Search

ศิลปินหลากหลายร่วมแสดงผลงาน “ความเปลี่ยนแปลงลุ่มน้ำกก สาย รวก และโขง” หลังลงพื้นที่สัมผัสสถานการณ์จริง-เตรียมจัดตั้งกองทุนร่วมอนุรักษ์-สนับสนุนคนรุ่นใหม่ถ่ายทอดเรื่องราว

เมื่อวันที่ 8 ตุลาคม 2569 นายกิตติ ตรีราช ผู้จัดการนาคาสตูดิโอ น.ส.เพียรพร ดีเทศน์ เลขาธิการมูลนิธิพัฒนาชุมชนและเขตภูเขา (พชภ.) และนายนิวัฒน์ ร้อยแก้ว หรือ “ครูตี๋” ผู้ก่อตั้งโฮงเฮียนแม่น้ำของ ร่วมกันเปิดเผยว่าในวันที่ 10 ตุลาคมที่จะถึงนี้ จะมีการเปิดนิทรรศการ “CHIANG RAI RIVER BASIN, NOW! ลุ่มน้ำเชียงราย บัดเดี๋ยวนี้!”  ซึ่งเป็นงานศิลปะเพื่อแม่น้ำโขง ณ พิพิธภัณฑ์ศิลปะร่วมสมัยเมืองเชียงราย “ขัวศิลปะ” จังหวัดเชียงราย ซึ่งเป็นผลงานของศิลปินจากหลากหลาย อาทิ  ไส้ติ่ง : โซไซตี้, ธนนันท์ ใจสว่าง, ธ.ดา.แล๊ป, อุบัติสัตย์ x ช่างทอผ้าศรีดอนชัย, อัญชลี ธีระโคตร, กฤษฎางค์ อินทะสอน และงานจิตรกรรม “วิถีแห่งสายน้ำของและภาพฉากสุดท้ายที่แก่งผาได” ของ สุวัฒน์ อาวุธ, วิจิตร นาเมืองรักษ์, เอกชัย ลวดสูงเนิน,  มอค (ถนอม กองจันทร์) เป็นต้น อำนวยการจัดนิทรรศการโดย สมาคมขัวศิลปะ ภัณฑารักษ์ โดย พจวรรณ พันธ์จินดา และฉัตร์ณพัฒน์ ปัญญาเพชร

นายกิตติกล่าวว่า โครงการ “วิถีแห่งสายน้ำของ-ภาพฉากสุดท้ายที่แก่งผาได” เกิดขึ้นจากความร่วมมือของนาคาสตูดิโอ โฮงเฮียนแม่น้ำของ และมูลนิธิพชภ. เพื่อเปิดพื้นที่ให้ศิลปินต่างรุ่นได้เรียนรู้และทำงานร่วมกัน ผ่านการล่องเรือสำรวจแม่น้ำโขงตามแนวพรมแดนไทย–ลาวในจังหวัดเชียงรายจนถึงแก่งผาได รวมถึงพื้นที่ป่าชุ่มน้ำ ก่อนนำผลงานมาจัดแสดง ณ ขัวศิลปะ ซึ่งชื่อ “ภาพฉากสุดท้ายที่แก่งผาได” เป็นคำชวนให้หยุดมองและตั้งคำถามถึงสิ่งที่เราอยากรักษาไว้ให้คนรุ่นต่อไป นิทรรศการนี้หวังให้ผู้ชมได้รู้จักแม่น้ำโขงผ่านสายตาของศิลปิน รับฟังเรื่องราวของผู้คนริมฝั่ง และร่วมคิดถึงอนาคตของสายน้ำ

“ที่ผ่านมาการสร้างสรรค์งานศิลปะเพื่อการอนุรักษ์ยังขาดงบประมาณสนับสนุนอย่างต่อเนื่อง หลายกิจกรรมจึงไม่สามารถดำเนินไปได้ตามความตั้งใจ จึงเสนอให้จัดตั้ง กองทุนศิลปะเพื่อการอนุรักษ์ลุ่มน้ำโขง โดยระดมทุนผ่านการจัดจำหน่ายผลงานศิลปะและการสนับสนุนจากผู้สนใจ เพื่อให้ศิลปินมีทุนสำหรับทำงานในพื้นที่และสื่อสารเรื่องราวของแม่น้ำและธรรมชาติต่อไป” ผู้จัดการนาคาสตูดิโอ กล่าว

นายนิวัฒน์ กล่าวว่าแม่น้ำโขง หรือ “แม่น้ำของ” ในคำเรียกของผู้คนริมฝั่ง เป็นทั้งแหล่งอาหาร พื้นที่ทำมาหากิน และส่วนหนึ่งของความทรงจำที่ผูกพันคนหลายรุ่นเข้าด้วยกัน ความงามของสายน้ำ แก่งหิน และป่าชุ่มน้ำ จึงมีเรื่องราวของชีวิตอยู่เสมอ ในช่วงที่ผ่านมา แม่น้ำโขงและลำน้ำสาขากำลังเผชิญภัยคุกคามจากการเปลี่ยนแปลงของระบบนิเวศ การสร้างเขื่อน และมลพิษข้ามพรมแดนที่เชื่อมโยงกับการทำเหมืองแร่ทองคำ แร่หายาก และแร่ชนิดอื่นในพื้นที่ต้นน้ำ โดยเฉพาะการทำเหมืองที่ขาดการกำกับดูแลในเมียนมา การขยายตัวของเหมืองเหล่านี้ทำให้เกิดความกังวลต่อแม่น้ำและชีวิตของผู้คนที่พึ่งพาสายน้ำร่วมกัน แม้จะอาศัยอยู่คนละประเทศก็ตาม

