
เมื่อวัตที่ 5 ตุลาคม 2569 เพจสาธารณสุขจังหวัดเชียงรายได้เผยแพร่ข่าวว่า จากสถานการณ์คุณภาพน้ำในพื้นที่จังหวัดเชียงราย ซึ่งผลการตรวจ น้ำผิวดินในลำน้ำแม่สายของกรมควบคุมมลพิษยังพบโลหะหนักบางรายการเกินค่ามาตรฐาน หน่วยงานด้านสาธารณสุขจึงยังคงเฝ้าระวังผลกระทบที่อาจเกี่ยวข้องกับสุขภาพประชาชนอย่างต่อเนื่อง
ล่าสุด สำนักงานสาธารณสุขจังหวัด(สสจ.)เชียงราย เผยผลการเฝ้าระวังโลหะหนักใน น้ำประปาหมู่บ้าน ปลา พืชผัก และผลไม้ ในพื้นที่ที่เกี่ยวข้องกับแม่น้ำกก แม่น้ำสาย และแม่น้ำรวก เพื่อให้ประชาชนได้รับข้อมูลที่ถูกต้อง และสามารถปฏิบัติตัวได้อย่างเหมาะสม
เพจของ สสจ.เชียงรายรายงานว่า การเฝ้าระวัง ครั้งที่ 11 ระหว่างวันที่ 17–19 สิงหาคม 2569 ดำเนินการโดยกรมวิทยาศาสตร์การแพทย์ ผ่าน ศูนย์วิทยาศาสตร์การแพทย์ที่ 1/1 เชียงราย ร่วมกับ สำนักงานสาธารณสุขจังหวัดเชียงราย และ รพ.สต.ในพื้นที่ สังกัดองค์การบริหารส่วนจังหวัดเชียงราย ครอบคลุมพื้นที่ 7 อำเภอ 21 รพ.สต. ครั้งนี้เก็บตัวอย่างรวม 40 ตัวอย่าง ได้แก่ น้ำประปาหมู่บ้าน 21 ตัวอย่าง ปลา 7 ตัวอย่าง และพืชผัก/ผลไม้ 12 ตัวอย่าง เพื่อตรวจหาโลหะหนัก ได้แก่ ตะกั่ว แคดเมียม สารหนู และปรอท โดยผลการตรวจตัวอย่างทั้ง 40 ตัวอย่าง พบค่าโลหะหนักไม่เกินค่าที่กำหนด
การตรวจครั้งนี้เป็นส่วนหนึ่งของการเฝ้าระวังอย่างต่อเนื่อง โดยก่อนหน้านี้ได้ดำเนินการเฝ้าระวังครั้งที่ 10 ในเดือนกรกฎาคม 2569 และติดตามต่อเนื่องอีกครั้งในเดือนสิงหาคม เพื่อเฝ้าระวังผลกระทบที่อาจเกิดขึ้นต่อสุขภาพของประชาชน
นพ.คงศักดิ์ ชัยชนะ รองนายแพทย์สาธารณสุขจังหวัดเชียงราย กล่าวว่า ผลการตรวจรอบนี้เป็นข้อมูลที่ช่วยให้ประชาชนคลายความกังวลได้ในระดับหนึ่ง อย่างไรก็ตาม แม้ตัวอย่างน้ำประปาและอาหารที่เก็บตรวจครั้งนี้จะไม่พบโลหะหนักเกินค่าที่กำหนด แต่หน่วยงานสาธารณสุขยังคงติดตามสถานการณ์อย่างต่อเนื่อง
“ประชาชนไม่จำเป็นต้องวิตกกังวลเกินไป ผลการตรวจตัวอย่างน้ำประปาหมู่บ้าน ปลา พืชผักและผลไม้ในรอบนี้ พบว่าโลหะหนักไม่เกินค่าที่กำหนด อย่างไรก็ตาม ขอให้เลือกใช้น้ำประปาที่ผ่านระบบปรับปรุงคุณภาพ เลือกอาหารจากแหล่งที่เชื่อถือได้ ล้างผัก ผลไม้ และวัตถุดิบให้สะอาดก่อนนำมาปรุงอาหาร และ ไม่นำน้ำจากแม่น้ำหรือแหล่งน้ำธรรมชาติมาดื่มโดยตรง”นพ.คงศักดิ์ กล่าว
สำนักงานสาธารณสุขจังหวัดเชียงราย ย้ำว่า ผลการตรวจครั้งนี้เป็นผลของตัวอย่างที่เก็บตรวจ ณ พื้นที่และช่วงเวลาตามแผนเฝ้าระวัง จึงไม่ได้หมายความว่าสถานการณ์คุณภาพน้ำในแม่น้ำสิ้นสุดลง โดยหน่วยงานที่เกี่ยวข้องจะยังคงเก็บตัวอย่าง ตรวจวิเคราะห์ และติดตามสถานการณ์อย่างต่อเนื่อง หากพบข้อมูลที่อาจส่งผลกระทบต่อสุขภาพประชาชน จะเร่งสื่อสารข้อเท็จจริงและคำแนะนำในการปฏิบัติตัวให้ประชาชนทราบโดยเร็ว
ด้านสมพร เพ็งค่ำ ผู้อำนวยการสถาบันพัฒนาระบบประเมินผลกระทบทางสุขภายโดยชุมชน ( Community Health Impact Assessment Platform หรือCHIA Platform) กล่าวว่า จากการรายงานผลครั้งนี้เห็นถึงการสื่อสารความเสี่ยงมีการปรับตัวดีขึ้นของสาธารณสุขจังหวัด เนื่องจากที่ผ่านมาพูดในภาพรวมโดยไม่บอกว่าเก็บตัวอย่างวันไหน ที่ไหน แต่ครั้งนี้ทำดีขึ้น และมีการให้สแกนคิวอาร์โคดเข้าไปดูรายละเอียดด้วย ถือว่าทำได้ดี แต่สิ่งที่ปรับปรุงต่อคือชาวบ้านที่ไม่รู้จักการสแกนคิวอาร์โค้ด ควรจัดทำเป็นแผนที่ความเสี่ยงซึ่งดูเข้าใจง่ายกว่า
“ในข่าวบอกว่าเฝ้าระวังต่อเนื่องแสดงว่ารู้พื้นที่บริเวณไหนมีความเสี่ยงอย่างไร ดังนั้นน่าจะทำเป็นแผนที่เปรียบเทียบให้เห็นตามช่วงเวลา แม้ไม่เกินค่ามาตรฐาน แต่เก็บแต่ละครั้งแล้วรายงานทำให้เห็นแนวโน้ม และชาวบ้านเข้าใจง่ายกว่า”สมพร กล่าว

สมพรกล่าวว่า จากการรายงานผลการตรวจของสาธารณสุขจังหวัดครั้งนี้ จะเห็นว่าทั้งเรื่องระบบประปาและพืชผักยังไม่น่าเป็นกังวล แต่ที่ตนรู้สึกเป็นห่วงคือกรณีปลาซึ่งจาการตรวจปลา 7 ชนิดพบสารปรอททั้งหมดแม้จะไม่เกินมาตรฐาน ยกเว้นปลากระสูบที่บ้านสบกกซึ่งมีค่าปรอทเกิน ทั้งนี้สารปรอทเมื่อเข้าสู่ตัวปลาทำให้เพิ่มความเป็นพิษ ดังนั้นควรมีการสื่อสารกับชาวบ้านอย่างตรงไปตรงมาก
————–