Search

หวั่นรัฐบาลมินอ่องหล่ายขี่คอคนไทย-ส่งเจ้าหน้าที่เข้ามารีดภาษีแรงงานพม่า-ผู้แทนกลุ่มนายจ้างสีขาวเสนอยกเลิกศูนย์ CIหลังพบทุจริตเรียกเก็บหัวคิว-เผยคนพม่าในไทยเครียดหนัก-ไม่อยากส่งเงินให้รัฐบาลเผด็จการใช้ซื้ออาวุธเข่นฆ่าประชาชน

เมื่อวันที่ 13 ตุลาคม 2569 ผู้สื่อข่าวรายงานถึงกรณีที่ทางการพม่าออกมาตรการควบคุมการออกหนังสือเดินและการต่อหนังสือเดินทางสำหรับคนพม่าในประเทศไทย รวมถึงการกำหนดเงื่อนไขการโอนเงินกลับประเทศและการเรียกเก็บภาษีย้อนหลังที่กำลังส่งผลกระทบต่อแรงงานข้ามชาติและผู้อพยพชาวเมียนมาในประเทศไทย อาจมีผู้ได้รับผลกระทบรวมประมาณ 1.65 ล้านคนโดยเฉพาะแรงงานในระบบ MOU

นิลุพล พงษ์พยอม ตัวแทนกลุ่มนายจ้างสีขาวให้สัมภาษณ์ว่า ทั้งหมดเป็นผลจากที่ พล.อ.มินอ่องหล่าย ประธานาธิบดีพม่ามาเยือนไทยและเข้าพบนายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรี และกระทรวงแรงงานได้ทำหนังสือด่วนให้สำนักงานตรวจคนเข้าเมือง (ตม.)อนุมัติวีซ่าให้ เจ้าหน้าที่ทางการพม่า 31 รายเข้ามาทำหนังสือเดินทางชั่วคราว ( Ci ) เพื่อพิสูจน์สัญชาติและรับรองบุคคลให้กับแรงงานพม่าในประเทศไทย รวมถึงดำเนินการเรื่องการเก็บภาษีและเงินส่งกลับบ้าน 25% ของเงินเดือนแรงงานพม่าในประเทศไทย

นิลุบล กล่าวว่าการกระทำแบบนี้ของทางเมียนมาไม่ต่างจากการเข้ามาขี่คอประเทศไทย คือส่งเจ้าหน้าที่เข้ามาทำงานเพิ่มในศูนย์พิสูจน์สัญชาติของคนเมียนมาในไทย สามารถเรียกรีดเก็บภาษีได้ ซึ่งเป็นกระบวนการหนึ่งของการบริหารจัดการของทางรัฐบาลมิน อ่อง หล่าย ที่ต้องการรวบอำนาจเข้าสู่ศูนย์กลาง แล้วกำจัดกลุ่มชาติพันธุ์ที่มองว่าไม่ใช่คนของตัวเอง

“จริงๆ แล้วก่อนหน้านี้ศูนย์ Ci ก็มีปัญหาเรื่องของการคอร์รัปชั่นอยู่แล้ว มีการเรียกรับผลประโยชน์กันมานาน มีกลุ่มนายหน้าชาวเมียนมาไปยืนเก็บส่วย เก็บคิวผีอยู่กันหน้าศูนย์เต็มไปหมด ไปขายคิวผีให้ผู้ประกอบการที่พาแรงงานไป ทำเล่มพาสปอร์ตชั่วคราว ปรากฏว่าคิวปกติที่ชำระเงินที่เซเว่นอีเลฟเว่นแล้วกลับไม่ให้คิวตามสลิป เหมือนที่เคยให้ไว้ทั้งที่ไปตรงวันในใบเสร็จที่ชำระเงิน สรุปคือโดนดักรีดไถ ต้องจ่ายค่าคิวผีสูงสุด 3,800 บาทต่อแรงงาน 1 คน”ตัวแทนนายจ้างสีขาว กล่าว

นิลุบลกล่าวว่า จริงๆแล้วก่อนหน้านี้กลุ่มนายจ้างสีขาวได้ทำหนังสือร้องเรียนไปที่อธิบดีกรมการจัดหางานและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงแรงงาน แต่ได้รับคำตอบว่า เป็นหน้าที่ของทางการเมียนมา โดยนายจุลพันธ์ อมรวิวัฒน์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงแรงงาน รับปากจะแก้ไขปัญหาให้ผู้ประกอบการนายจ้างตั้งแต่เดือนแรกที่เข้ารับตำแหน่ง แต่ ตอนนี้ทำงานมา8 เดือนแล้ว กลับไม่แก้ไขและยังให้นายหน้าชาวพม่าเข้ามารีดไถเหมือนเดิม

