Search

หลายฝ่ายสุดห่วงชุมชนริมน้ำสายถูกสารหนูคุกคามหนัก-ผอ.สคพ.1ห่วงสารพิษเข้าสู่ห่วงโซ่อาหาร-ชาวบ้านสะท้อนความวังเวงใจไร้เจ้าภาพแก้ปัญหา-พื้นที่เกษตรกรรม 6 หมื่นไร่พึ่งพาน้ำคลองชลประทานยังไร้ทางออก

 

เมื่อวันที่ 12 ตุลาคม 2569 ณ ห้องประชุมเทศบาลตำบลเวียงพางคำ อ.แม่สาย จ.เชียงราย เครือข่ายประชาชนปกป้องแม่น้ำกก สาย รวกและโขงได้จัดเวทีเสวนา “แม่น้ำสายปนเปื้อนข้ามพรมแดน: ข้อเสนอและทางเลือกในการแก้ไขปัญหา” โดยมีผู้เข้าร่วมจากผู้แทนหน่วยงานภาครัฐที่เกี่ยวข้องทั้ง สส.-สว.-นักวิชาการ-เกษตรกรและประชาชนผู้ได้รับผลกระทบ โดยนายฉัตรชัย ชัยสิริ นายกเทศมนตรีเทศบาลตำบลเวียงพางคำ กล่าวว่าการปนเปื้อนสารหนู ตะกั่ว ในแม่น้ำสายน่าเป็นห่วงเป็นพิเศษโดยเฉพาะน้ำดื่มเพราะที่ อ.แม่สาย โรงงานผลิตน้ำดื่มจากน้ำบาดาลโดยไม่ได้ใช้น้ำประปาที่ปนเปื้อนจากใต้ดินจะส่งผลกระทบอย่างไร อยากให้ข้อมูลถึงหน่วยเหนือเบื้องบน พวกเราในพื้นที่ได้ทำหน้าที่แก้ปัญหานี้อย่างสุดความสามารถแล้ว 

นางเตือนใจ ดีเทศน์ กรรมการผู้ก่อตั้งมูลนิธิพัฒนาชุมชนและเขตภูเขา (พชภ.)และอดีตสมาชิกวุฒิสภาพเชียงวราย กล่าวว่าแม่น้ำสายปนเปื้อนซึ่งเป็นที่น่าห่วงของทุกฝ่ายโดยต้องการเห็นการแก้ไขอย่างเป็นรูปธรรม ความกังวลใจและข้อเสนอแนะของคนแม่สาย ทางเลือกในเชิงนโยบายจะแก้ปัญหาอย่างไร 

นายอาวีระ ภัคมาตร์ ผู้อำนวยการสำนักงานสิ่งแวดล้อมและควบคุมมลพิษ(สคพ.)ที่ 1 เชียงใหม่ กรมควบคุมมลพิษ(คพ.) กล่าวว่าการติดตามและตรวจวิเคราะห์ตอนน้ำท่วมแม่สายเมื่อหลายปีก่อนซึ่งตรวจบ่อน้ำตื้น พบว่าสารหนูปนเปื้อนสูง คาดว่ามาจากหลากพาตะกอนเข้าพื้นที่ สารหนูคุกคามทุกครัวเรือน สิ่งที่น่ากังวลคือคนที่ใช้น้ำ เพราะเส้นทางของสารหนูลงมาจากแหล่งใดแหล่งหนึ่ง หากมาจากธรรมชาติค่าความเข้มข้นคงที่ แต่หากมีการกระตุ้นจะเพิ่มขึ้น ล่าสุดค่าสารหนูในแม่น้ำสายสูงเกินค่ามาตรฐาน 28 เท่า น่าเป็นห่วงคนหาปูหาปลาเพราะการเข้าสู่ห่วงโซ่อาหาร ตัวปลา อาหาร สิ่งที่จะตกค้างคือตะกอนโดยตะกอนในน้ำสายเกินค่ามาตรฐาน 33 มก./กก. คือ 3-4 เท่า การนำน้ำไปในพื้นที่เกษตร ผลิตประปา หรือใช้ประโยชน์อื่นใด ทรายตะกอนนำไปถมพื้นที่หรือก่อสร้าง ก่อให้เกิดความกังวล หากเราไม่ควบคุมดูแล โอกาสที่ระบบต่างๆ เช่น ประปาส่วนภูมิภาค จะได้รับผลอันตราย 

