Search

“เชียงของ”ผนึกกำลังรับมือสารปนเปื้อนแม่น้ำโขง-ตั้ง คกก.จัดหาน้ำอุปโภค/บริโภคปลอดภัย-นักวิจัยร่วมอบรมดูแลระบบน้ำประปา

วันที่ 28 ตุลาคม 2569 ฝ่ายปกครองอำเภอเชียงของ ร่วมกับภาคประชาสังคม นักวิชาการ และองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น (อปท.) เดินหน้าขับเคลื่อนโครงการพัฒนาศักยภาพชุมชนในการจัดการระบบประปา มุ่งเสริมทักษะการตรวจสอบคุณภาพน้ำดิบและดูแลระบบประปาหมู่บ้านด้วยตนเอง เพื่อคลายความวิตกกังวลของประชาชนต่อความเสี่ยงด้านมลพิษสิ่งแวดล้อมและสารปนเปื้อนข้ามพรมแดนในลุ่มน้ำโขง

นายสุรเชษฐ์ พุ้ยน้อย นายอำเภอเชียงของ เปิดเผยว่า ประชาชนในพื้นที่มีความกังวลอย่างยิ่งเกี่ยวกับสารปนเปื้อนในแม่น้ำโขง ซึ่งอาจส่งผลกระทบต่อสุขภาพทั้งระยะสั้นและระยะยาว จนขาดความมั่นใจในการใช้น้ำอุปโภคบริโภคและการสัมผัสในชีวิตประจำวัน ขณะที่แหล่งน้ำดิบในพื้นที่มีหลากหลาย ทั้งประปาของการประปาส่วนภูมิภาค (กปภ.) ประปาชุมชน ประปาภูเขา น้ำผิวดิน บ่อน้ำบาดาล และตู้น้ำดื่มหยอดเหรียญ ภายใต้การกำกับดูแลของคณะกรรมการประปาหมู่บ้านและ อปท. ซึ่งมักเผชิญปัญหาต้องจัดหาแหล่งน้ำใหม่อยู่เสมอในฤดูแล้ง

นายสุรเชษฐ์ กล่าวว่า แม้ที่ผ่านมาทีมนักวิจัย อปท. เครือข่ายระบบสุขภาพ โรงพยาบาลสมเด็จพระยุพราชเชียงของ และ รพ.สต. จะเคยสุ่มตรวจคุณภาพน้ำมาบ้าง แต่ยังไม่ครอบคลุม ทุกฝ่ายจึงเห็นพ้องถึงความจำเป็นในการบูรณาการข้อมูลแหล่งน้ำทั้งหมดให้เป็นก้อนเดียวกันเพื่อนำมาวิเคราะห์ร่วมกันอย่างรอบด้าน เนื่องจากน้ำเป็นเรื่องละเอียดอ่อนและสัมผัสโดยตรงกับประชาชนทุกคน แม้จะมีนักวิจัยศึกษาในพื้นที่ต่อเนื่องแต่ฐานข้อมูลยังต้องเติมเต็มให้สมบูรณ์ ด้วยเหตุนี้ ทางอำเภอจึงจัดตั้ง “คณะกรรมการบริหารจัดการน้ำเพื่ออุปโภคและบริโภคอย่างปลอดภัยอำเภอเชียงของ” โดยมีนายอำเภอเป็นประธาน ร่วมด้วยผู้แทนหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ฝ่ายท้องที่ ท้องถิ่น และภาคประชาสังคมในอำเภอเชียงของ พร้อมทั้งมีที่ปรึกษาประกอบด้วย นายแพทย์ผู้ทรงคุณวุฒิ นักวิจัย และผู้เชี่ยวชาญจากสถาบันวิจัยระบบสาธารณสุข (สวรส.) มหาวิทยาลัยเชียงใหม่ มหาวิทยาลัยแม่ฟ้าหลวง มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ และศูนย์นาโนเทคโนโลยีแห่งชาติ (NANOTEC) และที่ปรึกษาโดยตำแหน่งประกอบด้วย นายก อบจ.เชียงราย สสจ.เชียงราย ทสจ.เชียงราย ท้องถิ่นจังหวัดเชียงราย ซึ่งทาง อบจ.ให้การสนับสนุนให้ อ.เชียงของ เป็นพื้นที่นำร่องของจังหวัดเชียงรายในการบูรณาการร่วมกันของทุกภาคส่วนในอำเภอในการขับเคลื่อนด้านคุณภาพน้ำประปาชุมชน

