Search

องค์กรสิทธิมนุษยชนคะเรนนีประณามรัฐบาลทหารพม่าโจมตีพลเรือนทำเด็กเสียชีวิต 3 ราย-วอนประชาคมโลกส่งฟ้องศาลอาญาระหว่างประเทศ-ชี้ระบอบทหารพม่าก่ออาชญากรรมสงคราม

เมื่อวันที่ 2 พฤศจิกายน 2569 กลุ่มสิทธิมนุษยชนคะเรนนี (Karenni Human Rights Group – KnHRG)ได้ออกแถลงการณ์ประณามรัฐบาลทหารพม่าอย่างรุนแรงต่อการโจมตีพลเรือนผู้บริสุทธิ์ครั้งล่าสุดในเมืองลอยก่อ (Loikaw) เมื่อวันที่ 31 ตุลาคมที่ผ่านมา ส่งผลให้นักเรียนเสียชีวิต 3 ราย และได้รับบาดเจ็บอีก 5 ราย

แถลงการณ์ระบุว่า ในการโจมตีครั้งนี้ มีการทิ้งระเบิดมากกว่า 20 ลูก โดยใช้เครื่องบิน Y-12 และเครื่องบินขับไล่ไอพ่น (Jet Fighter) การกระทำอันน่าสลดใจนี้เกิดขึ้นในช่วงเวลาที่ผู้มีบทบาททั้งในระดับภูมิภาคและระดับนานาชาติเพิ่มการติดต่อและปฏิสัมพันธ์กับระบอบทหารเมียนมา ภายใต้ข้ออ้างอันเป็นเท็จว่าสถานการณ์ภายในประเทศกำลังกลับคืนสู่ภาวะปกติ แต่ในความเป็นจริงอันโหดร้าย ประชาชนยังคงต้องทนทุกข์ทรมานภายใต้ระบอบเผด็จการของพลเอกอาวุโส มิน อ่อง หล่าย

สภาบริหารชั่วคราวรัฐคะเรนนี (Karenni Interim Executive Council – IEC) ยืนยันว่า การโจมตีทางอากาศเกิดขึ้นในระหว่างที่มีการเรียนการสอน ในขณะนั้นไม่มีการสู้รบเกิดขึ้นในพื้นที่แต่อย่างใด จึงเห็นได้ชัดว่าเป็นอีกครั้งหนึ่งของการโจมตีชีวิตพลเรือนโดยเจตนา โดยนักเรียนทั้ง 3 รายที่เสียชีวิต ประกอบด้วยนักเรียนชายชั้นประถมศึกษาปีที่ 3 จำนวน 1 ราย และนักเรียนหญิงชั้นประถมศึกษาปีที่ 5 และปีที่ 7 อีก 2 ราย

ส่วนเด็กนักเรียนอีก 5 รายได้รับบาดเจ็บจากสะเก็ดระเบิด ประกอบด้วยนักเรียนหญิง 4 ราย อายุระหว่าง 12–16 ปี และเด็กชายอายุ 9 ปี จำนวน 1 ราย โดยเด็กที่ได้รับบาดเจ็บรายหนึ่งมีอาการบาดเจ็บที่ศีรษะอย่างรุนแรง และยังคงอยู่ในภาวะวิกฤต

“กองทัพเมียนมากำลังสร้างบาดแผลทางจิตใจและความหวาดกลัวให้แก่เด็ก ๆ ในชุมชนต่าง ๆ ผ่านการพรากสิทธิขั้นพื้นฐานในการมีชีวิตวัยเด็กที่ปลอดภัยและได้รับการคุ้มครองไปจากพวกเขา หากเด็ก ๆ ยังไม่สามารถไปโรงเรียนได้อย่างปลอดภัย แล้วจะสามารถรับประกันความปลอดภัยในชีวิตของพวกเขาได้อย่างไร”แถลงการณ์ระบุ
แถลงการณ์ระบุด้วยว่า การโจมตีทางอากาศและการโจมตีด้วยโดรนในรัฐกะเรนนีเพิ่มสูงขึ้นอย่างต่อเนื่อง โดยในช่วงระหว่างเดือนกรกฎาคมถึงกันยายน 2569 กลุ่ม KnHRG บันทึกเหตุการณ์โจมตีทางอากาศได้มากกว่า 15 ครั้ง และการโจมตีด้วยโดรน 35 ครั้ง โดยกลุ่มผู้เปราะบางที่สุดในสังคม โดยเฉพาะเด็ก ๆ ตกเป็นเป้าหมายของการโจมตีเหล่านี้เพิ่มมากขึ้นเรื่อย ๆ

“หลักนิติธรรมยังคงไม่มีอยู่จริงในเมียนมา ขณะที่การลอยนวลพ้นผิดของกองทัพยังคงเป็นเกราะกำบังให้ระบอบทหารหลีกเลี่ยงผลของการกระทำผิด และสามารถหลบเลี่ยงความรับผิดชอบต่อการละเมิดที่เกิดขึ้นได้ สถานการณ์ดังกล่าวส่งผลให้ชุมชนที่ได้รับผลกระทบจากความขัดแย้งที่ดำเนินอยู่อย่างต่อเนื่อง ต้องเผชิญกับความทุกข์ทรมานอย่างแสนสาหัสและยืดเยื้อ ขณะที่ความยุติธรรมถูกปฏิเสธและถูกเพิกเฉยอยู่เป็นประจำ”แถลงการณ์ระบุแถลงการณ์ ระบุด้วยว่า กลุ่มสิทธิมนุษยชนคะเรนนี เรียกร้องอย่างหนักแน่นให้ประชาคมระหว่างประเทศยุติวงจรความรุนแรง ด้วยการส่งเรื่องสถานการณ์ด้านสิทธิมนุษยชนในเมียนมาไปยังศาลอาญาระหว่างประเทศ (International Criminal Court – ICC) และร่วมมือกับองค์กรที่นำโดยคนในพื้นที่เพื่อผลักดันให้มีการดำเนินการเอาผิดและนำระบอบทหารมารับผิดชอบต่ออาชญากรรมสงครามและอาชญากรรมต่อมนุษยชาติที่ก่อขึ้นตลอดหลายทศวรรษที่ผ่านมา

แถลงการณ์ ระบุด้วยว่า กลุ่มสิทธิมนุษยชนคะเรนนี เรียกร้องอย่างหนักแน่นให้ประชาคมระหว่างประเทศยุติวงจรความรุนแรง ด้วยการส่งเรื่องสถานการณ์ด้านสิทธิมนุษยชนในเมียนมาไปยังศาลอาญาระหว่างประเทศ (International Criminal Court – ICC) และร่วมมือกับองค์กรที่นำโดยคนในพื้นที่เพื่อผลักดันให้มีการดำเนินการเอาผิดและนำระบอบทหารมารับผิดชอบต่ออาชญากรรมสงครามและอาชญากรรมต่อมนุษยชาติที่ก่อขึ้นตลอดหลายทศวรรษที่ผ่านมา