Search

หารือแนวทางการจัดการสารหนูในพื้นที่ “ท่าตอน”สคพ.1จับมือ UNIDO/เครือข่ายสารหนูแห่งเอเชีย/หน่วยงานที่เกี่ยวข้อง-เตรียมขยายเฟส2มายังเชียงราย

เมื่อวันที่ 22 ตุลาคม 2569 นายอาวีระ ภัคมาตร์ ผู้อำนวยการสำนักงานสิ่งแวดล้อมและควบคุมมลพิษ (สคพ.) ที่ 1 เชียงใหม่ กรมควบคุมมลพิษ เปิดเผยว่า ในการประชุมหารือความก้าวหน้าและแนวทางการดำเนินโครงการจัดการปัญหาการปนเปื้อนสารหนูในพื้นที่ตำบลท่าตอน อ.แม่อาย จ.เชียงใหม่ ณ ศาลากลางจังหวัดเชียงใหม่ ในวันที่ 20 ตุลาคมที่ผ่านมา ซึ่งได้ร่วมการประชุมกับ นายศิวกร บัวป้อง รอง ผวจ.เชียงใหม่ และนายชยาวีย์ หวังเจริญรุ่ง ผอ.ส่วนน้ำเสียชุมชน กรมควบคุมมลพิษ รวมทั้งผู้แทนองค์การพัฒนาอุตสาหกรรมแห่งสหประชาชาติ (UNIDO) เครือข่ายสารหนูแห่งเอเชีย (Asia Arsenic Network: AAN) และหน่วยงานที่เกี่ยวข้องนั้นได้มีการรายงานความก้าวหน้าการดำเนินโครงการและผลการศึกษาที่สำคัญในพื้นที่ โดย AAN ได้นำเสนอผลการศึกษาเบื้องต้นจากการปฏิบัติภารกิจทางเทคนิคครั้งแรก รวมถึงข้อเสนอแนะแนวทางการกำจัดสารหนูและการจัดการตะกอนที่ปนเปื้อนสารหนู เพื่อประกอบการพิจารณารูปแบบกิจกรรมสาธิตที่เหมาะสมกับบริบทของพื้นที่

นอกจากนี้ ผู้เข้าร่วมประชุมได้ร่วมแลกเปลี่ยนความคิดเห็นและให้ข้อเสนอแนะต่อผลการศึกษา แนวทางด้านเทคนิค และแผนการดำเนินงานในระยะต่อไป ตลอดจนหารือแนวทางการประสานความร่วมมือระหว่าง UNIDO กรมควบคุมมลพิษ AAN และหน่วยงานระดับจังหวัด เพื่อสนับสนุนการแก้ไขปัญหาการปนเปื้อนสารหนูในพื้นที่ตำบลท่าตอนอย่างเป็นระบบและต่อเนื่อง

นายอาวีระกล่าวว่า แผนการลงพื้นที่ตรวจสอบตามแผนของเฟสที่ 1 นั้น จะเน้นพื้นที่แก่งตุ้มซึ่งอยู่ติดกับประเทศเมียนมา มีการเก็บตัวอย่างตะกอนเพื่อนำมาทดสอบหาแนวทางและวิธีการที่เหมาะสม พร้อมทั้งเก็บตัวอย่างดินที่ระดับความลึก 1 เมตร โดยตัวอย่างตะกอนและสิ่งที่ตรวจพบทั้งหมดจะต้องนำส่งเข้าห้องปฏิบัติการที่ประเทศญี่ปุ่นเพื่อวิเคราะห์ด้วยวิธีเฉพาะ และจะมีการทำข้อเสนอแนะให้กับทางฝั่งไทย เช่น วิธีการกรองสำหรับน้ำประปา น้ำผิวดิน หรือน้ำบาดาล ว่าควรใช้ตัวกรองประเภทใด ทั้งนี้โครงการในเฟสแรกยังคงดำเนินไปตามกรอบเดิมและคาดว่าจะสิ้นสุดในเดือนมีนาคมปีหน้า

สำหรับการต่อยอดในเฟสที่ 2 กำลังอยู่ระหว่างการพูดคุยเพื่อขยายขอบเขตพื้นที่มายังจังหวัดเชียงราย เนื่องจากเป็นพื้นที่ที่ได้รับผลกระทบมาก

ผู้สื่อข่าวสอบถามประเด็นการกำจัดตะกอนปนเปื้อนเนื่องจากปัจจุบันมีการขุดรอกในดินที่ปนเปื้อนเป็นจำนวนมากและมีตะกอนจากบ่อกักตะกอนและจากกระบวนการผลิตน้ำประปาของ กปภ. ผอ.สคพ.1 กล่าวว่า ในการตรวจสอบดินและตะกอนดินที่ขุดรอกในพื้นที่แม่น้ำหรือฝายปนเปื้อน ยืนยันว่าในส่วน สคพ.เองพร้อมให้ความร่วมมือในการตรวจดินที่ขุดรอกก่อนนำไปใช้ประโยชน์หากได้รับการร้องขอจากหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง

ส่วนในประเด็นนี้ยังมีข้อถกเถียงและข้อกังวลจากหลายฝ่ายเกี่ยวกับการจัดการตะกอน เช่น หากนำตะกอนไปใส่ไว้ในผลิตภัณฑ์จะส่งผลให้ผลิตภัณฑ์แสดงค่าที่ตลาดอาจไม่ยอมรับ หรือหากนำไปทำหลุมฝังกลบก็ยังคงมีปัญหาเรื่องพื้นที่รองรับและความกังวลตามมา ซึ่งทางหน่วยงานได้มีการพูดคุยกับภาคส่วนต่างๆ เช่นบริษัทปูนซิเมนต์ไทย จำกัด (มหาชน) (SCG) เกี่ยวกับการจัดการตะกอน แต่ยังต้องหาข้อยุติที่ชัดเจนในเรื่องการกำจัดหรือการปรับปรุงสภาพที่บริษัทอยู่ในช่วงของการศึกษาทดลอง

ทั้งนี้ทาง SCG ได้ร่วมมือกับกรมควบคุมมลพิษ (คพ.) นำตัวอย่างดินและตะกอนปนเปื้อนมาทดลองประยุกต์ใช้เพื่อจับและตรึง (Immobilization) สารหนูและโลหะหนักไม่ให้แพร่กระจายหรือเคลื่อนย้ายจากดินและตะกอนลงสู่น้ำหรือสิ่งแวดล้อม สำหรับวัสดุหรือเทคโนโลยีที่นำมาใช้ผสมในการทดลองนี้เรียกว่า “ไบโอชาร์” (Biochar) หรือที่เรียกเป็นภาษาไทยว่า ถ่านชีวภาพ / ถ่านชีวมวล

โดยทาง สคพ.และ ตัวแทน SCG ได้ลงพื้นที่เก็บตัวอย่างดินและตะกอนดิน ช่วงวันที่ 12–14 ที่ผ่านมา ได้นำส่งห้องแลป โดยทาง SCG ได้นำตัวอย่างไปทดลองผสมกับไบโอชาและสารอื่นๆ ในลักษณะทดลอง นอกจากนี้ยังมีการพูดถึงประเด็นข้อกังวลเรื่องการปนเปื้อนสารโลหะหนักเกินค่ามาตรฐาน ซึ่งต้องมีการตรวจสอบรายละเอียดเชิงลึกและทิศทางข้อมูลร่วมกับอาจารย์ผู้เชี่ยวชาญต่อไป