Search

ถูกด่านระนองตรวจเข้ม-แร่พม่าแหล่งต้นน้ำกระบุรีย้ายจุดนำเข้าไทย-เครือข่ายรักษ์น้ำกระบุรีจับมือผู้นำชุมชนวางแผนติดตามสถานการณ์แม่น้ำขุ่นข้น/เก็บตัวอย่างน้ำส่งตรวจ-ผอ.สคพ.15 เผยหารือร่วมกรมชลประทานทำฝายดักตะกอน



เครือข่ายรักษ์แม่น้ำกระบุรีประชุมวางแผนทำกิจกรรมสร้างความตระหนักจากเหมืองฝั่งพม่าทำให้เดือดร้อน ชาวบ้านยอมรับยังไม่ชินแม้แม่น้ำขุ่นมานานกว่า 6 ปี เพราะต้องกินต้องใช้ ผอ.สคพ. เร่งลงพื้นที่เก็บตัวอย่างต้นเดือน พ.ย.ยืนยันสารโลหะหนักไม่เกินค่ามาตรฐาน แต่แม่น้ำมีความขุ่นชัดจริง 


 
เมื่อวันที่ 24 ตุลาคม 2569 นายวิชัย แสงอรุณ เกษตรกรริมแม่น้ำกระบุรี ให้สัมภาษณ์ถึงผลการประชุมร่วมระหว่างเครือข่ายรักษ์แม่น้ำกระบุรีกับผู้นำชุมชน หมู่ 5 บ้านหาดจิก และหมู่ 8 บ้านหาดตุ่น ต.ปากจั่น อ.กระบุรี จ.ระนอง เมื่อวันที่ 21 ตุลาคมที่ผ่านมา เพื่อวางแผนการติดตาสถานการณ์แม่น้ำกระบุรีที่มีสีขุ่นข้นมานานกว่า 6 ปี จากการทำเหมืองแร่ในพื้นที่ประเทศเมียนมาว่า เป็นการร่วมมือวางแผนที่ชาวบ้าน ต.ปากจั่น อ.กระบุรี จะทำในอนาคต 
“ที่ผ่านแม่น้ำกระบุรีก็ยังคงมีความขุ่นต่อเนื่อง แต่น่าสังเกตคือถ้าทางอำเภอหรือจังหวัดมีกิจกรรมอย่างหนึ่งอย่างใดน้ำมักไม่ค่อยขุ่น ส่วนวันเวลาปกติ น้ำจะขุ่นตลอด อย่างช่วงที่มีการประชุมคณะทำงานติดตามผลกระทบน้ำขุ่นจากแม่น้ำกระบุรี ที่องค์การบริหารส่วนตำบลปากจั่น (อบต.ปากจั่น) และจะมีการประชุมครั้งต่อไปในอีก 4 เดือน เรามองว่ามันอาจจะทำให้การติดตามปัญหาไม่ค่อยต่อเนื่อง แผนงานอาจคลาดเคลื่อน เรามีความกังวลตรงนี้”นายวิชัย กล่าว  
 
เกษตรกรริมแม่น้ำกระบุรี กล่าวอีกว่า เป้าหมายของการประชุมได้ตั้งเอาไว้ว่าจะต้องเก็บตัวอย่างน้ำไปส่งเพื่อให้ได้ผลการตรวจก่อน แล้วจะใช้กิจกรรมในชุมชนเป็นตัวขับเคลื่อนเพื่อขยายกรอบให้ชาวบ้านได้ตระหนักถึงความเดือดร้อน และความอันตรายจากแม่น้ำกระบุรีขุ่น  นอกจากการทำเหมืองในฝั่งพม่ายังคงดำเนินการตามปกติแล้ว ขณะนี้ได้ขยายพื้นที่เพิ่มมากขึ้นเนื่องจากพบการแผ้วถางพื้นที่ป่าเพิ่มใหม่ในปีนี้ และจะมีการเปิดหน้าดินหลังจากที่ถางเสร็จแล้ว 
 
