
เมื่อวันที่ 1 ตุลาคม 2569 สำนักข่าว Irrawaddy รายงานว่า กองทัพพม่าได้สั่งย้ายกองบัญชาการภาคตะวันออกตอนกลาง ซึ่งเดิมตั้งอยู่ที่เมืองโขหลำ ในรัฐฉานตอนใต้มายังเมืองลอยก่อ เมืองหลวงของรัฐคะเรนนีอย่างเงียบๆ ซึ่งเมืองลอยก่ออยู่ใกล้กับศูนย์กลางอำนาจของรัฐบาลทหารพม่าในกรุงเนปีดอว์มากขึ้น
สื่อพม่ารายงานว่า การย้ายฐานบัญชาการครั้งนี้ดูเหมือนจะเป็นส่วนหนึ่งของปฏิบัติการทางทหารและการโจมตีของกองทัพพม่าที่กำลังทวีความรุนแรงขึ้นต่อกลุ่มต่อต้านหลากหลายกลุ่ม เช่น กองกำลังคะเรนนี (Karenni Army – KA) กองกำลังป้องกันแห่งชาติคะเรนนี (The Karenni Nationalities Defense Force – KNDF) และกองกำลังป้องกันประชาชนท้องถิ่น (PDF)
ทั้งนี้กองบัญชาการปฏิบัติการระดับภูมิภาคในเมืองลอยก่อก่อตั้งขึ้นในปี 2533 และอยู่ภายใต้การดูแลของกองบัญชาการภาคตะวันออก (Eastern Command) เป็นเวลาหลายปี แต่ในเดือนพฤศจิกายนปี 2566 ระหว่างปฏิบัติการ 1111 กองกำลัง KNDF ได้ยึดครองเมืองลอยก่อส่วนใหญ่ ทำให้กองกำลังของรัฐบาลทหารพม่าต้องถอยร่นเข้าไปยังฐานที่มั่นที่มีการป้องกันแน่นหนา นับแต่นั้นมา รัฐบาลทหารได้ยกระดับเมืองลอยก่อให้เป็นที่ตั้งกองบัญชาการระดับภูมิภาคอย่างเต็มรูปแบบ โดยมีเป้าหมายเพื่อเสริมสร้างศักยภาพในการป้องกันเมืองเนปีดอว์ เมืองหลวงของพม่าและฐานบัญชาการใหญ่ของกองทัพพม่า ในขณะเดียวกันก็ได้ลดสถานะเมืองโขหลำลง และเป็นเพียงสำนักงานปฏิบัติการระดับภูมิภาค
ตามข้อมูลของร้อยเอกสิ่นยอว์ นายทหารพม่าที่แปรพักตร์ระบุว่า “พวกเขาแอบย้ายฐานบัญชาการไปที่เมืองลอยก่อแล้ว โดยยังคงใช้ชื่อเดิมคือ กองบัญชาการภาคตะวันออกกลาง ผมคิดว่ากองทัพวางแผนที่จะยกระดับปฏิบัติการทางทหารในรัฐคะเรนนีและพื้นที่รัฐกะเหรี่ยงที่อยู่ติดกัน รวมถึงสร้างแนวป้องกันที่ทอดยาวไปทางกรุงเนปีดอว์”
มีรายงานระบุว่า พลจัตวาหว่ายลินอ่อง ผู้บัญชาการประจำพื้นที่ในเมืองลอยก่อยังคงทำหน้าที่บัญชาการอยู่เช่นเดิม เพียงแต่มีภาระหน้าที่และความรับผิดชอบที่เพิ่มมากขึ้น ทั้งนี้เมื่อมีการจัดตั้งกองบัญชาการภาคตะวันออกกลางขึ้นในปี 2554 การกำหนดให้มีฐานบัญชาการอยู่ที่เมืองโขหลำ ในเมืองน่ำจ๋าง รัฐฉานถือเป็นเรื่องสมเหตุสมผล เนื่องจากเป็นจุดเชื่อมต่อการคมนาคมที่สำคัญ ซึ่งเชื่อมโยงไปยังพื้นที่รัฐฉานทั้งทางภาคตะวันออก ทิศใต้และทิศเหนือ ซึ่งล้วนเป็นพื้นที่ที่มีสถานการณ์ความไม่สงบ โดยมีพลเอกเมี๊ยะทุนอู ดำรงตำแหน่งผู้บัญชาการคนแรก
แต่ในปัจจุบัน รัฐบาลทหารพม่าส่วนกลางยังคงรักษาข้อตกลงหยุดยิงกับกลุ่มติดอาวุธหลักทุกกลุ่มในรัฐฉานไว้ได้ จึงไม่มีความจำเป็นต้องมีกองบัญชาการที่มีอำนาจเบ็ดเสร็จเด็ดขาดในพื้นที่ดังกล่าวอีกต่อไป ในทางตรงกันข้าม เมืองลอยก่อยังคงมีเหตุความขัดแย้งอย่างดุเดือด “กองบัญชาการระดับภูมิภาคในเมืองโขหลำ มีจุดมุ่งหมายเพื่อเผชิญหน้ากับกลุ่มติดอาวุธไทใหญ่ ทางตะวันออกของแม่น้ำสาละวิน แต่วันนี้มีโอกาสน้อยมากที่จะสู้รบที่นั่น ดังนั้น กองทัพพม่าจึงเปลี่ยนคำสั่งไปที่ลอยก่อ ซึ่งมีการต่อต้านอย่างแข็งแกร่ง รัฐบาลทหารตั้งใจที่จะโจมตีอย่างหนักเพื่อยึดคืนพื้นที่ที่เสียไป” นักวิเคราะห์คนหนึ่งกล่าว