
วันที่ 15 ตุลาคม 2569 นพ.เอนก มุ่งอ้อมกลาง รองอธิบดีกรมควบคุมโรค เปิดเผยภายหลังการลงพื้นที่แม่น้ำสาย อ.แม่สาย จ.เชียงราย เพื่อติดตามสถานการณ์สารหนูปนเปื้อนหลังกรมควบคุมมลพิษ(คพ.)รายงานผลตรวจแหล่งน้ำพบปริมาณสารหนูเพิ่มสูงขึ้น กว่า 28 เท่า โดยกรมควบคุมโรคร่วมกับกรมอนามัยลงพื้นที่ติดตามผลกระทบต่อสุขภาพประชาชน และเก็บตัวอย่างปัสสาวะเพื่อตรวจหาสารหนูเพิ่มเติม
นพ.เอนก กล่าวว่า กรมควบคุมโรคมีระบบเฝ้าระวังสุขภาพประชาชนกลุ่มเป้าหมายในจังหวัดเชียงราย โดยในปี 2568 ติดตามประชาชน 322 คน ส่วนปี 2569 มีจำนวนเพิ่มขึ้นเป็นกว่า 500 คน ขณะที่พื้นที่แม่สายติดตามประชาชนใน 2 ตำบล โดยการคัดกรองเมื่อวันที่ 14 ตุลาคมที่ผ่านมาซึ่งมีประชาชนเข้ารับการตรวจประมาณ 400 คน และผลเบื้องต้นยังไม่พบข้อบ่งชี้ผลกระทบต่อสุขภาพที่เชื่อมโยงกับสารหนูอย่างชัดเจน
“การลงพื้นที่ครั้งนี้มีการเก็บตัวอย่างปัสสาวะเพิ่มเติม เพื่อประเมินว่าปริมาณสารหนูในร่างกายประชาชนมีแนวโน้มเพิ่มขึ้นตามสถานการณ์การปนเปื้อนในแหล่งน้ำหรือไม่ คาดว่าจะทราบผลภายในประมาณ 2 สัปดาห์ถึง 1 เดือน ขึ้นอยู่กับกระบวนการตรวจวิเคราะห์ เราต้องแยกสถานการณ์การปนเปื้อนในแหล่งน้ำที่ยังไม่ผ่านการบำบัดออกจากน้ำที่ประชาชนใช้ในชีวิตประจำวัน โดยน้ำประปามีระบบบำบัดที่ช่วยลดความเสี่ยงจากสารปนเปื้อน แต่ก็ยังจำเป็นต้องติดตามผลกระทบในระยะยาว เนื่องจากสารหนูอาจเข้าสู่ร่างกายผ่านช่องทางอื่น โดยเฉพาะอาหารและสิ่งแวดล้อม และการสะสมของสารปนเปื้อนอาจต้องใช้เวลาในการตรวจพบ”นายเอนก กล่าว
รองอธิบดีกรมควบคุมโรค กล่าวว่า ส่วนความปลอดภัยของพืชผักและอาหารในพื้นที่จังหวัดเชียงราย ต้องอาศัยผลตรวจจากหน่วยงานที่รับผิดชอบ โดยเฉพาะกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ กรมวิชาการเกษตร กรมประมง และกรมพัฒนาที่ดิน เพื่อยืนยันว่าพืชผัก ผลผลิตทางการเกษตร และสัตว์น้ำมีสารปนเปื้อนหรือไม่ รวมถึงระบุพื้นที่เสี่ยงและพื้นที่ที่สามารถผลิตอาหารได้อย่างปลอดภัย เพื่อเปิดเผยให้ประชาชนทราบและให้มีการระวังในที่สุด
