
สำนักข่าว DVB รายงานเมื่อวันที่ 14 ตุลาคม 2569 ว่า รัฐบาลทหารพม่าภายใต้การนำของพล.อ.มินอ่องหล่าย ได้ยื่นฟ้องหลายข้อหาต่อสื่ออิสระที่ลี้ภัยอยู่ในต่างประเทศ 5 แห่ง ผ่านองค์การตำรวจสากล (INTERPOL) ทางด้านสหพันธ์นักข่าวนานาชาติ (International Federation of Journalists -IFJ) และเครือข่ายนักข่าวพม่าลี้ภัย (Exiled Myanmar Journalists Network – Exiled-MJN) ได้ประณามทางการพม่าในการบังคับใช้กฎหมายข้ามพรมแดนระหว่างประเทศเพื่อขยายการปราบปรามสื่อและปิดปากนักข่าวที่วิพากษ์วิจารณ์รัฐบาลทหาร
ทั้งนี้เมื่อวันที่ 6 ตุลาคมที่ผ่านมา นายมินตู รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงมหาดไทยของรัฐบาลทหารพม่าได้แจ้งว่า รัฐบาลได้ DVB เพื่อให้ดำเนินคดีต่อสื่อที่ลี้ภัยอยู่ต่างประเทศ ซึ่งได้แก่สำนักข่าว Myanmar Now, Khit Thit Media, Irrawaddy, Mizzima และสำนักข่าว DVB ซึ่งหมายแดงคือการแจ้งเตือนระดับโลกเพื่อให้หน่วยงานบังคับใช้กฎหมายติดตามและจับกุมผู้ต้องสงสัย
รัฐบาลทหารพม่ายังรายงานว่า ได้แจ้งให้มีการดำเนินการจับกุมกับบุคคลจากฝ่ายตรงข้ามของรัฐบาลทหาร รวมถึงรัฐบาลเอกภาพแห่งชาติ หรือ NUG และกองกำลังป้องกันประชาชน (PDF) ด้วยหมายแดงเช่นกัน
ตามรายงานของสื่อที่ได้รับการสนับสนุนจากรัฐบาลทหาร ระบุว่ารัฐบาลทหารได้ตั้งข้อหาผู้สื่อข่าวที่ลี้ภัยภายใต้กฎหมายต่อต้านการก่อการร้าย และดำเนินการเพิกถอนหนังสือเดินทางและออกหมายแดงเพื่อเริ่มกระบวนการส่งผู้ร้ายข้ามแดน ทั้งนี้ความเห็นของนายมินตูเกี่ยวกับเรื่องนี้ สืบเนื่องมาจากการตั้งคำถามของนางตานตานเอ สมาชิกของพรรคสหภาพสามัคคีและการพัฒนา (Union Solidarity and Development Party -USDP) ซึ่งเป็นตัวแทนพรรคการเมืองของกองทัพพม่า ที่ถามว่ามีการดำเนินการอย่างไรเพื่อจับกุมผู้ที่สร้างความวุ่นวายต่อต้านรัฐบาลทหาร
ขณะที่สำนักข่าวที่ถูกระบุเหล่านี้ถูกบังคับให้ลี้ภัยหลังการรัฐประหารในปี 2564 และถูกกองทัพพม่าเพิกถอนใบอนุญาต โดยนับตั้งแต่ปี 2564 เป็นต้นมา มีนักข่าวอย่างน้อย 7 คนถูกสังหาร ตามรายงานของ Exiled-MJN ซึ่งเป็นองค์กรในเครือของ IFJ ในเดือนกันยายน 2569 ศูนย์กฎหมายระหว่างประเทศเพื่อองค์กรไม่แสวงหาผลกำไร (International Center for Not-for-Profit Law) บันทึกว่ามีนักข่าวอย่างน้อย 227 คนถูกจับกุมโดยกองทัพพม่า โดยนักข่าว 100 คนถูกตัดสินจำคุกรวมกันเป็นเวลา 549 ปี ในเดือนสิงหาคม 2569 นักข่าวจำนวน 20 คนยังคงถูกกุมขังอยู่ในเรือนจำ
