Search

ชี้ทัพพม่าโจมตีพลเรือกมากขึ้นหวังกดดันกองกำลังอาระกันสู่โต๊ะเจรจา-ล่าสุดทิ้งระเบิดค่าย IDP/พื้นที่ประสบภัยน้ำท่วม

เมื่อวันที่ 5 ตุลาคม 2569 สำนักข่าว Radio Free Asia รายงานอ้างจากนักวิเคราะห์การเมืองซึ่งมองว่า กองทัพพม่ากำลังใช้วิธีการโจมตีพลเรือนเพิ่มมากขึ้นเรื่อย ๆ เพื่อบีบให้กองกำลังอาระกัน (Arakan Army – AA) ซึ่งเป็นกลุ่มติดอาวุธในรัฐยะไข่ทางชายฝั่งตะวันตกของประเทศเข้าสู่โต๊ะเจรจา โดยกองกำลังอาระกันเป็นกลุ่มติดอาวุธชาติพันธุ์ที่ควบคุมเมืองส่วนใหญ่ในรัฐยะไข่ได้เปิดเผยว่า กองทัพพม่า ภายใต้รัฐบาลของพลเอกมินอ่องหล่ายได้โจมตีทางอากาศในเมืองเจ้าก์ตอว์ โดยทิ้งระเบิดใส่ตลาดที่มีผู้คนพลุกพล่านและพื้นที่พลเรือนอื่นๆเมื่อปลายเดือนกันยายนที่ผ่านมา ทำให้มีผู้เสียชีวิตอย่างน้อย 50 คน รวมถึงเด็กและหญิงตั้งครรภ์

ขณะที่สำนักงานสิทธิมนุษยชนแห่งสหประชาชาติได้ระบุว่า การโจมตีครั้งนี้เป็นการโจมตีทางอากาศที่ร้ายแรงที่สุดครั้งหนึ่งในรัฐยะไข่ นับตั้งแต่กองทัพเข้ายึดอำนาจรัฐประหารในปี 2564 ส่วนองค์กร Fortify Rights แถลงการณ์เมื่อวันที่ 2 ตุลาคมที่ผ่านมา ซึ่งการโจมตีครั้งนี้อาจเข้าข่ายอาชญากรรมสงคราม ทั้งนี้กลุ่มชาติพันธุ์อื่นๆอีกหลายกลุ่ม ซึ่งบางกลุ่มเคยเป็นพันธมิตรและต่อสู้เคียงข้างกับ AA หลังการรัฐประหาร ได้เริ่มเข้าร่วมการเจรจาสันติภาพในช่วงไม่กี่เดือนที่ผ่านมา อย่างไรก็ตาม AA เป็นหนึ่งในกลุ่มต่อต้านหลักจากหลายกลุ่มทั่วประเทศ รวมถึงกองกำลังเอกราชคะฉิ่น KIA (Kachin Independence Army) และสหภาพแห่งชาติกะเหรี่ยง KNU (Karen National Union) ที่ยังคงจับปืนสู้กับกองทัพพม่า

ด้านจายจี ซิน โซ นักวิเคราะห์ความมั่นคงของพม่ากล่าวว่า การโจมตีพลเรือนเป็นหนึ่งในยุทธวิธีของกองทัพพม่าที่มุ่งบีบให้ AA ยอมสงบศึก

“ฝ่ายหนึ่งได้วางเส้นทางที่ต้องการไว้แล้ว แต่พวกเขากำลังใช้การบีบบังคับหลายรูปแบบเพื่อกดดันอีกฝ่ายให้บรรลุเส้นทางนั้น ซึ่งรวมถึงการใช้กำลังทหาร นอกจากนี้ยังมีความพยายามที่จะใช้แรงกดดันทางการเมืองและเศรษฐกิจโดยประสานงานกับประเทศเพื่อนบ้าน กล่าวอีกนัยหนึ่ง นี่เป็นส่วนหนึ่งของยุทธวิธีของกองทัพพม่า” เขากล่าว

นักวิเคราะห์รายนี้กล่าวว่า การโจมตีที่ทำให้พลเรือนเสียชีวิตจำนวนมาก เช่น การโจมตีที่เมืองเจ้าก์ตอว์ อาจมีจุดประสงค์เพื่อข่มขู่พลเรือนเพื่อไม่ให้ยอมรับอำนาจของกองกำลัง AA

