Search

พบตะกั่ว/สารหนูในเครื่องในปลาสะสมสูงลิ่วเข้าขั้นวิกฤติ-นักวิจัยระดมเก็บตัวอย่างตรวจซ้ำขณะที่ชาวบ้านยังคงหาปลากินปลาในพื้นที่ปนเปื้อนสูง-รัฐไร้มาตรการได้เพียงประกาศเตือน

เมื่อวันที่ 22 ตุลาคม 2569 ผู้สื่อข่าวลงพื้นที่สำรวจวิถีชีวิตริมแม่น้ำสาย บริเวณฝายบ้านเหมืองแดง ซึ่งมีบ่อกักตะกอนก่อนผันน้ำเข้าสู่คลองชลประทาน RMC1 ซึ่งเป็นจุดที่สำนักงานสิ่งแวดล้อมและควบคุมมลพิษ(สคพ.)ที่ 1 เชียงใหม่ เคยตรวจพบสารหนูปนเปื้อนในน้ำผิวดินสูงถึง 22 เม่าของค่ามาตรฐาน เมื่อช่วงต้นเดือนสิงหาคมที่ผ่านมา โดยพบว่าชาวบ้านและแรงงานข้ามชาติยังคงจับสัตว์น้ำกินเป็นอาหารตามความเคยชิน

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ลุงเจริญ ชาวบ้านเหมืองแดงยืนยันว่ายังคงมาจับปลากันเป็นประจำแม้ปริมาณจะลดลงมาก

ขณะที่แรงงานชาวเมียนมากล่าวว่าหลังเลิกงานก่อสร้างจะออกมาหาปลา เช่น ปลากดและปลาขาว นำไปปรุงอาหารให้ครอบครัวกินเป็นประจำ

นอกจากนี้บริเวณริมบ่อกักตะกอนยังพบรถแบคโฮตักทรายใส่รถบรรทุกเพื่อนำไปถมพื้นที่ต่างๆ โดยยังไม่ทราบปลายทางชัดเจน ทั้งนี้ระดับความเข้มข้นของการปนเปื้อนในแม่น้ำสายรุนแรงกว่าแม่น้ำกก โดยเฉพาะช่วงน้ำหลากบริเวณบ้านหัวฝาย ซึ่งเคยตรวจพบสารหนูสูงกว่าค่ามาตรฐานถึง 28 เท่า และสารตะกั่วเกินมาตรฐาน 5 เท่า สะท้อนถึงความเสี่ยงในสายน้ำและห่วงโซ่อาหารที่ชาวบ้านต้องเผชิญอยู่ทุกวัน

สำหรับสถานการณ์มลพิษในแม่น้ำกก โครงการปลาปลอดภัย มหาวิทยาลัยนเรศวร ร่วมกับ สกสว. โดย รศ.ดร.ธนพล เพ็ญรัตน์ และ อ.ศรัณย์พร เกิดเกาะ ได้เปิดเผยผลวิเคราะห์ตัวอย่างสัตว์น้ำรอบที่ 14 (เก็บตัวอย่างวันที่ 7 สิงหาคม 2569 ช่วงน้ำหลาก ณ บ้านเมืองยาว ต.แม่ยาว อ.เมือง จ.เชียงราย) พบสารตะกั่วในไส้ปลานิลสูงถึง 9.85 มิลลิกรัมต่อกิโลกรัม คิดเป็น 32.8 เท่าของเกณฑ์มาตรฐานความปลอดภัยตามประกาศกระทรวงสาธารณสุข และพบสารหนูสูงถึง 9.03 มิลลิกรัมต่อกิโลกรัม เกินเกณฑ์มาตรฐาน 4.5 เท่า

รายงานระบุว่า โละหะหนักตกค้างหนาแน่นในระบบทางเดินอาหารเนื่องจากพฤติกรรมของปลานิลและปลากินพืช/สัตว์หน้าดินที่คุ้ยกินอินทรียวัตถุและตะกอนดินก้นลำน้ำ สอดคล้องกับค่าแร่แมงกานีสที่ตรวจพบสูงมาก อย่างไรก็ตาม กลไกร่างกายปลานั้นกักกันสารพิษทำให้จำกัดการดูดซึมเข้าสู่กล้ามเนื้อ ส่งผลให้เนื้อปลาเกือบทั้งหมด (121 จาก 122 ตัวอย่าง) ยังผ่านมาตรฐานความปลอดภัยและบริโภคได้ แต่มีข้อปฏิบัติเร่งด่วนคือ ต้องควักไส้และล้างทำความสะอาดเครื่องในปลาทิ้งอย่างเด็ดขาด งดบริโภคเครื่องในปลาทุกชนิด ปลาขนาดเล็กที่ปรุงทั้งตัวโดยไม่ควักไส้ และต้องปรุงสุก 100% เนื่องจากสารตะกั่วทำลายระบบประสาท ขัดขวางพัฒนาการทางสมองของทารกและเด็กอย่างถาวร ทำให้ความจำเสื่อม กล้ามเนื้ออ่อนแรง เกิดภาวะโลหิตจาง และเพิ่มความเสี่ยงไตวายเรื้อรัง

ด้าน รศ.ดร.อภินันท์ สุวรรณรักษ์ คณบดีคณะเทคโนโลยีการประมงและทรัพยากรทางน้ำ มหาวิทยาลัยแม่โจ้ ให้ความเห็นว่า งานวิจัยของตนพบความผิดปกติของตับ ไต และเครื่องในปลาเช่นกัน โดยระดับการสะสมสารพิษในตับและอวัยวะภายในสูงกว่าส่วนกล้ามเนื้ออย่างมีนัยสำคัญ หากตับหรืออวัยวะภายในถูกทำลายจะกระทบภูมิคุ้มกัน ทำให้ปลาติดเชื้อง่าย และส่งผลกระทบต่อเนื่องถึงการสืบพันธุ์และการคงอยู่ของประชากรปลา การพบสารพิษเกินค่ามาตรฐานถึง 32 เท่า ถือเป็นระดับที่น่าตกใจ สะท้อนถึงวิกฤตสิ่งแวดล้อมและคุณภาพน้ำผิวดินที่เกินมาตรฐานอย่างรุนแรง ทั้งในเชียงรายและเริ่มพบในภาคอีสาน ซึ่งสารพิษไหลไปตามแม่น้ำโขงและสายแยกต่างๆ จากการเปิดหน้าดินทำเหมืองทางต้นน้ำ

นอกจากนี้ รศ.ดร.อภินันท์ ชี้ว่าปัญหานี้เป็นมลพิษข้ามพรมแดนในลุ่มแม่น้ำโขง ไทย เมียนมา สปป.ลาว กัมพูชา เวียดนาม แต่ปัจจุบันยังไม่มีกฎหมายระหว่างประเทศที่มีสภาพบังคับใช้จริง การทำงานร่วมกับประเทศเพื่อนบ้านยังต้องอาศัยการเจรจาและจัดทำกรอบข้อตกลงร่วมกัน ซึ่งในทางปฏิบัติยังไม่มีการขับเคลื่อนอย่างเป็นรูปธรรม ในสถานการณ์ที่การปนเปื้อนยังรุนแรง ประชาชนจึงต้องตระหนักและปรับเปลี่ยนพฤติกรรม โดยหลีกเลี่ยงการบริโภคเครื่องในปลา หรือเลือกบริโภคโปรตีนจากสัตว์ชนิดอื่นเพื่อความปลอดภัยระยะยาว

———–