Search

ทหารพม่าโกรธจัด KNU เปิดสำนักงานการค้าชายแดนริมแม่น้ำสาละวิน-ทำหนังสือประท้วงไทยห้ามนักธุรกิจไทยเข้าร่วม-เผยบุกถล่มชุมชนอ้างตัดเส้นทางลำเลียงเสบียง

เมื่อวันที่ 1 พฤศจิกายน 2569 แหล่งข่าวด้านความมั่นคงชายแดนไทย-พม่า เปิดเผยว่าเมื่อวันที่ 31 สิงหาคม 2569 ประธานกรรมการชายแดนส่วนท้องถิ่น(TBC) เมียนมา – ไทย (อําเภอเมียวดี จังหวัดเมียวดี) ได้ส่งหนังสือถึง ประธานกรรมการชายแดนส่วนท้องถิ่นไทย-เมียนมา(อําเภอแม่สอด จังหวัดตาก) เพื่อประท้วงทางการไทย โดยในหนังสือระบุว่า เมื่อวันที่ 29 สิงหาคม 2569 KNU (Karen National Union-สหภาพแห่งชาติกะเหรี่ยง) ได้จัดพิธีเปิดสำนักงานความมั่นคงและการค้าชายแดน บริเวณริมแม่น้ำสาละวิน บ้านแม่ยาทะ (ซอเลทา) จังหวัดมุดตอ (ผาปูน) โดยมีบุคคลสำคัญเข้าร่วมพิธี ดังนี้ นายบอจ่อแฮ(พลเอกบอจ่อแฮ) ผู้บัญชาการสูงสุดของกองทัพปลดปล่อยประชาชนกะเหรี่ยง (Karen National Liberation Army–KNLA), นายปาโดมันบะทุน หัวหน้าฝ่ายทรัพยากรป่าไม้ (KNU), นายปาโดซอกาแลเซ หัวหน้าฝ่ายคมนาคมและการสื่อสาร, นายซอแท๊คแอ ผู้ว่าราชการจังหวัดมุดตอ (ผาปูน), นายซอเควเนว ผู้บัญชาการกองพลน้อยที่ 5 กองทัพปลดปล่อยประชาชนกะเหรี่ยง (KNLA), สมาชิกคณะกรรมการจังหวัด และกลุ่มนักธุรกิจจากประเทศไทย รวมทั้งหมดประมาณ 50 คน

หนังสือระบุว่า ในพิธีเปิดสำนักงานดังกล่าว กลุ่ม (ก่อการร้าย) KNU โดยนาย(พลเอก)บอจ่อแฮ และนายปาโดมันบะทุน ได้กล่าวว่า การเปิดสำนักงานที่ตั้งอยู่ฝั่งตรงข้ามของแม่น้ำสาละวิน ใกล้กับบ้านแม่สามแลบ ตำบลแม่สามแลบ อำเภอสบเมย จังหวัดแม่ฮ่องสอน ประเทศไทย สำนักงานนี้เปิดโดยคณะกรรมการกลาง KNU และกองบัญชาการทหาร KNLA โดยมีวัตถุประสงค์เพื่อความมั่นคงและการค้าชายแดน โดยจะมีการส่งออกผลิตภัณฑ์จากป่าไม้และทรัพยากรธรรมชาติในพื้นที่ นอกจากนี้สำนักงานแห่งนี้ยังเป็นที่ตั้งของกรมป่าไม้และเหมืองแร่ เพื่อให้บริการกลุ่มบริษัทในประเทศไทยที่สนใจด้านป่าไม้และเหมืองแร่สามารถติดต่อประสานงานได้

