Search

นักวิจัยเผยผลตรวจปัสสาวะชาวบ้านทียาเพอ 11 รายพบค่าสารหนูสูงลิ่ว-ก่อนหน้านั้นพบน้ำลำห้วย “ทิ้งพูคาไท้”มีสารพิษเกินค่ามาตรฐาน 16 เท่า-ชาวบ้านวอนอย่าซ้ำเติมด้วยเหมืองแร่อีก-เปิดภาพทะเลหมอกสุดสาย-ชุมชนเดินหน้าท่องเที่ยวเชิงนิเวศ

เมื่อเดือนมิถุนายน 2569 สมพร เพ็งค่ำ ผู้อำนวยการสถาบันพัฒนาระบบประเมินผลกระทบทางสุขภายโดยชุมชน ( Community Health Impact Assessment Platform หรือCHIA Platform) เปิดเผยว่าชาวบ้านทียาเพอ อ.สบเมย จ.แม่ฮ่องสอน ได้เข้าร่วมอบรมนักวิทยาศาสตร์ภาคพลเมืองเพื่อการเฝ้าระวังด้านสิ่งแวดล้อมและสุขภาพ กรณีการปนเปื้อนมลพิษทางน้ำข้ามแดนในแม่น้ำสาละวิน ซึ่งเป็นส่วนหนึ่งของโครงการวิจัยเรื่อง  การเสริมสร้างความรอบรู้ด้านอนามัยสิ่งแวดล้อมผ่านการประยุกต์ให้วิทยาศาสตร์ภาคพลเมืองในกระบวนการเฝ้าระวังผลกระทบทางสุขภาพโดยชุมชน สนับสนุนโดยสถาบันวิจัยระบบสาธารณสุข (สวรส.)

ผอ.CHIA Platform กล่าวว่าจากการฝึกการใช้ชุดทดสอบภาคสนามตรวจสารหนูในน้ำดื่มของชุมชนจากลำห้วยธรรมชาติ พบการปนเปื้อนสูงถึง 0.25 mg/l  จึงเก็บตัวอย่างปัสสาวะจำนวน 2 รายส่งตรวจหาสารหนูอนินทรีย์ แบบ Inorganic Arsenic plus methylated metabolites ที่ห้องปฏิบัติการภาควิชาพยาธิวิทยา คณะแพทยศาสตร์ โรงพยาบาลรามาธิบดี และเก็บตัวอย่างน้ำส่งตรวจด้วยเครื่อง ICP-OES ที่ศูนย์วิจัยวิทยาศาสตร์สิ่งแวดล้อม คณะวิทยาศาสตร์ ม.เชียงใหม่  ผลการตรวจปัสสาวะ พบสารหนูเกินค่ามาตรฐานทั้งสองรายโดยมีค่า 39.83 ug As/g cre  และ 257.83 ug As/g cre  ส่วนผลการตรวจน้ำจากลำห้วยทิ้งพูคาไท้ซึ่งชาวบ้านใช้ทำประปาภูเขาสำหรับดื่ม พบค่าการปนเปื้อน 0.160 mg/l สูงค่ามาตรฐาน 16 เท่า  ในขณะที่ลำห้วยอื่นพบการปนเปื้อนน้อยและบางลำห้วยไม่พบการปนเปื้อน ชาวบ้านจึงร่วมกันตัดสินใจงดการใช้น้ำจากลำห้วยนี้และย้ายระบบประปาใหม่มาใช้น้ำจากลำห้วยที่ปลอดภัยกว่า

สมพรกล่าวว่า ต่อมาในเดือนกันยายน ทีมวิจัยได้ลงพื้นที่ประชุมร่วมกับชาวบ้านเพื่ออธิบายผลการตรวจทางห้องปฏิบัติการ รวมถึงทำความเข้าใจเกี่ยวกับสถานการณ์ความเสี่ยง และได้ร่วมกับชุมชนเก็บตัวอย่างตรวจสอบซ้ำทั้งน้ำในลำห้วยและตัวอย่างปัสสาวะ ผลการตรวจตัวอย่างน้ำ ด้วยเครื่อง ICP-OES พบว่า ลำห้วยทิ้งพูคางไท้มีค่า 0.1487 mg/l ส่วนลำห้วยทิยาเพอที่ชาวบ้านเรียกว่าน้ำเขียว เป็นแหล่งน้ำใช้ในการเกษตร รวมถึงลำห้วยต้มเหล้า และห้วยเลโค๊ะไม่พบการปนเปื้อน

“ในส่วนของผลตรวจปัสสาวะจำนวน 11 คน พบสารหนูอนินทรีย์ในทุกตัวอย่าง  โดยคนที่มีค่าต่ำสุดอยู่ที่   49.10 ug As/g cre  และ สูงสุดอยู่ที่ 1318.32 ug As/g cre  ทั้งนี้ค่ามาตรฐานอยู่ที่ 15 ug As/g creatinine ซึ่งทีมวิจัยอยู่ระหว่างการจัดทำรายงานส่งให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องเพื่อประกอบการพิจารณากำหนดมาตรการดูแลสุขภาพประชาชนตามบทบาทหน้าที่ของแต่ละหน่วยงานต่อไป”นักวิจัยผู้นี้ กล่าว