เมื่อถามว่า เครือข่ายรักษ์แม่น้ำกระบุรีได้รับทราบผลการตรวจคุณภาพล่าสุดของสำนักงานสิ่งแวดล้อมและควบคุมมลพิษที่ 15 (สคพ.15) หรือไม่ นายวิชัย กล่าวว่าผลการตรวจของ สคพ.15 ไม่แสดงข้อมูลให้สาธารณะรู้และเปิดเผยเฉพาะสารตกค้างตัวที่ไม่ถึงเกณฑ์ แต่ที่ใกล้จะถึงเกณฑ์ไม่แสดงและไม่เผยแพร่ให้ชุมชนเท่าไร 
 
นายวิชัย กล่าวด้วยว่า เดือนสิงหาคม-กันยายน ที่ผ่านมาเป็นช่วงที่แม่น้ำกระบุรีมีปริมาณเพิ่มมากขึ้น โดยขณะนี้กำลังเข้าสู่ช่วงน้ำลดซึ่งจะแสดงความขุ่นที่มาจากการทำเหมืองแร่ชัดเจน สถานการณ์แม่น้ำกระบุรีเป็นสีขุ่นข้นจะวิกฤตในฤดูแล้งเพราะน้ำในพื้นที่ชุมชนจะแห้งชาวบ้านก็ต้องไปใช้แม่น้ำกระบุรีทำให้มีความเสี่ยงจากการสัมผัสน้ำ
 
เมื่อถามว่า แม่น้ำกระบุรีได้รับผลกระทบจากการทำเหมืองในพม่าจนมีสีขุ่นข้นมานานกว่า 6 ปี ชาวบ้านชินหรือยัง นายวิชัย กล่าวว่า ระยะเวลา 6-7 ปีที่ต้องอยู่กับแม่น้ำสีขุ่น ถ้าขับรถผ่านก็ชิน 
“แต่ถ้าเป็นเกษตรกรที่ต้องใช้น้ำจากแม่น้ำกระบุรี คนที่มีหลังบ้านติดกับแม่น้ำ คนที่หาปลา คนที่ใช้ชีวิตอยู่กับแม่น้ำ ถามว่าชินไหมก็ยังไม่ชินนะ เพราะมันเตือนด้วยการลงแล้วคัน มีผื่นคัน อาบแล้วเหนียวเหนอะหนะ ผมเหนียวแข็ง ก็ถือว่ายังไม่ชิน แต่ก็ต้องอยู่ให้ได้กับน้ำแบบนี้ ความหวังของพี่น้องที่อยู่ริมน้ำคือแก้ไขให้แม่น้ำใช้อุปโภคบริโภคได้ ถึงจะมีแหล่งน้ำสำรองก็ไม่พอเพราะแม่น้ำกระบุรีใหญ่และสำคัญมากสำหรับคนที่นี่ สามารถใช้ได้ทั้งอำเภอ” นายวิชัย กล่าว  
 
ด้าน น.ส.จันทิรา ดวงใส ผู้อำนวยการ สคพ.15 กล่าวว่า ผลการตรวจคุณภาพน้ำของแม่น้ำกระบุรีล่าสุดได้เผยแพร่ในเว็บไซต์ ซึ่งขณะนี้มีแผนจะลงพื้นที่ไปเก็บตัวอย่างน้ำ หลังจากเคยบอกตั้งแต่ปีที่ผ่านมาว่าจะตรวจให้ถี่ขึ้น 
 
“ตอนนี้มี 2 เรื่องที่พ่วงกันคือเรื่องน้ำและขยะในพื้นที่ อบต.ปากจั่น เราจะขอให้เขาเก็บน้ำมาด้วย แทนที่จะเป็นรอบรายไตรมาส 4 ครั้งต่อปี เมื่อมีขยะเข้ามาด้วยจะได้ไม่ต้องขอรถไปลงพื้นที่แค่เก็บน้ำเท่านั้น โดย สคพ.15 จะลงพื้นที่ต้นเดือนพฤศจิกายน ก็จะขอให้ช่วยเก็บตัวอย่างน้ำมาด้วยเพื่อดูว่าช่วงที่ไม่ได้เก็บตัวอย่างน้ำมาตรวจตามกำหนดเวลานั้นคุณภาพน้ำเป็นอย่างไร” น.ส.จันทิรา กล่าว 
 
