
เมื่อวันที่ 4 พฤศจิกายน 2569 นายพงษ์พิพัฒน์ มีเบญจมาศ นายกองค์การบริหารส่วนตำบล (อบต.) แม่สามแลบ อ.สบเมย จ.แม่ฮ่องสอน เปิดเผยว่า ในเช้าวันเดียวกันนี้ได้รับแจ้งจาก รพ.สต.(โรงพยาบาลส่งเสริมสุขภาพชุมชนตำบล) แม่สามแลบว่า ขอสนับสนุนทีมฉุกเฉิน อบต.แม่สามแลบ พร้อมรถรีเฟอร์และ เจ้าหน้าที่เพื่อรับผู้ป่วยฉุกเฉินจากประเทศเพื่อนบ้าน 2 ราย ซึ่งขอความช่วยเหลือตามหลักมนุษยธรรม เนื่องจากผู้บาดสาหัสจากกองทัพพม่าได้โจมตีทางอากาศ ใส่หมู่บ้านแหล่นาเดอ ใกล้กับ เดะปุโน ในรัฐกะหรี่ยง ซึ่งเป็นหอพักนักเรียนหญิง จึงทำให้มีผู้ได้รับบาดเจ็บ 9 ราย เสียชีวิตในที่เกิดเหตุ 2 ราย บาดเจ็บสาหัสหนัก 2 ราย ต่อมาได้ถูกลำเลียงส่งทางเรือ ล่องแม่น้ำสาละวิน มายังที่ รพ.สต.แม่สามแลบ แต่เสียชีวิตระหว่างช่วยเหลือ 1 ราย และส่งรีเฟอร์ต่อไปยังโรงพยาบาลสบเมย อีก 1 ราย เหตุการโจมตีทางอากาศ เมื่อวันที่ 3 พฤศจิกายน 2569 เวลาประมาณ 16.00 น.
ผู้สื่อข่าวรายงานว่านับตั้งแต่รัฐประหารในพม่าในปี 2564 พื้นที่พรมแดนไทยพม่า ด้านรัฐกะเหรี่ยง ตรงข้าม อ.แม่สะเรียง และอ.สบเมย ถูกโจมตีทางอากาศโดยกองทัพพม่าอย่างต่อเนื่อง หลังจากที่กองกำลังสหภาพแห่งชาติกะเหรี่ยง (Karen National Union-KNU) สามารถยึดคืนพื้นที่จากกองทัพพม่าได้ตลอดแนวชายแดนแม่น้ำสาละวินอย่างน้อย 14 จุด จนกองทัพพพม่าสูญเสียศักยภาพในการสู้รบทางภาคพื้น จึงใช้อากาศยานเป็นยุทโธปกรณ์หลัก ซึ่งมีรายงานของการโจมตีที่ไม่เลือกเป้าหมาย และมุ่งเน้นอาคารต่างๆ ทั้งศาสนสถาน วัด โบสถ์ โรงเรียน โรงพยาบาล ตลอดจนบ้านเรือน จนในเหตุการณ์ล่าสุดนี้เป้าหมายของการโจมตีคือหอพักของนักเรียน จนเกิดความสูญเสียดังกล่าว
ผู้สื่อข่าวรายงานอีกว่าก่อนหน้านี้ฝ่ายการศึกษากะเหรี่ยง (Karen Education and Culture Department-KECD) ได้เคยจัดสอบไล่สำหรับนักเรียนประถมและมัธยมในรัฐกะเหรี่ยง ที่ต้องจัดการสอบในป่าเพื่อหลีกเลี่ยงการเป็นเป้าหมายถูกโจมตีของกองทัพพม่าซึ่งพุ่งเป้าการโจมตีมาที่อาคารโรงเรียน โบสถ์ วัด โรงพยาบาล ฯลฯ อาคารสาธารณะต่างๆ เพราะสามารถโจมตีได้โดยง่าย แม้ทางกองกำลัง KNU จะสามารถผลักดันทหารพม่าออกไปจากพื้นที่ได้แล้ว แต่กองทัพพม่าก็ยังมาโจมตีอย่างต่อเนื่อง ทั้งโดรนและเครื่องบิน ประชาชนไม่สามารถมีชีวิตปกติสุขได้ มีนักเรียน ครู และคณะกรรมการโรงเรียน ที่ต้องเป็นเหยื่อสงคราม เสียชีวิต บาดเจ็บ และได้รับผลกระทบจำนวนมาก โรงเรียนและหมู่บ้านถูกโจมตีทางอากาศอย่างต่อเนื่อง
ผู้สื่อข่าวรายงานว่าสำหรับข้อเสนอในการปกป้องเด็กและสถานศึกษา ได้มีคำประกาศของฝ่ายการศึกษา KNUว่า สถานศึกษา ครู นักเรียน จะต้องได้รับการคุ้มครอง ต้องไม่เป็นเป้าหมายของการโจมตี ครูต้องไม่ถูกบังคับไปเป็นทหาร ต้องมีกลไกการคุ้มครองการจัดการศึกษาในสถานการณ์สงคราม โรงเรียนและการศึกษาต้องปลอดจากการโจมตี โดยฝ่ายการศึกษาของรัฐกะเหรี่ยงมุ่งมั่นทำงานเพื่อให้เด็กๆ ไม่กลายเป็น lost generation เด็กและเยาวชนต้องได้รับการศึกษาที่เหมาะสม สงครามต้องไม่หยุดการศึกษาของประชาชนชาวกะเหรี่ยง