ขณะที่กองกำลัง AA เปิดเผยว่า ในช่วงเวลา 5 เดือน ตั้งแต่วันที่ 21 เมษายนถึง 30 กันยายนที่ผ่านมา รัฐบาลทหารพม่าได้เชิญเจรจาสันติภาพ ในขณะเดียวกันก็สังหารพลเรือนมากกว่า 130 คนในพื้นที่ที่ AA ควบคุม ด้วยการโจมตีทางอากาศและการยิงปืนใหญ่

ด้านส่อวายซอว์ รัฐมนตรีในรัฐบาลเอกภาพแห่งชาติ NUG ซึ่งประกอบด้วยผู้นำที่มาจากการเลือกตั้งตามระบอบประชาธิปไตยที่ถูกโค่นล้มในการรัฐประหารที่ผ่านมา กล่าวว่า ไม่มีฝ่ายใดต้องการรับคำเชิญเจรจาสันติภาพในขณะที่ถูกโจมตีอย่างต่อเนื่อง

“การทิ้งระเบิดไม่ได้เพิ่งเริ่มต้น พวกเขาทำมาตลอด สถานการณ์แย่ลงในช่วงไม่กี่วันที่ผ่านมา พวกเขาทิ้งระเบิดทั้งๆที่รู้ว่ามีพลเรือนอยู่บริเวณนั้น แล้วใครจะอยากเข้าไปพบพวกเขาล่ะ ไม่ใช่แค่กลุ่ม AA เท่านั้น กลุ่มไหนๆ ก็คงรู้สึกแบบเดียวกัน” ส่อวายซอว์กล่าว ตั้งแต่ต้นเดือนนี้ มีรายงานว่า กองกำลัง AA ได้ปะทะอย่างดุเดือดกับกองทัพพม่าในพื้นที่ที่ยังอยู่ภายใต้การควบคุมของกองทัพพม่าอย่างในเมืองชิตต่วย เมืองเจ้าก์ผิ่วและเมืองมะหน่าว ขณะเดียวกัน กองทัพพม่ากำลังรุกคืบเข้าสู่รัฐยะไข่จากรัฐชิน และเขตมะโกยและเขตอิรวดี

ชาวบ้านรายงานว่า การโจมตีทางอากาศยังคงดำเนินต่อไปในพื้นที่ที่กลุ่ม AA ควบคุม

ด้านนายเต็งทุนอู ผู้อำนวยการบริหารของสถาบัน ‘ตะนิงก่า’ เพื่อการศึกษาเชิงยุทธศาสตร์ ซึ่งเป็นสถาบันวิจัยที่สนับสนุนกองทัพในเนปีดอว์ กล่าวว่า การเผชิญหน้าทางทหารโดยตรงจะดำเนินต่อไปตราบใดที่การสู้รบด้วยอาวุธยังคงดำเนินอยู่บนภาคพื้นดิน

นายตะทุนละ ประธานพรรคอาระกันแห่งชาติ (Arakan National Party) ซึ่งเป็นตัวแทนผลประโยชน์ของกลุ่มชาตินิยมยะไข่ กล่าวว่า การโจมตีทางอากาศทำให้กลุ่ม AA ยากที่จะตอบรับคำเชิญเข้าร่วมการเจรจาสันติภาพ

“กระบวนการสันติภาพต้องการความไว้วางใจ การยิงเป้าหมายพลเรือนไม่สามารถมองว่าเป็นกระบวนการสร้างความไว้วางใจได้” เขากล่าว

ทั้งนี้การโจมตีทางอากาศในรัฐยะไข่ล่าสุด เกิดขึ้นเมื่อวันที่ 4 ตุลาคมที่ผ่านมา โดยกองทัพม่าได้โจมตีค่ายผู้พลัดถิ่น 2 แห่งในเมืองโพนนะยุ้น ในรัฐยะไข่ ซึ่งส่งผลให้มีผู้เสียชีวิต 6 ราย นอกจากนี้ยังโจมตีในเมืองราทีดอง ซึ่งตั้งอยู่ในรัฐยะไข่เช่นเดียวกัน

ขณะที่สำนักข่าว Irrawaddy รายงานว่า เมื่อวันที่ 1 ตุลาคมที่ผ่านมา กองทัพพม่าได้โจมตีในหมู่บ้านปี่ต่าย ในเมืองตะเยทฉ่าว ตั้งอยู่ในเมืองทวาย ซึ่งเป็นพื้นที่ที่ได้รับผลกระทบจากน้ำท่วมหนักสุดอีกแห่งหนึ่ง และแม้จะไม่มีรายงานการสู้รบในพื้นที่นี้ก็ตาม