Search

ตั้งท่าฟื้นเขื่อนแก่งเสือเต้นอีก “สุริยะ”ลงพื้นที่น้ำท่วมจ.พิษณุโลก-สั่งเร่งพัฒนาแหล่งน้ำ-กำนัน/ผู้ใหญ่บ้านยื่นหนังสือพลัน-ให้ทบทวนมติ ครม.ที่ชะลอแผน

พิษณุโลก รมว.เกษตรฯ ติดตามแก้ปัญหาน้ำท่วมซ้ำซาก พิษณุโลก สั่งชลประทานเร่งติดตั้งเครื่องสูบ-ขุดลอกคลอง ตั้งงบ 300 ล.สร้างประตูระบายน้ำ “สุริยะ จึงรุ่งเรืองกิจ” รัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ ติดตามแก้ปัญหาน้ำท่วมซ้ำซากในพื้นที่ จ.พิษณุโลก พร้อม สั่งชลประทานเร่งเครื่องสูบ-ขุดลอกคลอง ตั้งงบสร้าง 2 ประตูระบายน้ำ งบประมาณกว่า 300 ล้านบาท แก้ปัญหาน้ำหลากและกักเก็บน้ำในช่วงฤดูแล้ง ขณะสภาเกษตรกรจังหวัดพิษณุโลก และผู้นำพื้นที่ อ.บางระกำ และพรหมพิราม ยื่นหนังสือ เสนอ 3 ข้อแก้ปัญหาน้ำท่วมลุ่มน้ำยม ให้ทบทวน เขื่อนแก่งเสือเต้น จ.แพร่ เขื่อนยมบน-ยมล่าง

เมื่อวันที่ 9 ตุลาคม 2569 ที่เทศบาลตำบลท่าทอง อ.เมือง จ.พิษณุโลก นายสุริยะ จึงรุ่งเรืองกิจ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ พร้อมคณะผู้บริหารกระทรวงเกษตรฯโดยเฉพาะคณะของกรมชลประทาน ลงพื้นที่ติดตามสถานการณ์น้ำและการแก้ไขปัญหาพื้นที่ลุ่มต่ำทุ่งทะเลแก้ว ต.ท่าทอง อ.เมือง จ.พิษณุโลก พร้อมมอบแนวทางการแก้ไขปัญหาอุทกภัยในพื้นที่อย่างเร่งด่วน

ทั้งนี้กรมชลประทานรายงานว่า พื้นที่ทุ่งทะเลแก้ว มีลักษณะเป็นพื้นที่ลุ่มต่ำ แอ่งกระทะ เมื่อถึงฤดูน้ำหลาก ไม่สามารถระบายน้ำไปสู่คลองเมม และคลองบางแก้วได้ทัน เนื่องจากมีปริมาณน้ำสูง ส่งผลให้เกิดน้ำท่วมขังเป็นประจำทุกปี สร้างความเสียหายต่อพื้นที่การเกษตรและที่อยู่อาศัยของพี่ประชาชน กินพื้นที่กว่า 20,000 ไร่ โดยทางกรมชลประทาน ได้รายงานแผนการดำเนินงานแก้ไขปัญหา โดยระยะเร่งด่วน เร่งขุดลอกคลองระบายน้ำ เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพการระบายน้ำในช่วงฤดูน้ำหลาก ระยะกลาง มีแผนก่อสร้างสถานีสูบน้ำด้วยไฟฟ้า เพื่อเร่งระบายน้ำออกจากพื้นที่ลุ่มต่ำ ระยะยาว มีแผนปรับปรุงประตูระบายน้ำ เพื่อเพิ่มศักยภาพการบริหารจัดการน้ำอย่างเป็นระบบ ซึ่งได้ตั้งของบประมาณไว้แล้ว

ขณะที่กำนัน ผู้ใหญ่บ้าน ผู้นำท้องที่ ในพื้นที่ ต.ท่าทอง อ.เมือง ต.ท่าช้าง อ.พรหมพิราม และพื้นที่ อ.บางระกำ ได้ยื่นหนังสือต่อนายสุริยะ เพื่อดำเนินการแก้ไขปัญหาอุทกภัยและภัยแล้งซ้ำซากในลุ่มน้ำยม ให้เกิดตามแผนงานและกรอบระยะเวลาดำเนินการที่ชัดเจน ตามข้อเสนอของสภาเกษตรกรแห่งชาติ จำนวน 3 ข้อ คือ1.เสนอรัฐบาลทบทวนมติคณะรัฐมนตรี เมื่อวันที่ 29 เมษายน 2540 ที่ให้ชะลอ/ยุติการดำเนินการ โครงการพัฒนาแหล่งกักน้ำขนาดใหญ่ต้นแม่น้ำยม (เขื่อนแก่งเสือเต้น จ.แพร่ ) 2. ขยายการดำเนินการโครงการบางระกำโมเดล จ.พิษณุโลก 3.ระยะยาวเสนอให้เริ่มกระบวนการประเมินสิ่งแวดล้อมระดับยุทธศาสตร์ (SEA) และทบทวนความเหมาะสมโครงการเก็บกักน้ำขนาดใหญ่ต้นน้ำยม ตามที่กรมชลประทานได้ศึกษาไว้ ได้แก่ เขื่อนแก่งเสือเต้น เขื่อนยมบน-ยมล่าง ให้เสร็จภายในระยะเวลา 3-4 ปี

นายสุริยะ ให้สัมภาษณ์ว่า สั่งการให้กรมชลประทานติดตามสถานการณ์น้ำอย่างใกล้ชิด และสนับสนุนเครื่องสูบน้ำออกจากพื้นที่ในช่วงฤดูน้ำหลาก เพื่อบรรเทาความเดือดร้อนให้กับเกษตรกรพร้อมกำชับให้เร่งรัดการดำเนินโครงการพัฒนาแหล่งน้ำที่อยู่ระหว่างดำเนินการให้แล้วเสร็จตามแผน พร้อมทั้งขอให้หน่วยงานในสังกัดกระทรวงเกษตรฯ ให้ความสำคัญกับโครงการที่มีความจำเป็นเร่งด่วน เพื่อให้สามารถดำเนินการได้โดยเร็วและเกิดประโยชน์ต่อประชาชนในพื้นที่อย่างแท้จริง สุดท้ายขอให้ตั้งงบประมาณ 300 ล้านบาทในการสร้างประตูระบายน้ำในพื้นที่ อ.พรหมพิราม ที่รับน้ำมาจาก จ.อุตรดิตถ์ จำนวน 2 แห่ง เพื่อแก้ไขปัญหาน้ำท่วมและกักเก็บน้ำในฤดูแล้ง

อนึ่ง-ก่อนหน้านี้กรมชลประทานได้รื้อฟื้นโครงการสร้างเขื่อนอีกหลายแห่งที่ถูกชาวบ้านในชุมชนต่อต้าน เช่น โครงการผันแม่น้ำยวม จ.แม่ฮ่องสอน/ตาก/เชียงใหม่ มูลค่าขั้นต้น 7 หมื่นล้านบาทซึ่งต้องสร้างเขื่อนกั้นแม่น้ำยวม ,โครงการเขื่อนกั้นคลองชมพูมูลค่า 1,400 ล้านบาท จ.พิษณุโลก โดยมีรูปแบบที่ใช้เป็นเหตุผลฟื้นโครงการในลักษณะเดียวกันคือมีผู้นำท้องที่/ท้องถิ่นยื่นหนังสือถึงนายสุริยะก่อนที่กรมชลประทานจะเข้าไปดำเนินการ