หนังสือประท้วงของทางการพม่าระบุว่า สำนักงานและสถานที่แห่งนี้ตั้งอยู่บริเวณบ้านแม่ยาทะ (ซอเลท่า) อำเภอผาปูน ริมแม่น้ำสาละวิน ฝ่ายเมียนมาไม่ได้ออกใบอนุญาตให้ประกอบการค้าอย่างถูกต้องตามกฎหมายแต่อย่างใด และฝ่ายเมียนมาได้ประกาศให้ KNU เป็นกลุ่มองค์กรสมาคมที่ผิดกฎหมาย และฝ่ายเมียนมาขอคัดค้านไม่ให้นักธุรกิจฝ่ายไทยร่วมมือดำเนินการค้ากับกลุ่มองค์กรสมาคมที่ผิดกฎหมายนี้ ฝ่ายเมียนมาขอเรียกร้องให้ฝ่ายไทยป้องกันและเฝ้าระวังไม่ให้นักธุรกิจฝ่ายไทยร่วมดำเนินการค้า เพื่อป้องกันการสนับสนุนกลุ่มก่อการร้าย KNU

“ฝ่ายเมียนมาได้ดำเนินการป้องกันและดำเนินการปราบปรามโจมตีทั้งอาวุธขนาดเล็กและอาวุธหนัก เพื่อตัดเส้นทางการลำเลียงเสบียงของกลุ่มก่อการร้าย ฝ่ายเมียนมายังต้องการให้ฝ่ายไทยร่วมมือกับฝ่ายเมียนมา ไม่ให้หน่วยงานและนักธุรกิจทุกฝ่ายในประเทศมีความสัมพันธ์ทางเศรษฐกิจ สังคมหรือการเมืองใด ๆ กับองค์กรกลุ่มก่อการร้ายที่ฝ่ายเมียนมาประกาศให้เป็นกลุ่มก่อการร้ายที่ผิดกฎหมายโดยเด็ดขาด เพื่อความสัมพันธ์อันดีต่อกันระหว่างประเทศ จึงแจ้งมาเพื่อทราบ”หนังสือระบุ

ทั้งนี้หนังสือดังกล่าวลงชื่อโดยพันตรี เมียวลวิ่น ประธานกรรมการชายแดนส่วนท้องถิ่น เมียนมา-ไทย (เมียวดี)

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า 1 สัปดาห์ที่ผ่านมากองทัพพม่าได้โจมตีหมู่บ้าน สถานศึกษาและค่ายผู้อพยพริมแม่น้ำสาละวินมาแล้ว 3 ครั้ง ในพื้นที่ราท่า แม่นึท่า และล่าสุดที่ซอเลท่า โดยมีประชาชนเสียชีวิตรวมถึงเด็กอายุ 2 ขวบ อย่างไรก็ตามก่อนหน้านั้น เครื่องบินรบพม่าได้โจมตีพื้นที่ในย่านนี้ซึ่งอยู่ลึกเข้าไปข้างในรัฐกะเหรี่ยงอย่างต่อเนื่อง ทำให้ชาวบ้านต้องหลบหนีไปนอนตามป่าเขา

แหล่งข่าวกล่าวว่า ก่อนหน้านี้ฐานปฎิบัติการทางทหารของกองทัพพม่าริมแม่น้ำสาละวินได้ถูกทหาร KNU กองพล 5 โจมตีและขับไล่ออกจากพื้นที่จนหมด ทำให้พื้นที่รัฐกะเหรี่ยงช่วงแม่น้ำสาละวินเป็นเขตอิทธิพลของ KNU ทั้งหมด และประชาชนเริ่มกลับมาปลูกบ้านเรือนและทำมาหากินใช้ชีวิตตามปกติได้ตามริมแม่น้ำสาละวิน ขณะเดียวกันเริ่มมีนักธุรกิจแร่เข้ามาทำการรับซื้อแร่ซึ่งส่วนใหญ่เป็นเหมืองแร่ขนาดเล็ก อย่างไรก็ตามทหารพม่าได้ส่งสายลับเข้ามาในพื้นที่ และใช้โดรนบินสำรวจตลอดแนวชายแดนสาละวิน ทำให้กองทัพพม่าสามารถส่งเครื่องบินมาทิ้งระเบิดได้ตามเป้าหมายต่างๆ