“ตอนที่เราตรวจพบว่าแม่น้ำสายปนเปื้อนสารหนูเกินมาตรฐาน 28 เท่า เราเช็คแล้วเช็คอีก เพราะสิ่งที่ออกมานั้นส่งผลในวงกว้าง เพราะการประกาศมีผลเชิงจิตวิทยา ความมั่นใจ นโยบายการตรวจของกรมควบคุมมลพิษ เรามองอนาคตว่าข้อมูลเหล่านี้จะนำไปเจรจาต่างๆ ผลตรวจแม่น้ำกกค่าสารหนูเกินตลอด 1-2 เท่า แต่ที่แม่น้ำสายค่าเกินสูงมากโดยตลอด เมียนมาบอกว่าค่ามาตรฐานของเขา 0.05 มก./ล.แต่การตรวจเราเกินค่าทะลุไปแล้ว แม่น้ำสาย ค่าล่าสุด 0.284 มก./ล. โอกาสที่กลุ่มเปราะบาง เด็กที่สัมผัสน้ำเกิดผื่นแพ้ได้ แม่น้ำสายตรวจทุกครั้งเจอทุกครั้ง แนวโน้มสูงขึ้น การดำเนินการเหมืองแร่เวลานี้ผมมองว่าเหมือนนาทีทอง ขุดกันอุตลุด ล่าสุดเห็นที่ฝ่ายพม่าตรวจน้ำ แต่น้ำใสมากไม่รู้ว่าเขาเก็บน้ำที่ไหน”ผอ.สคพ.ที่ 1 กล่าว 

ขณะที่ผู้แทนกรมพัฒนาที่ดิน(พด.) กล่าวว่า ได้ตัวอย่างเก็บดินที่ใช้ในการเพาะปลูกพืชพร้อมกันทั้ง 3 ลุ่มน้ำคือ กก/สาย/รวก โดยตรวจวิเคราะห์สารโลหะหนัก 7 ตัว พบว่ามีเพียงสารหนูที่เกินในแม่น้ำกกโดยเจอพื้นที่เสี่ยงในรอยต่อเชียงใหม่-เชียงราย ที่ ต.ห้วยชมพู ต.แม่ยาว-ดอยฮาง จ.เชียงราย รวมทั้งที่แม่น้ำรวก-แม่น้ำสายโดยต้องเฝ้าระวังใน ต.แม่สาย ต.เกาะช้าง ซึ่งมีการกระจายตัวของพื้นที่เสี่ยงมากที่สุด 

ด้านผู้แทนการประปาภูมิภาคแม่สาย กล่าวว่า ตระหนักถึงการปนเปื้อนแม่น้ำสายซึ่งเป็นแหล่งน้ำดิบ เราได้ปรับแผนกระบวนการผลิตให้ได้ประปาที่สะอาดปลอดภัยมาตรฐาน แผนระยะสั้นคือการบำบัดน้ำที่สถานีเพื่อเพิ่มประสิทธิภาพกำจัดสารโลหะหนัก แผนระยะกลางคือปรับปรุงห้วยไคร้แม่จัน จากสถานีโป่งงามด้วยงบประมาณ 99 ล้านบาท ส่วนแผนระยะยาวคือการสร้างอ่างเก็บน้ำแม่คำ เพื่อเป็นแหล่งผลิตน้ำของแม่สาย

 นายทองคำ อินพรม ผู้แทนกลุ่มผู้ใช้น้ำคลองชลประทานRC3 กล่าวว่าน้ำทำการเกษตรเป็นปัญหาอย่างยิ่ง แต่ในแม่สายกลับไม่มีเจ้าภาพในการแก้ไขปัญหาและเราจะเตรียมรับมือน้ำเกษตรอย่างไร หรือเราจะยอมรับกรรมใช้น้ำเช่นนี้ตลอด 

ด้านประธานสภาเกษตรกรแม่สาย กล่าวว่า ข่าวสารที่ออกมาเยอะนั้น หากผลผลิตข้าวไม่สามารถจำหน่ายได้เกษตรกรจะทำอย่างไร ภาครัฐจะช่วยเหลืออย่างไร ประมงพื้นบ้านเกาะช้างที่มีปลาชุกชุมเมื่อจับปลาได้ก็ขายไม่ได้ซึ่งไม่รู้จะทำอย่างไร โดยพื้นที่เกษตรกรรมสายในเหมืองแดงลงไป รับน้ำคลอง 1-2-3 จากชลประทาน พื้นที่เกษตร 65,000 ไร่ ใช้น้ำ 100 % จากแม่น้ำสาย หากน้ำเป็นพิษจะทำอย่างไร จะอยู่กันได้หรือไม่ ปัจจุบันสภาพจิตใจของชาวบ้านค่อนข้างแย่ สื่อต่างๆ ทั้งภาครัฐ-เอกชนต่างรายงานข่าว โดยเราไม่มีศูนย์กลางว่าข่าวที่ออกมานั้น เป็นข้อเท็จจริงหรือไม่ โดยชาวบ้านไม่รู้จะเชื่อตรงไหน ที่เป็นห่วงมากที่สุดคือเราจะอยู่ต่อไปได้หรือไม่ ผลิตอาหารแล้วจะกินได้หรือไม่ ขายได้หรือไม่ 

กาญชนก บุญเทพ ชาวบ้านชุมชนสายลมจอย ริมแม่น้ำสาย กล่าวว่า รู้สึกกังวลเรื่องสุขภาพและความปลอดภัย เพราะไม่สามารถมองเห็นการปนเปื้อนด้วยตาเปล่า และยังส่งผลกระทบต่ออาชีพโดยความกังวลมิใช่แค่น้ำ แต่ยังเป็นทั้งในเรื่องอาหาร แหล่งท่องเที่ยว ขณะนี้ตลาดสายลมจอยแทบไม่มีนักท่องเที่ยวเลย เพราะเขากลัวสารพิษ ควรแก้ปัญหาที่ต้นเหตุคือเหมืองแร่ในประเทศเพื่อนบ้าน ประชาชนไทยไม่ควรเผชิญความเสี่ยงโดยไม่รู้ว่าจะสิ้นสุดที่ใด

