Search

ยืนยันยังไม่เปิดเหมืองแร่ “ทียาเพอ”เหตุปฎิบัติไม่ครบเงื่อนไขของทางการ-ผู้แทนอุตสาหกรรมจังหวัดชี้ไร้บ่อบำบัด-ชุมชนยกมือย้ำมติเอกฉันท์ไม่เอาเหมือง

เมื่อวันที่ 29 ตุลาคม 2569 ที่ศาลาสำนักสงฆ์ทียาเพอ ต.สบเมย อ.สบเมย จ.แม่ฮ่องสอน ได้มีการประชุมหารือกรณีที่บริษัทเอกชนเตรียมเข้ามาดำเนินกิจการเหมืองแร่วุลแฟลมและซีไลต์ แต่ได้รับการคัดค้านจากชุมชน โดยมีนายจรูญ จินะภัณฑ์ ปลัดอำเภอสบเมยเป็นประธาน ซึ่งมีผู้แทนฝ่ายต่างๆที่เกี่ยวข้องเข้าร่วม อาทิ อุตสาหกรรมจังหวัด ทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมจังหวัด ผู้แทนคณะกรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติ นายสุริยัน ทองหนูเอียด ผู้แทนมูลนิธิพัฒนาภาคเหนือ นายสันติพงษ์ มูลฟอง ผู้อำนวยการมูลนิธิเครือข่ายสถานะบุคคล จ.แม่ฮ่องสอน โดยมีผู้แทนชาวบ้านทียาเพอกว่า 70 คนเข้าร่วม ซึ่งใช้เวลากว่า 2 ชั่วโมง

นายจรูญ จินะกัณฑ์ ปลัดอำเภอสบเมย ให้สัมภาษณ์ว่า ที่ประชุมได้ข้อสรุปว่า ถ้าชาวบ้านทียาเพอไม่อนุญาตให้ทำเหมืองแร่ประกอบการก็ไม่สามารถเปิดเหมืองได้ โดยผู้แทนอุตสาหกรรมจังหวัดแม่ฮ่องสอนชี้แจงว่า หากผู้ประกอบการยังไม่สามารถทำตามเงื่อนไขครบ เช่น การทำบ่อดักตะกอน ทางอุตสาหกรรมจังหวัดก็ไม่สามารถอนุญาตให้เปิดเหมืองได้ นอกจากนี้จะมีการเก็บน้ำตัวอย่างไปตรวจสอบเนื่องจากชาวบ้านกังวลใจเกี่ยวกับน้ำปนเปื้อน ขณะเดียวกับทางผู้ประกอบการเหมืองแร่ก็ต้องทำความเข้าใจกับชุมชน 

นายโสภณ สุรภี หัวหน้ากลุ่มอุตสาหกรรมพื้นฐานและการเหมืองแร่ สำนักงานอุตสาหกรรมจังหวัดแม่ฮ่องสอนกล่าวว่า ผู้ประกอบการได้ขอสัมปทานโดยผ่านอีไอเอเกือบครบถ้วย ยกเว้นเรื่องการปล่อยน้ำออกจากเหมืองซึ่งต้องทำบ่อบำบัดหรือบ่อดักตะกอน หากเขาไม่สามารถทำได้ก็เป็นเหตุว่าปฏิบัติไม่ครบถ้วนและไม่สามารถเปิดเหมืองได้ ทั้งนี้การที่ผู้ประกอบการได้ขอหยุดการทำเหมืองตั้งแต่ได้รับสัมปทานเมื่อปี 2560 เมื่อต้องการเปิดเหมืองก็ต้องเข้ากระบวนการใหม่ ส่วนกรณีต่ออายุสัมปทานในครั้งต่อไปนั้นก็ต้องมีการทบทวนมาตรการอีไอเอกันใหม่ อย่างไรก็ตามหากการประเมินความคุ้มค่าที่เหลืออายุสัมปทานอีกไม่ถึง 1 ปี ผู้ประกอบการอาจไม่ยอมลงทุนก็ได้เพราะไม่คุ้มค่า 

“ถ้าเขาทำเหมืองต้องนำเครื่องจักรเข้ามา คิดว่าเขาคงไม่อยากลงทุนอะไรที่เปล่าประโยชน์เพราะไม่สามารถคืนทุนได้ เหลือเวลาอกีไม่ถึง 1 ปีคือ 23 สิงหาคม 2570 มันไม่น่าจะคุ้ม แต่ผู้ประกอบการก็สามารถดำเนินการตามสิทธิของเขาเอง”ผู้แทนอุตสาหกรรมจังหวัด กล่าว

สำหรับบรรยากาศในห้องประชุมตัวแทนหน่วยงานได้ชี้แจงถึงข้อเรียกร้อง 7 ข้อของชาวบ้านซึ่งพูดไว้ในที่ประชุมเมื่อวันที่ 16 ตุลาคมที่ผ่านมา อาทิ ให้มีการตรวจสอบอีไอเอ ให้มีการตรวจสอบน้ำ ให้ชะลอการทำเหมือง เปิดเผยข้อมูลการประทานบัตร โดยชาวบ้านได้พยายามซักถามถึงกระบวนการการมีส่วนร่วม ก่อนที่จะมีการให้สัมปทานเอกชนเมื่อปี 2560 เพราะทุกคนต่างยืนยันว่าไม่เคยทราบเรื่องหรือลงชื่อรับรอง ดังนั้นจึงอยากเห็นรายชื่อ อย่างไรก็ตามผู้แทนกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติฯยืนยันว่าข้อมูลการทำอีไอเอของโครงการนี้สามารถเข้าไปดูได้ในระบบออนไลน์ พร้อมยินดีจะถ่ายเอกสารนำมาให้ชาวบ้าน

