังมีร่องรอยการทำเหมืองแบบขุดอุโมงค์ และพบลานกองแร่ ร่องรอยโรงแต่งแร่ อาคารเก่า และบ่อน้ำล้างแร่ แม้ปัจจุบันพื้นที่เหมืองเก่ามีต้นไม้ปกคลุมกลายสภาพเป็นป่าสมบูรณ์ แต่น้ำลำห้วยที่ชาวบ้านต่อท่อมาทำน้ำดื่มนั้น ไหลออกมาจากอุโมงค์เหมืองแร่เก่าโดยตรง เมื่อมีการขนรถแบคโฮขึ้นมาในพื้นที่ ทำให้ชาวบ้านกังวลว่าจะมีการขอต่ออายุสัมปทานหรือเปิดทำเหมืองแร่” ผู้อำนวยการสถาบัน CHIA กล่าวและว่า

ประเด็นที่ชาวบ้านกังวลคือ ประทานบัตรที่ผู้ประกอบการกำลังจะเข้าไปทำเหมืองนั้น เป็นบริเวณที่มีลำห้วยที่ยังไม่ปนเปื้อนอยู่ 2 สาย ซึ่งเป็นแหล่งน้ำสะอาดแหล่งสุดท้ายที่ชาวบ้านทียาเพอกำลังจะย้ายไปอาศัยน้ำเพื่อดำรงชีวิต

“หากมีการทำเหมืองในโซนนี้ จะทำให้ลำห้วยที่เหลือปนเปื้อนไปด้วย และทำให้ชุมชน ไม่มีแหล่งน้ำสะอาดเหลือสำหรับอุปโภคบริโภคอีกเลย ซึ่งในเวทีหมู่บ้านวานนี้ ชาวบ้านถูกถามว่าพิสูจน์ได้อย่างไรว่าสารหนูมาจากเหมือง ซึ่งชาวบ้านตอบได้ดีมากๆว่า ไม่จำเป็นต้องพิสูจน์ว่าเป็นเหมืองของใคร แต่ข้อเท็จจริงคือลำห้วยปนเปื้อนสารหนูเกินมาตรฐานไปแล้ว 16–25 เท่า ซึ่งไม่ใช่น้ำตามธรรมชาติ” น.ส.สมพร กล่าว