นอกจากนี้ทางรัฐบาลพม่าอ้างว่า ได้เพิกถอนหนังสือเดินทางของบุคคลฝ่ายตรงข้ามทางการเมืองกว่า 1,300 คนที่หลบหนีออกนอกประเทศ และกำลังเฝ้าระวังและขึ้นบัญชีดำพลเมืองพม่าที่สนับสนุนกิจกรรมต่อต้านรัฐบาลจากต่างประเทศ รวมถึงผู้แทนถาวรของประเทศประจำสหประชาชาติ
ขณะที่สหพันธ์นักข่าวนานาชาติ (IFJ) ร่วมกับสหพันธ์แรงงานระดับโลกอื่นๆ ได้เคยประณามการเลือกตั้งหลอกลวงของรัฐบาลทหารในเดือนธันวาคม 2568 เช่นเดียวกัน นายอันโตนิโอ กูเตอร์เรส เลขาธิการสหประชาชาติ และองค์กรด้านสิทธิมนุษยชนต่างๆได้ประณามการละเมิดกฎหมายสิทธิมนุษยชนระหว่างประเทศและกฎหมายมนุษยธรรมระหว่างประเทศในวงกว้างโดยกองทัพมาอย่างต่อเนื่อง โดยอ้างถึงเหตุการณ์การพลัดถิ่นครั้งใหญ่ การโจมตีทางอากาศต่อพลเรือน และการคุมขังนักโทษการเมืองจำนวนกว่า 20,000 คน
กลุ่ม Exiled-MJN กล่าวว่า “นักข่าวที่ลี้ภัย ซึ่งปัจจุบันอาศัยอยู่ในพื้นที่ชายแดนและประเทศเพื่อนบ้าน มักต้องอยู่โดยปราศจากเอกสารทางกฎหมาย หรือต้องอาศัยเอกสารแรงงานข้ามชาติเพื่อพำนักอยู่ในประเทศที่ตนอาศัยอยู่ การที่นักข่าวอาจถูกส่งตัวให้กองทัพพม่ายิ่งเพิ่มความทุกข์ใจ ความวิตกกังวล และความหวาดกลัวต่อความปลอดภัยของพวกเขา เหตุการณ์ล่าสุดนี้เป็นหลักฐานแสดงให้เห็นถึงความพยายามของรัฐบาลทหารพม่าในการทำให้อยู่ในสถานการณ์อันตราย ข่มขู่ และปราบปรามนักข่าว ไม่เพียงแต่ภายในประเทศพม่าเท่านั้น แต่ยังรวมถึงนักข่าวที่อาศัยอยู่ในต่างประเทศด้วย จึงควรมีการดำเนินการเพื่อป้องกันความพยายามดังกล่าวของรัฐบาลทหารพม่า และเพื่อให้แน่ใจว่านักข่าวและสื่อของพม่าได้รับการคุ้มครอง และสามารถทำงานด้านสื่อได้อย่างอิสระและปลอดภัย”
ด้านสหพันธ์นักข่าวนานาชาติ(IFJ) กล่าวว่า “รัฐบาลทหารพม่าจะไม่หยุดที่จะพยายามสร้างความชอบธรรมให้ตนเองในสายตาของโลก และขยายการปราบปรามต่อสื่อและนักข่าวผู้กล้าหาญและแน่วแน่ที่ยังคงเปิดโปงการละเมิดอย่างร้ายแรงต่อประชาชนของตนเอง เรายังคงยืนหยัดต่อต้านระบอบการปกครองที่โหดร้ายนี้ร่วมกับเพื่อนร่วมงานของเราทั้งในและนอกประเทศพม่า”