วันที่ 29 กันยนยน 2569 สำนักข่าวออนไลน์ใน สปป.ลาว รายงานว่า ช่วงเวลากลางคืนต่อเนื่องถึงช่วงเช้าของ วันที่ 28 กันยายน 2569 เวลาประมาณ 01.00 น. เกิดเหตุการณ์ดินถล่มสไลด์ลงมา บริเวณพื้นที่พักอาศัยและไซต์งานก่อสร้างโครงการเขื่อนไฟฟ้าพลังน้ำปากแบง บนแม่น้ำโขงสายประธานที่กั้นระหว่างเมืองปากแบง แขวงอุดมไซย กับ เมืองเงิน แขวงไซยะบุรี ห่างจากตัวอำเภอปากแบง แขวงอุดมไชย ขึ้นไปทางเหนือประมาณ 14 กิโลเมตร
ทั้งนี้มีข้อมูลที่เพิ่มเติมจากผู้แสดงความคิดเห็นซึ่งระบุรายละเอียดคนในพื้นที่ว่า เหตุการณ์ดังกล่าวเกิดขึ้นในช่วงเวลากลางคืน เมื่อคนขับรถบรรทุกรายหนึ่งสังเกตเห็นความผิดปกติว่าถนนเริ่มพังทลายลง จึงรีบส่งเสียงตะโกนเตือนไปยังค่ายทหารที่ตั้งอยู่ในบริเวณก่อสร้าง ทำให้สามารถอพยพผู้คนหนีตายออกมาได้ โดยคาดว่ามีผู้ได้รับบาดเจ็บ 1 ราย ซึ่งถูกนำตัวส่งไปรักษาต่อที่นครหลวงเวียงจันทน์แล้ว
ตามรายงานในสื่อโซเชียลระบุว่า แรงดินถล่มและสถานการณ์ที่ทรุดตัวลงได้ส่งผลให้อาคารและสิ่งปลูกสร้างในบริเวณดังกล่าวพังถล่มลงมา รวมถึง 4 หลัง ข้อมูลเบื้องต้นยืนยันว่าไม่มีผู้เสียชีวิตจากเหตุการณ์นี้ อย่างไรก็ตามขณะนี้ยังไม่มีรายละเอียดการยืนยันข้อเท็จจริงอย่างเป็นทางการว่ามีผู้เสียชีวิตหรือไม่ และผู้บาดเจ็บจำนวนกี่คน รวมถึงยังไม่มีการรายงานตัวเลขความเสียหายที่แน่ชัดจากหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง
สำหรับโครงการเขื่อนปากแบง เป็นโครงการเขื่อนกั้นแม่น้ำโขงตอนล่าง ดำเนินการโดยบริษัท Pak Beng Power Co., Ltd. ซึ่งเป็นการร่วมทุนระหว่าง China Datang Overseas Investment Co., Ltd. (ถือหุ้น 51%) และบริษัทพลังงานยักษ์ใหญ่สัญชาติไทย Gulf Energy Development Public Co., Ltd. (ถือหุ้น 49%) โดยมีการลงนามในสัญญาซื้อขายไฟฟ้า (PPA) ระยะเวลา 29 ปี ร่วมกับการไฟฟ้าฝ่ายผลิตแห่งประเทศไทย (EGAT) เมื่อเดือนกันยายน 2566 เพื่อเตรียมส่งออกกระแสไฟฟ้า 95% ของกำลังการผลิตทั้งหมดกลับมายังประเทศไทยในราวปี 2573 (ค.ศ. 2033) ตัวเขื่อนออกแบบให้เป็นเขื่อนประเภทน้ำไหลผ่านตลอดปี (Run-of-river) ความสูง 64 เมตร ยาว 896 เมตร มีกำลังการผลิตติดตั้งรวม 912 เมกะวัตต์ ทั้งนี้ โครงการเคยถูกปรับลดระดับความสูงลงจากดีไซน์เดิมเพื่อไม่ให้ระดับน้ำหนุนล้ำกระทบพื้นที่ในประเทศไทย
อย่างไรก็ตาม แม้จะมีโครงสร้างรองรับการเดินเรือและการสัญจรของปลา แต่รายงานการประเมินผลกระทบทางสังคมชี้ชัดว่า โครงการนี้ส่งผลกระทบโดยตรงต่อ 26 หมู่บ้านในแขวงอุดมไชยและแขวงบ่อแก้ว รวมประชากร 923 ครัวเรือน (ราว 4,726 คน) ซึ่งต้องมีการโยกย้ายถิ่นฐานครั้งใหญ่ เช่น ชุมชนบ้านหลวงตอง เหตุการณ์ดินถล่มและอาคารพังทลายในครั้งนี้ ยิ่งสร้างความตื่นตระหนกและเพิ่มความกังวลให้กับภาคประชาสังคมและกลุ่มนักอนุรักษ์ ถึงความปลอดภัยในพื้นที่ก่อสร้าง มาตรการป้องกันภัยพิบัติ ตลอดจนผลกระทบข้ามพรมแดนจากเมกะโปรเจกต์บนแม่น้ำโขงที่ต้องจับตาอย่างใกล้ชิด
—–
ภาพจาก Lao HydroPower
