
ด้วยความเมตตาของปลัดกระทรวงมหาดไทย นายอรรษิษฐ์ สัมพันธรัตน์ ที่สนับสนุน และกำชับให้สำนักทะเบียนอำเภอคุระบุรี จังหวัดพังงา เข้าใจการปฏิบัติตามขั้นตอน และกรอบ เวลา ของ กฎหมาย ทำให้ นายไกรภพ กล้า ทะเล นักศึกษาวิทยาลัยเกษตรกรรมและเทคโนโลยีจังหวัดพังงา ได้สัญชาติไทยอย่างรวดเร็วภายในสี่วันทำการได้สิทธิ์เดินทางไป ประชุมวิชาการระดับนานาชาติองค์การเกษตรกรที่ประเทศญี่ปุ่นทันเวลาในวันที่1-9 พฤศจิกายน 2569
นายไกรภพ หรือ “วิน” อายุ 19 ปีเป็นบุตรชายของแม่ชาวมอแกนแห่งหมู่เกาะสุรินทร์ จ.พังงา
แม่ของวินเกิดโดยหมอตำแยในเกาะนั้นเอง จึงไม่มีสูติบัตรหรือหลักฐานการเกิด จึงมีสถานะเป็นคนไร้สัญชาติ พ่อเป็นชาวไทยใหญ่เพิ่งได้บัตรประจำตัวคนต่างด้าวและใบสำคัญถิ่นที่อยู่ถาวรตามมติคณะรัฐมนตรี 29 ตุลาคม 2567 เมื่อปี 2568
วินมีสูติบัตรระบุว่าเกิดที่ โรงพยาบาลจังหวัดกระบี่ เคยไปยื่นขอสัญชาติไทยแล้ว แต่อยู่ในระหว่างรอคิว
เมื่อวินได้รับการคัดเลือกจากวิทยาลัยเกษตรกรรมและเทคโนโลยีพังงาให้เป็นตัวแทนของนักศึกษา 15 สถาบันในภาคใต้ซึ่ง 15 ปีจึงจะเวียนมาถึงโควตาจังหวัดพังงาครั้งหนึ่ง จึงได้แจ้งให้ รศ.ดร.นฤมล อรุโณทัย อาจารย์จากสถาบันวิจัยสังคม จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัยซึ่งทำงานศึกษาวิจัยชีวิตชาวเล หมู่เกาะสุรินทร์มานานกว่า 30 ปีแล้ว ช่วยประสานให้ไกรภพได้สัญชาติโดยเร็วทันเวลาที่จะเดินทาง ไปญี่ปุ่น
การร่วมเมือกันเพื่อให้เกิดปาฏิหาริย์แก่ชีวิตของวิน จึงเกิดขึ้นตั้งแต่วันที่ 20 ตุลาคม 2569โดย “ครูแดง”เตือนใจดีเทศน์ อดีตคณะกรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติ ได้ประสานไปยังนายอรรษิษฐ์ สัมพันธรัตน์ ปลัดกระทรวงมหาดไทย ถึงเหตุผลความจำเป็นที่วินจะต้องได้สัญชาติไทยภายในวันที่ 27 ตุลาคมเพื่อจะมีเวลาทำพาสปอร์ตและซื้อตั๋วเครื่องบิน
ปลัดกระทรวงมหาดไทยจึงได้มอบให้ผู้อำนวยการส่วนสัญชาติ กรมการปกครอง ประสานกับนายอำเภอคุระบุรีและปลัดหัวหน้าฝ่ายทะเบียนให้เข้าใจขั้นตอนและกรอบเวลตาม มติคณะรัฐมนตรี 29 ตุลาคม 2567
จากนั้นจึงได้มีการตั้งกลุ่มไลน์สื่อสารกันตั้งแต่ 20 ตุลาคม โดย รศ.ดร นฤมล ดร.บงกช นภาอัมพร นักวิชาการด้านกฎหมายสัญชาติจากคณะนิติศาสตร์มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ ผอ.วิทยาลัยเกษตรฯ พังงา ครูมินต์ ที่ปรึกษาโครงการ ฯ และวิน โดยดร.บงกช ให้ข้อมูลเรื่องคุณสมบัติ และหลักฐานที่ต้องใช้ในการยื่น ขอสัญชาติไทยตามมาตราเจ็ดทวีวรรคสอง แห่งพระราชบัญญัติจันทร์ชาติ
วินได้เตรียมหลักฐานและพยานบุคคลไปยื่นคำร้องขอมีสัญชาติไทย ณที่ว่าการอำเภอคุระบุรีพร้อมกับพ่อแม่เมื่อ วันที่ 22 ตุลาคม และนำพยานบุคคล 2คน ไปให้ปากคำแก่เจ้าหน้าที่ทะเบียนอำเภอคุระบุรีในวันที่ 26 ตุลาคม 2569 โดยเจ้าหน้าที่ทะเบียนตรวจดูข้อมูลและเอกสารทั้งหมดก่อนส่งให้เจ้าหน้าที่กรมการปกครอง ตรวจสอบและส่งต่อให้นายอำเภอคุระบุรีอนุมัติ
วันที่ 28 ตุลาคม 2569 นายอำเภอคุระบุรีอนุมัติให้วินได้สัญชาติไทยโดยได้เพิ่มชื่อในทะเบียนบ้าน และทำบัตรประชาชนสำเร็จในช่วงบ่าย
วินได้ไปทำหนังสือเดินทาง และได้ตั๋วเครื่องบินไปญี่ปุ่นทันเวลาราวปาฎิหารย์
ครูที่ปรึกษาฯได้ทำเอกสารรับรองคุณความดีของวินซึ่งได้รับเลือกให้เป็นนายกองค์การเกษตรในอนาคตแห่งประเทศไทย ซึ่งหน่วยในพังงาระบุว่าวินมีผลการเรียนดีเด่นตลอดมาพร้อมยังร่วมกิจกรรมจิตอาสาด้วยความรับผิดชอบ เขามีความใฝ่ฝันที่จะเป็นเชฟผู้มีฝีมือเป็นเลิศในการทำอาหาร
วินได้แสดงความขอบคุณปลัดกระทรวงมหาดไทย นายอำเภอคุระบุรี รศ.ดร.นฤมล ดรบงกช ผู้อำนวยการวิทยาลัยเกษตรและครูที่ปรึกษา รวมถึงทุกฝ่ายที่เกี่ยวข้องที่ทำให้เกิดปาฏิหาริย์ในชีวิตจนความฝันของเขาเป็นจริงที่จะได้เดินทางไปประชุมวิชาการในฐานะตัวแทนและและนำความรู้กลับมาทำประโยชน์ให้วิทยาลัยเกษตรและสังคมเป็นเรื่องราวดีๆที่เกิดขึ้นจากคนกลุ่มเล็กๆและกระทรวงมหาดไทยซึ่งเป็นตัวอย่างในการทำงานอย่างมีประสิทธิภาพให้แก่สำนักทะเบียนทั่วประเทศ
เป็นเรื่องราวดีๆที่เกิดขึ้นจากคนกลุ่มเล็กๆและกระทรวงมหาดไทยซึ่งเป็นตัวอย่างในการทำงานอย่างมีประสิทธิภาพให้แก่สำนักทะเบียนทั่วประเทศ