Search

หนุ่มชนเผ่า “อาดี” กับเสียงที่อยากให้โลกได้ยิน ทำไมถึงต่อต้านเขื่อน

“ผมเป็นชนเผ่าล่าสุดที่กำลังเผชิญปัญหา ผมไม่รู้ว่าเงินกู้เป็นอย่างไร รู้แต่เราเดือดร้อน พวกเรา 25,000 จิตวิญญาณกำลังต่อสู้ ผู้บริหารระดับท้องถิ่นของเราพยายามจ่ายเงินให้ชุมชน ใช้เงินปิดปาก เพื่อให้เห็นด้วยกับการสร้างเขื่อน” กาตอน โมยาง พูดด้วยน้ำเสียงสั่นเครือระบายความอัดอั้นตันใจให้คนในห้องประชุมได้รับรู้

น้ำเสียงที่พยายามข่มไม่ให้สั่นของเขา ทำให้บรรยากาศในห้องประชุม Gallery Room ชั้น 3 หอศิลปและวัฒนธรรม กรุงเทพมหานคร (BACC) ซึ่งมีผู้เข้าร่วมจากนานาชาติในเวทีเสวนาเรื่อง “คำสัญญาแห่งความลวง:ประสบการณ์รณรงค์หลายทศวรรษท่ามกลางการสนับสนุนทางการเงินอย่างต่อเนื่องของธนาคารโลกต่อโครงการเขื่อนไฟฟ้า”  ต่างตั้งอกตั้งใจฟังในสิ่งที่เขาถ่ายทอด

“ผมอยากให้โลกรู้ว่าใครที่เข้ามาในพื้นที่ของพวกเรา ใครจะมาทำลายแม่น้ำสุดท้ายที่ไหลอิสระ ใครเข้ามา ผมจะต่อสู้ให้หมด สิ่งที่เรากำลังเผชิญเสมือนการฆ่าล้างเผ่าพันธุ์ เราสู้มาตั้งแต่รุ่นปู่ รุ่นพ่อ จนมาถึงรุ่นผม ตลอด 47 ปี เราต้องสู้กับนักการเมืองที่ผลัดกันขึ้นมาผลักดัน เปลี่ยนชื่อโครงการ เตะกันไปเตะกันมา เพื่อให้เกิดเขื่อน” วิศวกรหนุ่มด้านสิ่งแวดล้อม environmental engineer ข้ามน้ำข้ามทะเลมายังประเทศไทยเพื่ออธิบายให้โลกรู้ว่ากำลังจะเกิดอะไรกับบ้านเกิดเมืองนอนของเขา

กาตอน โมยาง วัย 33 ปี เกิดในหมู่บ้านริมแม่น้ำเซียง ภาคตะวันออกเฉียงเหนือของประเทศอินเดีย โดยแม่น้ำเซียง หรือต้นแม่น้ำพรมบุตร มีความยาวรวมกว่า 2,900 กิโลเมตร ซึ่งลำน้ำสายนี้มีต้นกำเนิดจากภูเขาหิมะบนที่ราบสูงทิเบต  ไหลลัดเลาะภูเขามายาวไกลสร้างความอุดมสมบูรณ์ให้กับชุมชนชาติพันธุ์ต่างๆ และไหลเข้าประเทศอินเดียวยาวกว่า 300 กิโลเมตร สู่แม่น้ำพรมบุตร หนึ่งในเส้นเลือดสำคัญของประเทศอินเดีย

ชุมชนของกอตอน โมยาง เป็นกลุ่มชาติพันธุ์อาดี (Adi) หรือ ABOR ในรัฐอรุณาจัลประเทศ (Arunachal Pradesh) ภาคตะวันออกเฉียงเหนือสุดของอินเดีย โดยมีชาวอาดีอยู่ในรัฐแห่งนี้  2.5 แสนคน

พื้นที่รัฐอรุณาจัลประเทศ เป็นพื้นที่ความขัดแย้งระหว่างอินเดีย จีน และพม่า เนื่องจากเป็นดินแดงที่ผนวกขึ้นใหม่ของอินเดียภายใต้การปกครองของอังกฤษ ดังนั้นการไม่ยอมรับว่าพื้นที่นี้เป็นของอินเดียจึงเกิดขึ้นอย่างต่อเนื่อง

“พวกเราเคยอยู่กันอย่างอิสระ ที่นี่คือแผ่นดินบรรพบุรุษดั้งเดิมของพวกเราที่อพยพจากมองโกเลียเมื่อ 3 พันปี เป็นที่รับรู้ว่าบริเวณนี้คือพื้นที่ของชาวอาดี ในอดีตบริเวณแห่งนี้ไม่เคยถูกรุกราน แม่น้ำเซียงเป็นแม่น้ำที่ยังไหลอิสระ เป็นต้นแม่น้ำพรมบุตร รัฐบาลอินเดียมีนโยบายที่จะสร้างเขื่อนขนาดใหญ่ (Siang Upper Multipurpose Project) เพื่อผลิตไฟฟ้าได้ไม่ต่ำกว่า 10,000 เมกะวัตต์ แต่ได้รับการต่อต้านจากพวกเรามาโดยตลอด จุดที่เขาจะสร้างเขื่อนเป็นชุมชนดั้งเดิมของพวกเรา 60 หมู่บ้าน ” ครอบครัวของวิศกรหนุ่มชาวอาดีรายนี้ต่อต้านการสร้างเขื่อนมาตั้งแต่รุ่นปู่มาจนถึงรุ่นเขา แต่สถานการณ์ในวันนี้กลับรุนแรงขึ้น