เมื่อถามถึงผลการตรวจคุณภาพน้ำของแม่น้ำกระบุรีที่ผ่านมาพบสารโลหะหนัก ผอ.สคพ.15 กล่าวว่า สารโลหะหนักที่พบยังไม่เกินและยังไม่มีนัยยะ มีแค่ความขุ่น 
 
“แต่ว่าความขุ่นมันก็ชัดจริงๆ ลงพื้นที่ก็เห็น ถามเจ้าหน้าที่เขาก็บอกว่ามาเมื่อไหร่ก็ชัด ขึ้นอยู่กับว่าชัดมากชัดน้อย ถ้าเทียบกับแม่น้ำกกซึ่งอาจมีค่าสูงในระดับหนึ่ง แต่น้ำกระอาจจะมีบทเรียนมาก่อนแล้ว คือเมื่อด่านศุลกากรทำการตรวจสอบเข้มงวดขึ้น ผู้ประกอบการทั้งฝั่งเราและเขาเช็คว่าทางพม่าส่งแร่อะไรมาแล้วเราต้องการรับเฉพาะบางชนิด มันก็อาจจะช่วยได้ในระดับหนึ่ง ที่แอบรู้มาคือเมื่อแร่มาจากเมียนมาแล้วเข้ามาที่ด่านระนองเพื่อส่งต่อไปยังแหลมฉบัง พอด่านตรวจระนองดักไว้ไม่ให้แร่เข้ามา แร่ก็เปลี่ยนไปทางเหนือแต่ก็ยังอยู่ในพื้นที่ไทยอยู่ดี ด่านศุลกากรก็ต้องเข้มแข็งทุกจุด”  น.ส.จันทิรา กล่าว 
 
เมื่อถามว่าในฐานะ ผอ.สคพ.15 ที่เห็นแม่น้ำกระบุรีขุ่นข้นมีความเป็นห่วงอย่างไรบ้าง น.ส.จันทิรา กล่าวว่า ผอ.สคพ.15 เป็นหน่วยงานที่มีข้อมูลการตรวจวัดคุณภาพน้ำ เมื่อผลตรวจออกมามีค่าอะไรที่น่ากังวล หลายครั้งที่จัดรับฟังความคิดเห็นของประชาชนเขาก็ให้ข้อมูลอย่างเต็มที่ 
 
“สิ่งที่เป็นห่วงเมื่อมีแต่ค่าความขุ่นจริง เมื่อเขาใช้แหล่งน้ำตรงนั้นในการอุปโภคบริโภค ก็จะไปพันกับประปาหมู่บ้านต้องดูแลรักษามากขึ้นก็จะเริ่มมีผลกระทบ เราประชุมบูรณาการทุกหน่วยงานตั้งคณะทำงานที่มีผู้ว่าราชการจังหวัดและกองอำนวยการรักษาความมั่นคงภายใน (กอ.รมน.) ทุกคนเข้าใจว่ามันเป็นปัญหาจริงๆ เคสนี้จะถูกส่งไปที่ สสส.ด้วย เข้าใจว่าทุกคนก็ต้องการให้มันดีขึ้นเราไม่อยากเป็นเหมือนแม่น้ำกก ไม่อย่างนั้นจะเป็นเรื่องใหญ่ เราของบกลางซึ่งคิดว่าเราน่าจะได้ถ้าได้มาเราจะยืนยันได้ชัดขึ้นไม่ต้องห่วงว่าจะตรวจตามไตรมาส ก็จะได้เห็นค่าน้ำกันทุกอาทิตย์” ผอ.สคพ. กล่าว  
 
เมื่อถามว่าปัญหาแม่น้ำกระบุรีขุ่นเกินความสามารถของ ผอ.สคพ.15 หรือไม่ น.ส.จันทิรา กล่าวว่า ปัญหาการปล่อยตะกอนมาจากฝั่งเมียนมา แต่ได้คุยกับกรมชลประทานแล้วหากมีแต่ค่าความขุ่นจริงๆ เราอาจจะทำฝายดักตะกอน ในเชิงวิศวกรรมเราอาจจะทำได้ ลองทำเป็นกรณีตัวอย่างดูไหมดักความขุ่นเหมือนตัวกรองก่อนน้ำจะไหลลงไปข้างล่าง มันก็อาจจะเป็นอีกวิธีหนึ่ง 
 //////////