นายนิวัฒน์กล่าวว่า ผลตรวจคุณภาพน้ำของกรมควบคุมมลพิษพบสารโลหะหนักที่เป็นพิษเกินมาตรฐานในหลายจุดของแม่น้ำกก สาย รวก และแม่น้ำโขง ซึ่งย้ำถึงความจำเป็นในการเฝ้าระวังความปลอดภัยของน้ำ อาหาร และการทำมาหากินของชุมชนริมฝั่งอย่างต่อเนื่อง ตลอดจนความร่วมมือในการแก้ไขปัญหาที่ต้นทางข้ามพรมแดน

“กลุ่มศิลปินเหล่านี้ได้ทำงานเชื่อมโยงกับการอนุรักษ์ลุ่มน้ำโขงมาอย่างต่อเนื่อง พวกเขามีความตั้งใจที่จะใช้ภาพวาด บทกวี และดนตรี ถ่ายทอดเรื่องราวเหล่านี้ให้เข้าถึงผู้คนในวงกว้าง โดยเริ่มต้นจากการออกไปสัมผัสพื้นที่ รับฟังผู้คน และสร้างสรรค์ผลงานจากประสบการณ์ร่วมกัน งานศิลปะอาจช่วยให้ผู้ชมได้มองเห็นทั้งความงามที่ยังคงอยู่และความเปลี่ยนแปลงที่ชุมชนกำลังเผชิญ และเกิดความรู้สึกผูกพันกับแม่น้ำมากขึ้น”นายนิวัฒน์ กล่าว

น.ส.เพียรพรกล่าวว่า  สถานการณ์การปนเปื้อนสารโลหะหนักของแม่น้ำกก แม่น้ำสาย แม่น้ำรวกและแม่น้ำโขง เชื่อว่าจะมีความรุนแรงขึ้นตามลำดับเพราะทุกวันนี้เหมืองแร่ที่เป็นแหล่งต้นกำเนิดของสารพิษยังตักตวงผลประโยชน์กันทั้งกลางวันและกลางคืนโดยไร้กฏกติกาในการควบคุม แม้พื้นที่บริเวณโดยรอบจะมีทหารของกองกำลังต่างๆ รวมทั้งทหารพม่าและทหารไทย ประจำการอยู่ แต่ไม่มีผลใดๆต่อการกอบโกยผลประโยชน์จากแร่ธาตุซึ่งไร้มาตรการด้านสิ่งแวดล้อม

“เมื่อสัปดาห์ที่แล้ว ได้มีโอกาสไปลงพื้นที่ชายแดนด้าน อ.แม่ฟ้างหลวง เราได้เห็นถึงการขยายตัวอย่างรวดเร็วของเหมืองแร่ทองคำ 2 แห่งในฝั่งรัฐฉานซึ่งติดกับชายแดนไทย มันเป็นเรื่องน่าเศร้ามากที่เราเห็นภาพชัดเจนว่าเขากำลังขุดเหมืองปล่อยสารพิษลงสู่แม่น้ำ แต่เรากลับทำอะไรไม่ได้เลย” น.ส.เพียรพร กล่าว

เลขาธิการมูลนิธิ พชภ.กล่าวว่า เป็นเรื่องที่น่ายินดีที่กลุ่มศิลปินได้ล่องเรือสำรวจแม่น้ำโขงตามแนวพรมแดนไทย–ลาว ในจังหวัดเชียงรายจนถึงแก่งผาได และเรียนรู้พื้นที่ป่าชุ่มน้ำ มีช่วงพักค้างคืนเพื่อสังเกต บันทึก และสร้างสรรค์ผลงาน พร้อมรับฟังเรื่องเล่าจากผู้คนริมฝั่ง ทั้งความสัมพันธ์กับแม่น้ำและความเปลี่ยนแปลงที่เกิดขึ้น ผลงานของศิลปินช่วยสะท้อนเรื่องราวในอีกรูปแบบหนึ่ง

ทั้งนี้ผลงานภาพเขียนที่นำมาจัดแสดงในครั้งนี้ จะจัดจำหน่ายเพื่อนำรายได้ครึ่งหนึ่งจัดตั้งกองทุนสนับสนุนการสร้างสรรค์งานศิลปะเพื่อการอนุรักษ์ลุ่มน้ำโขงได้อย่างต่อเนื่อง โดยในวันที่ 10 ตุลาคม 2569 เริ่มต้นเปิดให้ลงทะเบียนตั้งแต่เวลา 16.00 น.และมีการเสวนางานวิจัยชาวบ้าน “พันธุ์ปลาแม่น้ำกก ท่ามกลางวิกฤตสารพิษปนเปื้อน” โดยสมาคมแม่น้ำเพื่อชีวิต ร่วมสนับสนุนโดย Rivers and Rights จากนั้นเวลา 18.00 น. เป็นพิธีเปิดโดย อ.นคร พงษ์น้อย นางเตือนใจ ดีเทศน์ และนายนิวัฒน์ ร้อยแก้ว ร่วมกันกล่าวถึงการตระหนักรู้ต่อสถานการณ์แม่น้ำ