Search

ชาวบ้านแก่งเฮ-บ.เอกชนถอยยอมถอนคำขออาชญาบัตรเหมืองแร่หลัง 13 หมู่บ้านมีมติร่วมต้าน-พระนักอนุรักษ์ชี้รากเหง้าเกิดจาก พรบ.แร่ที่เอื้อประโยชน์นายทุน

เมื่อวันที่ 17 ตุลาคม 2569 ผู้สื่อข่าวรายงานถึงความคืบหน้ากรณีที่ห้างหุ้นส่วนจำกัดเพชรรุ่งทวีทรัพย์ 99 ได้ยื่นขออาชญาบัตรผู้ขาดสำรวจแร่พลวงและควอตซ์ใน ต.บ้านแก่ง และ อ.ศรีศัชนาลัย จ.สุโขทัย ทำให้เกิดปฎิกริยาต่อต้านจากชาวบ้านอย่างกว้างขวาง โดยได้มีการทำประชาพิจารย์และ 13 หมู่บ้านลงมติไม่อนุญาตให้เข้ามาสำรวจ และองค์การบริหารส่วนตำบล(อบต.)บ้านแก่ง ได้ยื่นรายชื่อชาวบ้านที่คัดค้านส่งให้อุตสาหกรรมสุโขทัยเมื่อวันที่ 16 ตุลาคมที่ผ่านมา

ล่าสุดห้างหุ้นส่วนจำกัดเพชรรุ่งทวีทรัพย์ 99 ได้ส่งหนังสือถึงอุตสหากรรมจังหวัดสุโขทัยโดยระบุว่า “มีความประสงค์จะขอถอนคำขออาชญาบัตรผูกขาดดังกล่าว ตั้งแต่วันที่ 15 ตุลาคม 2569 เป็นต้นไป เนื่องจากไม่ประสงค์จะทำการสำรวจแร่ในพื้นที่นี้และตะหนักถึงผลกระทบที่จะเกิดขึ้นในพื้นที่ ทั้งนี้ไม่ประสงค์รับค่าธรรมเนียมที่ได้ชำระไว้แต่อย่างใด”

ด้านพระอาจารย์ยงยุทธ ทีปโก เจ้าอาวาสวัดปางงุ้น อ.วังชิ้น จ.แพร่ ซึ่งเป็นพระนักอนุรักษ์ธรรมชาติที่ให้การสนับสนุนความเข้มแข็งของชุมชนบ้านแก่งและติดตามสถานการณ์การขออาชญาบัตรครั้งนี้ กล่าวว่าพื้นที่ในตำบลบ้านแก่งไม่เหมือนพื้ที่อื่นเพราะประชาชนทั้ง 13 หมู่บ้าน รวมถึงผู้นำท้องถิ่นและท้องที่ต่างก็ไม่เอาด้วยกับเหมืองแร่โดยได้ร่วมกันคัดค้านมาตั้งแต่ต้น ทำให้สุดท้ายบริษัทเองชนเลยไม่กล้าเข้ามายุ่ง

พระอาจารย์ยุงยุทธกล่าวว่า ในหลายพื้นที่ที่มีเหมืองเข้าไป ยังต่อสู้ไม่สำเร็จเพราะมีการแบ่งฝักแบ่งฝ่ายกันอยู่ ดังนั้นความเข้มแข็งของชุมชนจึงเป็นปัจจัยหลักในการต่อสู้

“ จริงๆครั้งนี้หากอุตสากรรมจังหวัดยังดื้อแพ่ง ชาวบ้านเองก็เตรียมม๊อบทั้งตำบลเพราะพื้นที่ที่ขออาชญาบัตรเหมืองเป็นพื้นที่แหล่งน้ำของชุมชน”พระนักอนุรักษ์ กล่าว

พระอาจารย์ยงยุทธ ทีปโก กล่าวว่า ปัจจุบันมีเหมืองแร่ผุดขึ้นในหลายพื้นที่ของประเทศเพราะ พรบ.แร่ ฉบับปัจจุบันเอื้อให้กลุ่มทุนเข้ามาจับจองพื้นที่ง่ายขึ้น ถ้าชุมชนไหนไม่เข้มแข็งก็ถูกซื้อหรือแบ่งแยก ดังนั้นตัวชุมชนต้องมีข้อมูลเพียงพอเพื่อให้ชาวบ้านพิจารณาร่วมกันว่าจะเอาเหมืองแร่หรือไม่

“เหมืองแร่ที่เกิดขึ้นในหลายแห่งพิสูจน์แล้วว่าทำให้เกิดปัญหามลพิษ คนบ้านแก่งเขารู้เท่าทันเลยไม่เอาเลย เขาตัดสินใจพร้อมใจกัน ตั้งแต่ฝ่ายปกครองนำข้เอมูลมาบอก แต่อีกหลายพื้นที่ชาวบ้านต้องต่อสู้กันเองเพราะบางส่วนเข้าข้างข้าราชการและกลุ่มทุน แต่ที่บ้านแก่งพวกเขาไม่ทะเลาะกับใครเลยเพราะมีเสียงเดียวกันคือเสียงที่ไม่เอาเหมืองแร่”พระอาจารย์ยุงยุทธ ทีปโก กล่าว