“ข้อมูลเบื้องต้นที่ผมได้จากกรมประมงระบุว่า ผลตรวจปลาในจังหวัดเชียงรายยังไม่พบปริมาณสารหนูเกินค่ามาตรฐานความปลอดภัย แต่ยังจำเป็นต้องตรวจสอบรายละเอียดและสื่อสารผลตรวจให้ประชาชนเข้าใจอย่างชัดเจน” รองอธิบดีกรมควบคุมโรคกล่าวและว่า การเปิดเผยข้อมูลต้องมีความชัดเจนทั้งผลการตรวจ วิธีการตรวจ และพื้นที่ที่พบการปนเปื้อน เพื่อให้ประชาชนสามารถประเมินความเสี่ยงและปรับตัวได้อย่างเหมาะสม หากมีข้อมูลไม่ครบถ้วนหรือสื่อสารคลาดเคลื่อน อาจสร้างความตื่นตระหนกและส่งผลกระทบต่อเศรษฐกิจของชุมชน
“สำหรับแนวทางเฝ้าระวังสุขภาพ หากตรวจพบประชาชนมีระดับสารหนูสูงเกินเกณฑ์ จะขยายการตรวจไปยังสมาชิกในครอบครัว และหากพบความเสี่ยงในครอบครัวหรือชุมชน จะตรวจสอบเพิ่มเติมในระดับชุมชน เพื่อค้นหาปัจจัยเสี่ยงจากวิถีชีวิต ดิน น้ำ และอาหาร พร้อมหาแนวทางลดการสัมผัสสารปนเปื้อน” นพ.เอนก กล่าว
ขณะที่เพจสำนักงานสาธารณสุขจังหวัดเชียงราย รายงานว่า นพ.นเรศฤทธิ์ ขัดธะสีมา รองอธิบดีกรมอนามัย พร้อมคณะ ลงพื้นที่ติดตามสถานการณ์คุณภาพน้ำอุปโภคบริโภค ณ โรงพยาบาลส่งเสริมสุขภาพตำบลแม่สาย บ้านสันมานะ ตำบลแม่สาย และโรงพยาบาลส่งเสริมสุขภาพตำบลเกาะช้าง โดยมีการเก็บตัวอย่างน้ำจากตู้น้ำดื่มหยอดเหรียญและระบบประปาหมู่บ้าน เพื่อตรวจประเมินคุณภาพน้ำและเฝ้าระวังความเสี่ยงจากสารหนู พร้อมให้ความรู้เกี่ยวกับการจัดการน้ำสะอาดและแนวทางการใช้น้ำอย่างปลอดภัย
ด้านกาญชนก อินเทพ ผู้ช่วยผู้ใหญ่บ้านสายลมจอย อ.แม่สาย จ.เชียงราย กล่าวว่า ประชาชนในพื้นที่แม่สายยังมีความกังวลเกี่ยวกับผลกระทบด้านสุขภาพจากสารปนเปื้อนในแม่น้ำ โดยเฉพาะการนำน้ำจากแหล่งน้ำธรรมชาติไปใช้รดพืชผักเพื่อการเกษตร ซึ่งเกรงว่าอาจทำให้มีสารปนเปื้อนตกค้างในผลผลิต รวมถึงความเสี่ยงจากการสัมผัสน้ำโดยตรง
“หลังเกิดน้ำท่วมในปี 2567 ชาวบ้านในชุมชนสายลมจอยบางส่วนที่สัมผัสน้ำระหว่างทำความสะอาดบ้านยังมีอาการผดผื่น ซึ่งรักษาต่อเนื่องมาจนถึงปัจจุบัน โดยประชาชนยังกังวลว่าอาการดังกล่าวอาจเกี่ยวข้องกับฝุ่นละอองหรือปัจจัยจากผลกระทบของแม่น้ำด้วย โดยไม่เคยเป็นแบบนี้มาก่อน สิ่งที่ประชาชนต้องการในขณะนี้คือการเปิดเผยผลตรวจสารปนเปื้อนในพืชผักและสัตว์น้ำ โดยเฉพาะปลาและหอย เพื่อให้ผู้บริโภคมีข้อมูลประกอบการตัดสินใจ ปัจจุบันประชาชนบางส่วนยังบริโภคอาหารโดยไม่ทราบแหล่งที่มาหรือผลตรวจความปลอดภัย ขณะที่ประชาชนบางกลุ่มไม่ได้ใช้สื่อสังคมออนไลน์ รับข้อมูลผ่านเสียงตามสายของหมู่บ้านหรือการประชุมประจำเดือนเป็นหลัก” ผู้ช่วยผู้ใหญ่บ้านสายลมจอย กล่าว
————