 “ตอนนี้ชาวบ้านสะท้อนว่าประปากลิ่นคลอรีนแรง ส่งผลต่อความมั่นใจในการใช้น้ำ การแก้ปัญหาไม่ใช่แค่ผลิตน้ำให้ได้มาตรฐานในวันนี้ แต่ต้องคำนึงถึงแหล่งน้ำระยะยาว”ชาวบ้านสายลมจอย กล่าว 

รศ.ดร.อภินันท์ สุวรรณรักษ์ คณะบดีคณะเทคโนโลยีการประมงและทรัพยากรน้ำ มหาวิทยาลัยแม่โจ้ กล่าวว่า ในอนาคตอีกไม่กี่ปี ปลาอาจจะหมดไปจากแม่น้ำ จริงๆ เราไม่ต้องกังวลว่าจะต้องกินปลาปนเปื้อนแล้วจะไม่ปลอดภัย เพราะในอนาคตในแม่น้ำจะไม่มีปลาอีกแล้ว 

นส.เพียรพร ดีเทศน์ เลขาธิการมูลนิธิพัฒนาชุมชนและเขตภูเขา(พชภ.) และกรรมการบริหาร Rivers and Rights กล่าวว่า จากการลงพื้นที่ชายแดน ด้าน อ.แม่ฟ้าหลวง เห็นชัดเจนว่ามีเหมืองขนาดใหญ่ดำเนินการอยู่ติดกับชายแดนไทย ดำเนินการตลอดทั้งวันทั้งคืน ซึ่งภาพถ่ายดาวเทียมชี้ให้เห็นว่าขณะนี้แม่น้ำสายมีเหมืองไม่น้อยว่า 12 แห่ง สำหรับความหวังของประชาชนคือการมีแหล่งน้ำสำรอง เช่น แม่น้ำคำ จำเป็นอย่างยิ่งต้องมีแผนการจัดการพื้นที่ต้นน้ำลำธารร่วมกับชุมชนต้นน้ำ 

อริศรา เหล็กคำ อาจารย์สำนักวิชานิติศาสตร์ มหาวิทยาลัยแม่ฟ้าหลวง กล่าวว่า สถานการณ์มลพิษทางน้ำในพื้นที่อำเภอแม่สาย ทวีความรุนแรงขึ้นจนส่งผลกระทบต่อวิถีชีวิตของประชาชนที่ต้องหลีกเลี่ยงการใช้น้ำดิบและแบกรับภาระค่าใช้จ่าย ขณะที่ยังมีข้อจำกัดของเกณฑ์การประกาศภัยพิบัติและสถานการณ์ฉุกเฉินในปัจจุบันที่ทำให้ภาครัฐไม่สามารถอนุมัติงบประมาณช่วยเหลือเฉพาะหน้าได้ 

อาจารย์มหาวิทยาลัยแม่ฟ้าหลวงกล่าวว่า ในมิติความร่วมมือระหว่างประเทศ กระบวนการเจรจาผ่านบันทึกความเข้าใจหรือ MOU ระหว่างไทยและเมียนมายังคงมีความล่าช้าและขาดกลไกบังคับใช้ที่รวดเร็ว จนท้องถิ่นโดยจังหวัดต้องประกาศยกระดับเตือนภัยด้วยตนเอง ทำให้ภาคส่วนที่เกี่ยวข้องเสนอให้มีการกำหนดจุดวิกฤตของคุณภาพน้ำร่วมกันอย่างเป็นทางการ เพื่อให้ออกประกาศแจ้งเตือนและยกระดับเป็นภาวะฉุกเฉินได้ทันทีเมื่อค่ามลพิษเกินเกณฑ์ โดยไม่ต้องรอการประชุมหรือรอให้เกิดความเสียหายต่อชีวิตและระบบนิเวศ 

มณีรัฐ เขมะวงศ์ สมาชิกวุฒิสภา กล่าวว่า ปัญหาน้ำปนเปื้อนเป็นวิกฤตมา 2-3 ปีแล้ว แต่รัฐบาลล่าช้า โดยนายอนุทิน ชาญวีระกูล นายกรัฐมนตรียังไม่เห็นหรือความชัดเจนว่าจะจัดการอย่างไร ปัญหาน้ำปนเปื้อนมิใช่มีแค่ชายแดนแต่เกิดในเขตอุตสาหกรรมอื่นๆ เช่นเดียวกัน การพิจารณาหลักเกณฑ์การประกาศภัยพิบัติ ขณะที่ประเด็นนำเข้าแร่มีความสำคัญมากเนื่องจากไทยจะเป็นเพียงทางผ่าน

 ———–