เขาบอกว่าหากมีการสร้างเขื่อนที่มีความสูงระดับ 300-400 เมตรเหนือระดับน้ำทะเลฃ น้ำจะท่วมพื้นที่ชุมชนเขาทั้งหมดรวมไปถึงชายแดนทิเบต ตลอดจนพื้นที่ริมสองฝั่งแม่น้ำซึ่งเป็นพื้นที่เกษตรกรรมและพื้นที่มรดกวัฒนธรรม จะถูกน้ำท่วมทั้งหมด  แม้ตามรัฐธรรมนูญของอินเดียมอบอำนาจให้เป็นการตัดสินใจให้สภาคณะกรรมการของกลุ่มชาติพันธุ์ในสิทธิการจัดการแม่น้ำ ทรัพยากร วัฒนธรรมและการแต่งงาน โดยที่สภาสูงไม่มีสิทธิคัดค้าน

“สภาของกลุ่มชาติพันธุ์ใน 60 หมู่บ้านที่อยู่ริมแม่น้ำเซียง ต่างลงมติร่วมกันทั้งอย่างเป็นเอกฉันท์ว่าไม่ให้มีการสร้างเขื่อน และส่งเรื่องผ่านไปยังรัฐบาลท้องถิ่น แต่รัฐบาลท้องถิ่นซึ่งรู้เห็นเป็นใจกับรัฐบาลกลางกลับบิดเบือนมติของพวกเรา เพราะได้รับเงินอุดหนุนจากบริษัทสร้างเขื่อนที่รับผิดชอบเขื่อนร้อยกว่าแห่งทั่วประเทศ เขามุ่งมั่นจะมาลงทุนในเขตแม่น้ำเซียงของเรา”

โครงการสร้างเขื่อนกั้นแม่น้ำเซียงอยู่ระหว่างการทำรายงานการศึกษาความเป็นไปได้ แต่ระหว่างนี้รัฐบาลท้องถิ่นได้ใช้สารพัดวิธีเพื่อให้บรรลุเป้าหมาย เช่น นำกระดาษเปล่ามาให้ชาวบ้านร่วมกันลงชื่อ เพื่อใช้เป็นหลักฐานว่าชาวบ้านเห็นด้วย ทำให้เกิดการเผชิญหน้ากับชุมชนในหลายครั้ง จนกระทั่งเกิดการปะทะกันและมีชาวบ้านได้รับบาดเจ็บ

“แม้โครงการสร้างเขื่อนบนแม่น้ำเซียงจะถูกเสนอมาตั้งแต่ปี 2522 หรือเกือบ 47 ปีแล้ว ทุกวันนี้พวกเราก็ยังต้องต่อสู้ต่อไป โครงการเขื่อนแห่งนี้ถูกเปลี่ยนชื่อมาเรื่อย ๆ แต่พวกเราก็สู้ทุกรูปแบบ แต่ครั้งล่าสุดรัฐบาลอินเดียเริ่มใช้ความรุนแรง เขาสั่งให้ทหารมาตั้งฐานปฎิบัติการ 10 จุด บริเวณแม่น้ำ  ช่วงเวลา 8 เดือนที่ผ่านมาของการเคลื่อนไหวเกิดการเผชิญหน้าหลายครั้งกับชาว Adi” หนุ่มชาติพันธุ์สะท้อนสถานการณ์การปกป้องแม่น้ำของชาวเผ่าอาดี้

“ในอดีตไม่เคยมีความรุนแรง แต่ตอนนี้เริ่มมีการทำร้ายชาวบ้าน มีการทำร้ายกลุ่มเยาวชนด้วยความรุนแรง แม่กระทั่งคุณยายอายุ 67 ปี ก็ถูกทำร้ายได้รับบาดเจ็บจนกระดูกซี่โครงหัก เขาจับเยาวชนที่เข้าร่วมขบวนการเคลื่อนไหวมากกว่า 71 คนเข้าคุก จนถึงวันนี้ก็ยังไม่ได้รับการปล่อยตัว” เขาอธิบายความเจ็บช้ำใจที่เพื่อนรุ่นราวคราวเดียวกันและพี่น้องร่วมเผ่าพันธุ์ต้องเผชิญความอยุติธรรม

“ตัวผมเองก็มีคดีอยู่ที่โรงพักกว่า 7 แห่ง และมีคดีอยู่ศาลอีก 3 คดี แต่ผมไม่กลัว พวกผมพร้อมจะสู้เพื่อไม่ให้เขื่อนสร้าง เพื่อให้แผ่นดินของผมยังคงอยู่” วิศกรหนุ่มบอกถึงความมุ่งมั่นและยินดีถ่ายทอดเรื่องราวการต่อสู้ของชาวอาดีให้โลกได้รับรู้

———–