Search

เวที ค.2 สร้างโรงงานน้ำตาล/โรงไฟฟ้าชีวมวล อ.ชำนิเดือด-หวิดเลือดตกยางออกหลังกลุ่มคัดค้าน-กลุ่มหนุนเผชิญหน้าหนัก-เหตุผู้จัดแบ่งแยกมวลชน-สร้างความไม่เท่าเทียมในกระบวนการรับฟัง-นายอำเภอนางรองเผย บ.ที่ปรึกษาเตรียมปรับรูปใช้แบบสอบถามบุคคล

เมื่อวันนี้ 25 กันยายน 2569 เวลา 09.00 น.ได้มีการจัดเวทีรับฟังความคิดเห็นครั้งที่ 2(ค.2) ในโครงการสร้างโรงงานน้ำตาลและโรงไฟฟ้าชีวมวล อ.ชำนิ จ.บุรีรัมย์ ที่บริเวณใกล้ปั้มเชลล์ ต.บ้านสิงห์ อ.นางรอง จ.บุรีรัมย์ โดยทางทีมที่ปรึกษาของโรงงานน้ำตาลฯได้จัดพื้นที่ชั่วคราวไว้ และได้จัดให้ประชาชนกลุ่มหนึ่งที่สนับสนุนเข้าไปนั่งด้านในเวที ขณะที่ประชาชนในนาม “กลุ่มโอโซนรักบ้านเกิด” ซึ่งเป็นชาวบ้านที่จะได้รับผลกระทบและคัดค้านประมาณ 400 คนได้นัดรวมตัวกัน และถูกจัดให้นั่งบริเวณด้านนอกข้างเวทีโดยมีราวเหล็กกั้น

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า สถานการณ์การเผชิญหน้าได้รุนแรงขึ้นตามลำดับโดยชาวบ้านกลุ่มคัดค้านเห็นว่าการจัดเวทีรับฟังครั้งนี้มีความไม่เท่าเทียมและไม่โปร่งใสเพราะต่างก็เป็นผู้ได้รับผลกระทบ แต่กลับถูกกีดกันให้อยู่ด้านข้างเวที ซึ่งเป็นการแบ่งแยกไม่เหมือนเวทีรับฟังความคิดเห็น ทั้ง ๆ ที่กลุ่มคัดค้านพยายามเจรจากับเจ้าหน้าที่ตำรวจและเจ้าหน้าที่รักษาความปลอดภัยของงานเพื่อขอเข้าไปในเวทีหลัก แต่ก็ได้รับการปฎิเสธ จึงทำให้เกิดการยื้อดึงแผงราวเหล็กกั้นระหว่างทั้งสองฝ่าย 

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า เหตุการณ์เผชิญหน้าและยื้อยุดฉุดกระชากได้เกิดขึ้นหลายรอบและรุนแรงขึ้นตามลำดับ จนทำให้ทีชาวบ้านบางคนได้บาดเจ็บเล็กๆน้อยๆ และมีการเจรจากันหลายรอบ จนครั้งสุดท้ายซึ่งมีนายอำเภอนางรอง ผู้กำกับ สภ.นางรอง ตัวแทนกลุ่มคัดค้านและตัวแทนบริษัท โดยกลุ่มค้านเสนอให้ยุติเวทีรับฟังความคิดเห็นครั้งที่ 2 ออกไปก่อน  จนกระทั่งเวลา 14.00 น.เจ้าหน้าที่ตำรวจได้แจ้งมายังตัวแทนกลุ่มคัดค้านว่า ทางบริษัทได้ยุติเวที จึงทำให้กลุ่มค้านประกาศชัยชนะที่ได้ออกมาร่วมกันปกป้องบ้านเกิด ปกป้องอากาศบริสุทธิ์ ปกป้องพื้นที่ความมั่นคงทางอาหาร เพราะพื้นที่บ้านเราปลูกข้าว หลังจากนั้นจึงได้เดินทางกลับ

นายสมพงษ์ สงกูล กรรมการกลุ่มโอโซนรักบ้านเกิด กล่าวว่า พวกตนมีความตั้งใจที่จะเข้าร่วมเวทีรับฟังความคิดเห็นครั้งที่ 2 เพื่อคัดค้านโรงงานน้ำตาลขนาด 20,000 ตันอ้อยต่อวัน และโรงไฟฟ้าชีวมวลจากเดิม 54 เมกะวัตต์และจะปรับเพิ่มเป็น 65 เมกะวัตต์ เพราะจะเกิดขึ้นในพื้นที่ตำบลหนองปล่อง อำเภอชำนิ จังหวัดบุรีรัมย์ ซึ่งพื้นที่ตั้งไม่เหมาะสม เพราะเป็นพื้นที่ที่พวกตนปลูกข้าว อยู่ติดลำน้ำลำปะเทีย ถือว่าเป็นบริเวณที่มีความมั่นคงทางอาหาร 