ผู้แทนนายจ้างสีขาวกล่าวว่า ล่าสุดกระทรวงแรงงานได้ทำหนังสือด่วน ว่าจะมีการส่งเจ้าหน้าที่ของกระทรวงแรงงานเมียนมาอีก 31คนเข้ามาประจำตามศูนย์ในจังหวัดต่าง ๆ ของบ้านเรา ซึ่งเรามองว่านอกจากไม่แก้ปัญหาคอร์รัปชันเดิม ๆ แล้ว ยังไม่ต่างจากการปล่อยให้รัฐบาลเมียนมาเข้ามาขี่คอประเทศไทย ทั้งการได้ประโยชน์จากการมาจัดเก็บภาษีเพิ่มเติม บีบเอาเงินจากเงินเดือนแรงงาน 25% นอกจากนี้ยังมีข่าวว่าจะเอาธนาคารของเมียนมาเข้ามาตั้งในศูนย์ หากใครไม่จ่ายเงินในส่วนนี้จะไม่ทำหนังสือเดินทางให้

“การรีดภาษีซ้อนในประเทศไทยและรีดเงินกลับบ้าน 25% เป็นความพยายามในการรวมศูนย์อำนาจของรัฐบาลมิน อ่อง หล่าย เพราะถ้าใครก็ตามไม่ได้รับการพิสูจน์สัญชาติ ต้องกลับไปทำพาสปอร์ตที่ทางฝั่งเมียนมา เป็นการคัดกรองบุคคลที่ต่อต้านรัฐบาล แต่กลับเข้ามาขยายวงใช้พื้นที่ของประเทศไทย และเงินจำนวนนี้มหาศาลเมื่อมีการรีดไถโดยไทยเป็นผู้ช่วย สนองตอบรวมถึงเปิดทางช่วยให้มีขบวนการนี้เกิดขึ้น กระทบผู้ประกอบการที่ต้องเสียค่าใช้จ่ายเพื่อช่วยเหลือแรงงานและเพื่อให้แรงงานมีเอกสารครบถูกต้องตามนโยบายกรมการจัดหางาน ทั้งๆที่ขณะนี้สถานประกอบกำลังเผชิญวิกฤตจากน้ำท่วมและพิษเศรษฐกิจ แต่กลับซ้ำเติมอีก”นิลุบล กล่าว

นิลุบลกล่าวว่า อยากเสนอให้ยกเลิกศูนย์ Ci และขอให้ทำเอกสารในประเทศไทยฝ่ายเดียว เพื่อให้ง่ายต่อการทำเอกสารแรงงาน และการอยู่ในระบบที่ไม่เป็นแรงงานเถื่อน

นายสุรัช กีรี แกนนนำเครือข่ายแรงงานชาวพม่าในไทย กลุ่ม Bright future กล่าวว่า ขณะนี้แรงงานพม่ากำลังเครียดหนักเพราะไม่มีใครอยากจ่ายเงินให้กับรัฐบาลมินอ่องหล่าย เพราะก่อนทำCI ต้องจ่าย 25% ของเงินแต่ละเดือนตลอด3 เดือนผ่านระบบธนาคารพม่า แต่เราไม่อยากส่งผ่านระบบธนาคารเพราะอัตราแลกเปลี่ยนต่ำ แรงงานจึงยังส่งกลับในรูปแบบวิธีของเดิมของตัวเอง นอกจากเรื่อง CI แล้ว ขณะนี้ยังมีสมาร์ทการ์ดที่ทางการพม่าพยายามบังคับให้ทำเพราะต้องการการันตีว่าแรงงานเสียภาษีถูกต้องแล้ว ถ้าไม่มีสมาร์ทการ์ดก็จะเข้าพม่าไม่ได้ ทำให้แรงงานยิ่งเครียดขึ้นไปอีกเพราะถูกกดขี่เพิ่มขึ้น

“พวกเราอยากให้รัฐบาลไทยดูแล แค่ทำบัตรชมพูใบเดียวก็พอ พวกเรายอมจ่ายให้รัฐบาลไทยมากขึ้น แต่ไม่อยากจ่ายให้รัฐบาลมินอ่อนหล่ายเพราะเขาเอารายได้ไปซื้ออาวุธเข่นฆ่าประชาชน รัฐบาลไทยไม่ควรเปิดศูนย์ CI อีก และให้เจ้าหน้าที่ทางการพม่าเข้ามาเพิ่ม ตอนนี้รัฐบาลมินอ่องหล่าย พยายามทำให้ยุ่งยากเพื่อให้นายหน้าได้มีช่องทางทำมาหากิน ตอนนี้แรงงานคนหนึ่งๆต้องเสียค่าหัวและค่าใช้จ่ายต่างๆเฉลี่ยเพิ่มขึ้นอีกหัวละ 2.8 หมื่นบาท”นายสุรัช กล่าว