ทั้งนี้ คณะกรรมการฯ ได้จัดประชุมครั้งแรกเมื่อวันที่ 6 ตุลาคม 2569 ที่ผ่านมา เพื่อรับทราบสถานการณ์และข้อมูลทางวิชาการ โดยระดมพลังการทำงานผ่านโครงสร้างคณะกรรมการและคณะทำงานระดับอำเภอและตำบล ร่วมกันวางแนวทาง แผนงาน และกิจกรรมเบื้องต้นในการขับเคลื่อนการแก้ไขและป้องกันปัญหาทั้งระยะสั้น กลาง ยาว รวมถึงสื่อสารข้อมูลที่ถูกต้องครบถ้วนสู่ประชาชน

ด้าน น.ส.สมพร เพ็งค่ำ ผู้อำนวยการสถาบันพัฒนาระบบประเมินผลกระทบทางสุขภาพโดยชุมชน (หัวหน้าโครงการวิจัย) ในฐานะที่ปรึกษาคณะกรรมการฯ กล่าวว่า ทีมวิจัยได้จัดอบรมการดูแลระบบประปาแก่ตัวแทนชุมชนจาก 7 ตำบล เพื่อให้ชุมชนสามารถดูแลจัดการระบบประปาของตนเองได้อย่างมีประสิทธิภาพ เนื่องจากระบบประปาเดิมไม่ได้ถูกออกแบบมาเพื่อดักจับสารปนเปื้อนหรือมลพิษรูปแบบใหม่ เพราะในอดีตแม่น้ำโขงไม่เคยมีความเสี่ยงดังกล่าว เมื่อเริ่มตรวจพบความเสี่ยง จึงจำเป็นต้องเสริมทักษะให้ชุมชนสามารถประเมินคุณภาพน้ำดิบและตรวจสอบระบบได้เอง

น.ส.สมพร ระบุว่า ขณะนี้อยู่ระหว่างการติดตามชุมชนที่มีความเสี่ยงจากการปนเปื้อนสารหนูในระบบน้ำประปา ซึ่งตรวจพบเบื้องต้นด้วยชุดทดสอบภาคสนาม (Test-kit) โดยให้คณะกรรมการน้ำชุมชนส่งตัวอย่างน้ำเข้าสู่ห้องปฏิบัติการเพื่อตรวจวิเคราะห์อย่างละเอียดอีกครั้ง

สำหรับการขับเคลื่อนโครงการ ได้กำหนดให้มีทีมงานร่วม 3 ส่วนหลัก ได้แก่ ผู้ดูแลระบบประปาหมู่บ้าน, เจ้าหน้าที่ รพ.สต. และเจ้าหน้าที่ อปท. ผ่านกระบวนการอบรมเชิงปฏิบัติการ 3 ช่วง

เวิร์กชอปที่ 1 เรียนรู้พัฒนาการประปาหมู่บ้าน ประเมินระบบของตนเอง และฝึกใช้เครื่องมือตรวจวัดมาตรฐานน้ำ 21 พารามิเตอร์ตามเกณฑ์กรมอนามัย ก่อนส่งตรวจแล็บ

เวิร์กชอปที่ 2 นำผลวิเคราะห์จากแล็บมาเป็นฐานข้อมูลปรับปรุงระบบ โดยร่วมกับกรมทรัพยากรน้ำบาดาลเรียนรู้ระบบน้ำใต้ดิน แผนที่ทิศทางการไหล และการเลือกใช้เทคโนโลยีบำบัดน้ำที่เหมาะสม

เวิร์กชอปที่ 3 การติดตามและประเมินผลซ้ำ เพื่อสร้างความมั่นใจในความปลอดภัยของระบบน้ำอย่างแท้จริง
โครงการตั้งเป้าให้อำเภอเชียงของเป็นพื้นที่ต้นแบบการบูรณาการความร่วมมือระหว่างชุมชน ท้องถิ่น รพ.สต. และหน่วยงานส่วนกลาง เพื่อสร้างความมั่นคงปลอดภัยด้านน้ำอุปโภคบริโภคให้แก่ประชาชนในระยะยาว