“หลังจากที่พวกเราเดินทางมาถึงพื้นที่จัดเวที ค.2 บริเวณทางเข้าได้มีรถหกล้อและรถสิบล้อจอดกั้นขวาง ทำเป็นช่องให้พี่น้องเดินเข้าผ่านด่านตำรวจและฝ่ายปกครอง เขายังมีแผงรั้วเหล็กกั้นให้พวกเราไปอยู่คนละจุดกับเวทีหลัก ทำให้พี่น้องมองว่าการจัดเวทีครั้งนี้ไม่โปร่งใส และกีดกันคนเห็นต่าง ทั้ง ๆ ที่พวกเราเป็นคนในพื้นที่ซึ่งจะได้รับผลกระทบ เราพยายามเจรจาเพื่อขอเข้าไปในเวทีหลัก แต่ก็ถูกเจ้าชายฉกรรจ์ของเขาและเจ้าหน้าที่ตำรวจได้ยืนคุมแผงเหล็กไว้”นายสมพงษ์ เล่าถึงนาทีเผชิญหน้า

 นายสมพงษ์กล่าวว่า การยื้อแย่งแผงเหล็กกันและผลักดันกันเกิดขึ้นหลายครั้งจนทำให้ทางกลุ่มคัดค้านบาดเจ็บหลายราย ซึ่งสุดท้ายทางผู้จัดแจ้งว่าจะยุติเวที ทำให้กลุ่มโอโซนรักบ้านเกิด อำเภอชำนิ – อำเภอนางรองประกาศชัยชนะในการปกป้องบ้านเกิด ปกป้องอากาศบริสุทธิ์ ปกป้องพื้นที่ความมั่นคงทางอาหาร

ด้านนายชัยพร มะลิวรรณ ผู้ใหญ่บ้านโคกปราสาทหมู่ 10 ตำบลหนองปล่อง อำเภอชำนิ จังหวัดบุรีรัมย์ กล่าวว่า  ถือได้ว่าชาวบ้านได้ร่วมกันปกป้องบ้านเกิดของตนเอง ถึงแม้ฝนจะตกทั้งวันแต่ก็ยังยืนหยัดในการคัดค้านเวทีรับฟังความคิดเห็นครั้งที่ 2 เพื่ออยากนำเสนอให้บริษัทที่ปรึกษาโรงงาน้ำตาลและโรงไฟฟ้าชีวมวลให้ยกเลิกโครงการและออกจากพื้นที่ความมั่นคงทางอาหารของชาวบ้านที่ได้ดำรงวิถีชีวิตมาตั้งแต่บรรพบุรุษ 

“พวกเราไม่อยากให้อุตสาหกรรมโรงงานน้ำตาลและโรงไฟฟ้าชีวมวลเกิดขึ้นในพื้นที่ แม้ในครั้งนี้เวทีจะยุติ แต่พวกเราก็ยังเฝ้าระวัง ติดตามสถานการณ์ในพื้นที่อย่างใกล้ชิด เพื่อไม่มีโรงงานน้ำตาลและโรงไฟฟ้าชีวมวลในพื้นที่ อยากเสนอถึงบริษัทที่ปรึกษาว่าควรยกเลิกแผนการก่อสร้างโรงงานน้ำตาลและโรงไฟฟ้าชีวมวลในบริเวณพื้นที่ตำบลหนองปล่อง เพื่อรักษาพื้นที่ความมั่นคงทางด้านอาหารของชุมชนเอาไว้”ผู้ใหญ่บ้านหมู่ 10 กล่าว

นายปรัชญา สุวรรณท่ นายอำเภอนางรอง กล่าวว่า จริงๆแล้วโครงการสร้างโรงงานเกิดขึ้นในพื้นที่อำเภอชำนิ เพียงแต่บริษัทที่ปรึกษาของโรงงานหวั่นเกรงว่าจะเกิดการปะทะกันในพื้นที่จึงได้มาจัดเวที ค.2 ที่อำเภอนางรอง อย่างไรก็ตามก็ไม่มีเหตุรุนแรงอะไรมากโดยทางอำเภอได้จัดกำลังเจ้าหน้าที่ไปรักษาความปลอดภัยกว่า 100 นาย 

“ทางผู้จัดได้จัดเวทีโดยแยกให้ชาวบ้านทั้งฝ่ายสนับสนุนและฝ่ายคัดค้านนั่งกันคนละโซน ฝ่ายคัดค้านจึงบุกยึดเพื่อเข้าเวที ทำให้เกิดการเผชิญหน้ากัน ในที่สุดจึงต้องยุติเวที”นายอำเภอนางรอง กล่าว

ผู้สื่อข่าวถามว่าได้เตรียมแผนรับมือไว้อย่างไรหากจะมีการจัดเวที ค.2 ขึ้นมาอีกครั้ง นายปรัญญากล่าวว่า เท่าที่พูดคุยกับบริษัทที่ปรึกษา ไม่น่าจะมีการจัดเวที ค.2 อีก แต่อาจปรับเปลี่ยนรูปแบบการรับฟัง เช่น การใช้แบบสอบถามส่งไปถึงแต่ละคน

เมื่อถามว่าชาวบ้านได้ร้องเรียนไปยังศูนย์ดำรงธรรมเพราะเห็นว่าการตั้งโรงงานเป็นการทำลายแหล่งอาหารได้มีการตรวจสอบและรายงานเรื่องนี้ไปหรือไม่ อย่างไร นายอำเภอนางรองกล่าวว่า ได้ทำรายงานเสนอไปยังผู้บังคับบัญชาทุกครั้งโดยเฉพาะเมื่อมีสถานการณ์ แต่โดยข้อเท็จจริงแล้ว ทางอำเภอมีหน้าที่เพียงรักษาความสงบ แต่อำนาจในการตัดสินใจเป็นของหน่วยงานที่เกี่ยวข้องในส่วนกลาง