ขณะที่นายสังวร ทุ่งท้องไร่ ชาวบ้านทียาเพอกล่าวว่า ตั้งแต่ตนเกิดมาในหมู่บ้านก็ไม่มีไฟฟ้าใช้เหมือนที่อื่น คุณภาพชีวิตของชาวบ้านก็เป็นแบบเดิมๆเพราะเราอยู่พื้นที่ป่าที่จะทำอะไรก็ยาก แต่กลับมีการอนุมัติให้ทำเหมืองในพื้นที่ป่าสงวนแห่งชาติได้โดยง่ายดาย และในวันนี้ยังพบสารหนูเกินค่ามาตรฐานในน้ำลำห้วยที่ไหลมาจากเหมืองแร่เก่า แต่ในวันนี้ยังจะมีผู้ประกอบการเข้ามาทำเหมืองแร่อีก ไม่รู้ว่าจะเหยียบย่ำกันไปถึงไหน

“ผมไม่รู้ว่า เราและธรรมชาติป่าไม้ที่นี่ไปทำอะไรให้ เมื่อก่อนพ่อแม่บอกว่าเคยอยู่อีกฝั่งหนึ่งของพื้นที่ แต่พอที่ตรงนั้นปลูกอะไรก็ไม่งาม ข้าวก็ไม่ดี พริกก็ไม่มีผลผลิต เพราะการทำเหมืองแร่ จนชาวบ้านต้องย้ายพื้นที่อาศัยมายังที่ปัจจุบัน  แล้วถ้าที่ปัจจุบันที่เราอยู่มีมลพิษ สารเคมีอีก เราจะต้องย้ายไปที่ไหน นี่คือคำถามของชาวบ้านบ้านทิยาเพอ”นายสังวร กล่าว

นายสังวรกล่าว่า ชีวิตของชาวบ้านทิยาเพอแสนลำบากมานานเพราะในอดีตไม่มีถนน ไม่มีไฟฟ้าใช้ ไม่มีสิ่งอำนวยความสะดวก ผู้คนเอาตัวรอดด้วยวิถีเกษตรกร ปลูกข้าว ปลูกพริกกะเหรี่ยง ในการดำรงชีวิต มีความเป็นอยู่ตามมีตามเกิด จน 3 -4 ปี ที่ผ่านมาชาวบ้านมีแนวคิดทำการเกษตรแบบใหม่คือหันมาปลูกเสารส ฟักทอง กาแฟ เพื่อลดพื้นที่การทำไร่ข้าว จนมีรายได้เข้ามาในหมู่บ้านและมีเงินจุนเจือครอบครัวพอที่จะส่งลูกหลานเรียน

นายสังวรกล่าวว่า ในปี 2567 ด้วยความที่ในหมู่บ้านมีภูมิทัศน์ที่สวย มีทะเลหมอก ชาวบ้านเลยมีการระดมความคิดในการทำที่พักและลานกางเต้นท์ให้กลมกลืนกับธรรมชาติ ใช้พื้นที่ที่เมื่อก่อนเคยเป็นสวนพริก ไร่ข้าว  เปิดให้นักท่องเที่ยวมากางเต้นท์ และนำเอาความยากลำบากในการเดินทางมาเป็นจุดเด่นให้กับกลุ่มที่ชอบความท้าทาย จนมีนักท่องเที่ยวรู้จัก และมาเที่ยวกัน ทำให้ชาวบ้านในหมู่บ้านเริมมีรายได้

“ขณะนี้ทั้งการท่องเที่ยวและการเกษตรกำลังจะไปได้ดี ชาวบ้านเริ่มมีคุณภาพชีวิตที่ดีขึ้น ถ้าวันนี้มีการอนุญาตให้เข้ามาทำเหมืองแร่ แล้วความปลอดภัยของนักท่องเที่ยวที่เดินทางมาเที่ยวอยู่ตรงไหน คนงานที่จะมาทำแร่ เป็นใคร มาจากที่ไหน ไว้ใจได้หรือไม่ ผลผลิตที่กำลังไปได้สวย หากพบสารเคมี สารหนูไปสะสมในผลผลิต ใครจะกล้ากิน ใครจะกล้าซื้อ ป่าไม้ที่สวยงาม ที่มีสัตว์เล็กน้อยอาศัยอยู่ จะมีชะตากรรมอย่างไร พวกเราเป็นคนในหมู่บ้าน เรามีสิทธิในการออกมาส่งเสียง พวกเราขอเรียกร้องเพื่อตัวเราได้หรือไม่ หรือเราไม่มีสิทธิ์อะไร แค่ทนรับสภาพไปตามยถากรรม”นายสังวร กล่าว

———