เมื่อวันที่ 9 ตุลาคม 2569 สำนักข่าว AFP รายงานว่า พลเอกมินอ่องหล่าย ประธานาธิบดีเมียนมา กล่าวเมื่อวันที่8 ตุลาคม ผ่านมาว่า ทางการพม่าจะรับแรงงานข้ามชาติที่ถูกควบคุมตัวอยู่ในมาเลเซียกลับประเทศโดยเร็วที่สุด แม้ว่าจะมีความกังวลด้านสิทธิมนุษยชนเกี่ยวกับกระบวนการส่งกลับที่มีความไม่โปร่งใสก็ตาม โดยพลเอกมินอ่องหล่าย ได้ให้คำมั่นดังกล่าวระหว่างการเยือนมาเลเซียและพบกับผู้นำของมาเลเซีย ในขณะที่มินอ่องหล่ายกำลังพยายามนำประเทศกลับคืนสู่เวทีระหว่างประเทศอีกครั้ง หลังจากก่อเหตุรัฐประหารเมื่อปี 2564
ทั้งนี้นายอันวาร์ อิบราฮิม นายกรัฐมนตรีมาเลเซีย ได้เชิญ พลเอกมินอ่องหล่ายเยือนมาเลเซียเป็นเวลา 2 วัน เพื่อหารือเกี่ยวกับการส่งแรงงานข้ามชาติจำนวนหลายพันคนกลับพม่า ในอดีตมาเลเซียได้ให้ที่พักพิงที่ปลอดภัยแก่ผู้ที่ลี้ภัยที่เดินทางออกจากพม่า โดยเป็นที่รองรับผู้ลี้ภัยหรือผู้แสวงหาที่ลี้ภัยจากพม่าจำนวน190,000 คน ซึ่งส่วนใหญ่เป็นชาวโรฮิงญา อย่างไรก็ตาม ขณะนี้นายอันวาร์กำลังผลักดันให้มีการส่งตัวผู้อพยพกลับประเทศ ท่ามกลางกระแสต่อต้านผู้อพยพที่เพิ่มสูงขึ้นในมาเลเซีย โดยไม่สนใจข้อกังวลของสหประชาชาติที่ระบุว่าแผนการดังกล่าวไม่สามารถรับประกันความปลอดภัยในการเดินทางกลับของพลเมืองจากพม่าได้ เนื่องพม่าตกอยู่ในภาวะสงครามมาตั้งแต่เหตุการณ์ยึดอำนาจและมีความกังวลว่า ชาวโรฮิงญาที่ถูกกดขี่ข่มเหง อาจต้องกลับไปเผชิญกับการถูกประหัตประหารอย่างรุนแรง ซึ่งหลายฝ่ายมองว่าเป็นเหตุการณ์ฆ่าล้างเผ่าพันธุ์
“เราจะรับตัวพลเมืองที่ผ่านการยืนยันสถานะแล้วกลับประเทศโดยเร็วที่สุด” พลเอกมินอ่องหล่าย กล่าวในการแถลงข่าวร่วมกับนายอันวาร์ที่เมืองปุตราจายา ซึ่งเป็นศูนย์กลางการบริหารราชการของมาเลเซีย
ทั้งนี้พลเอกมินอ่องหล่ายกลายเป็นบุคคลที่ถูกนานาชาติรังเกียจและตัดสัมพันธ์นับตั้งแต่การก่อรัฐประหารและได้จุดชนวนให้เกิดสงครามกลางเมือง แต่ถึงกระนั้น ผู้นำมาเลเซียก็ได้เชิญเขามาหารือเรื่องการรับแรงงานข้ามชาติชาวพม่ากลับประเทศ โดยแรงงานข้ามชาติเกือบ 1,500 คนที่ถูกควบคุมในมาเลเซียได้เดินทางกลับถึงพม่าเมื่อวันที่ 4 ตุลาคม 2569 โดยเรือของกองทัพเรือพม่าเป็นเวลา 5 วันจากมาเลเซีย ซึ่งเป็นสถานที่ที่พวกเขาถูกควบคุมตัวอยู่ในศูนย์กักกันก่อนจะถูกส่งตัวกลับ
ทั้งนี้ เมื่อเดือนกรกฎาคมนายอันวาร์ประกาศว่า พม่าตกลงที่จะรับชาวโรฮิงญาจำนวน 5,000 คนกลับประเทศ แต่ต่อมารัฐบาลมาเลเซียระบุว่ากลุ่มคนที่ถูกส่งกลับนั้นประกอบด้วยผู้คนจากหลากหลายชาติพันธุ์ ไม่ใช่เพียงแค่ชาวโรฮิงญาเท่านั้น และเมื่อเดือนที่แล้ว รัฐบาลพม่าได้ให้คำมั่นว่าจะส่งตัวพลเมืองที่พลัดถิ่นในต่างประเทศกลับประเทศอย่างปลอดภัยและมีศักดิ์ศรี หลังจากถูกวิพากษ์วิจารณ์จากสหประชาชาติและกลุ่มสิทธิมนุษยชน