ขณะที่นายสันติพงษ์ มูลฟอง กล่าวว่า ตนเป็นผู้หนึ่งที่ได้รับรองการทำประชาคมครั้งนั้น แต่เป็นการลงนามกันที่อำเภอสบเมย โดยตนลงนามเป็นคนสุดท้ายซึ่งเรื่องนี้ชาวบ้านอาจไม่ทราบเรื่อง อย่างไรก็ตามขณะนี้ปัญหาสิ่งแวดล้อมเกิดขึ้นมากมาย และชุมชนเป็นห่วงเรื่องผลกระทบจึงต้องพิจารณาว่าจะส่งต่อไปยังลูกหลานอย่างไร

“วิวอันสวยงามของทียาเพอเป็นที่รู้จักคนทั้งประเทศ ขณะที่ปัญหาพืชเชิงเดี่ยวก็เริ่มเข้ามา ไม่ใช่มีปัญหาเรื่องแร่อย่างเดียว ดังนั้นชุมชนควรวางแผนเรื่องจัดการทรัพยากรให้ดี ทั้งดินน้ำป่าต้องช่วยกันเพื่อลูกหลานของเรา”นายสันติพงษ์ กล่าว

ขณะที่ตัวแทนผู้ประกอบการเหมืองแร่กล่าว่า ขณะนี้มีกองทุนเหมือง หากกลับเข้ามาทำเหมืองก็จะได้รับอนุญาตให้ใช้ ทั้งนี้เจ้าของเหมืองฝากบอกกับชาวบ้านว่าจะมาทำเหมืองตามหลักธรรมาภิบาล อยากให้ชาวบ้านเข้าใจ และอยากปฎิบัติกับชาวบ้านเหมือนพี่น้องกัน

นายนายพีระเมศร์ ตื้อตันสกุล ผอ.ทสจ.แม่ฮ่องสอนกล่าวว่า เจ้าของเดิมคือพ่อเลี้ยงอุดรพันธ์ (นายอุดรพันธ์ จันทรวิโรจน์ อดีต สส.เชียงใหม่) แต่เมื่อปีที่แล้วเปลี่ยนผู้ถือหุ้น อย่างไรก็ตามการประทานบัตรทำถูกต้อง และหมดอายุ 23 สิงหาคม 2570 เหลือเวลาไม่ถึงปีแต่ได้ขอเปิดเหมือง จึงต้องแจ้งหน่วยงานที่เกี่ยวข้องและต้องทำตามเงื่อนไขในการเปิดเหมือง โดยผู้ประกอบการได้ร้องขอเปิดเส้นทางขนแร่ที่ต้องผ่านป่าสงวน ซึ่งตนได้ตรวจประทานบัตรถูกต้องและตรวจสอบเส้นทางกับพื้นที่แล้วเป็นทางเก่าจึงได้ลงนามอนุญาตให้ใช้เส้นทาง 

ชาวบ้านถามว่าก่อนอนุญาตให้ใช้เส้นทางได้ลงพื้นที่ตรวจดูหรือยัง ซึ่งผอ.ทสจ.กล่าวว่าลงพื้นที่มาแล้ว ตอนนี้อยู่ในขั้นตอนขอเปิดเหมือง โดยภาครัฐอนุญาตตามขั้นตอนกฎหมาย

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า เมื่อประธานในที่ประชุมเปิดโอกาสให้ชาวบ้านได้แสดงความคิดเห็น ปรากฏว่ามีผู้เฒ่าคนหนึ่งลุกขึ้นพูดว่า “ยังไม่ได้ยินอีกเหลือว่าพวกเราคัดค้าน แถมยังจะเอากองทุนมาอีก” ขณะที่ชาวบ้านบางส่วนยังข้องใจกับการให้สัมปทานครั้งที่ผ่านมาเพราะเชื่อว่ามีการลัดขึ้นตอน โดยเฉพาะตอนปิดประกาศให้ผู้ที่ไม่เห็นด้วยคัดค้านการทำเหมืองซึ่งชาวบ้านไม่เคยมีใครทราบประกาศนี้

ขณะที่ตัวแทนชาวบ้านได้นำผลการหารือของชุมชนที่สรุปผลกระทบไว้ 11 ข้อ อาทิ การสูญเสียทรัพยากรเพราะมีการทำลายหน้าดินและแหล่งน้ำเสื่อมโทรมและพื้นที่ทำกินหายไป ผลกระทบที่อยู่อาศัย บ้านเรือน สัตว์เลี้ยง อาจเกิดปัญหาสังคมและความรุนแรงเนื่องจากจะมีคนภายนอกเข้ามาซึ่งชาวบ้านเคยมีบทเรียนในอดีตเมื่อตอนมีเหมืองแร่ 30 ปีก่อน

“เราขอประกาศว่าชาวบ้านทียาเพอไม่เอาเหมือง”ผู้แทนชุมชนพูดในที่ประชุมหลังจากรายงานจบ ขณะที่ประธานในที่ประชุมถามว่าใครไม่เอาเหมืองยกมือขึ้น ปรากฏว่าชาวบ้านทั้งหมดพากันยกมือ ทำให้ผู้แทนอุตสาหกรรมจังหวัดกล่าวยืนยันว่า หากชาวบ้านไม่ยอมก็ไม่สามารถดำเนินการเปิดเหมืองได้ เพราะทำไม่ครบกระบวนการ 

หลังปิดการประชุมตัวแทนชุมชนได้ยื่นจดหมายคัดค้านอีกครั้ง

—————-