เมื่อวันที่ 5 พฤศจิกายน 2569 นายสะท้าน วิชัยพงษ์ ผู้ประสานงานเครือข่ายประชาชน ลุ่มน้ำเงา ยวม เมย สาละวิน จ.แม่ฮ่องสอน เปิดเผยว่าเครือข่ายฯได้ทำหนังสือถึงนายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรี/รัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย และนายสีหศักดิ์ พวงเกษแก้ว รองนายกรัฐมนตรี/รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศ เพื่อขอให้เร่งเจรจากับทางการเมียนมายุติการโจมตีชุมชนใกล้แนวชายแดนแม่น้ำสาละวิน และจัดตั้งเขตปลอดภัย (Safety Zone)
ทั้งนี้เนื้อหาหนังสือถึงนายกฯและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศระบุว่า สถานการณ์การสู้รบในเมียนมาบริเวณแม่น้ำสาละวิน ตรงข้าม จ.แม่ฮ่องสอน กองทัพเมียนมาได้ใช้เครื่องบินรบทิ้งระเบิดในพื้นที่ใกล้ชุมชนตามแนวชายแดน ส่งผลให้เกิดแรงสั่นสะเทือน รวมทั้งมีสะเก็ดระเบิดและเศษซากอันตรายตกเข้ามาในฝั่งไทย สร้างความเสียหายแก่บ้านเรือน ร้านค้า และสถานพยาบาล ตลอดจนคุกคามความปลอดภัยของประชาชน โดยลุ่มน้ำสาละวินอุดมสมบูรณ์ด้วยผืนป่าและทรัพยากรธรรมชาติ อีกทั้งเป็นถิ่นฐานของชุมชนหลากหลายชาติพันธุ์ที่มีวิถีชีวิตและวัฒนธรรมผูกพันกับแม่น้ำและผืนป่า ชุมชนเหล่านี้ได้สืบทอดภูมิปัญญาในการดูแลรักษาสิ่งแวดล้อมจากรุ่นสู่รุ่นมาอย่างยาวนาน ประชาชนทั้งสองฝั่งต่างเป็นเครือญาติ เป็นมิตร และเป็นลูกหลานของสายธารอันทรงคุณค่าสายนี้ การคุ้มครองชุมชนจากผลกระทบของการสู้รบจึงมีความสำคัญต่อทั้งความปลอดภัยของประชาชน การรักษาสายสัมพันธ์ข้ามพรมแดน และการธำรงรักษามรดกทางธรรมชาติและวัฒนธรรมของลุ่มน้ำสาละวิน
เครือข่ายประชาชนลุ่มน้ำยวม เงา เมย สาละวิน ซึ่งประกอบด้วยประชาชนที่อาศัยอยู่ตามแนวชายแดน มีความห่วงกังวลอย่างยิ่งต่อสถานการณ์ดังกล่าว ผลกระทบที่เกิดขึ้นมิได้จำกัดอยู่เพียงความเสียหายต่อทรัพย์สินและบริการสาธารณสุข แต่ยังสร้างความหวาดกลัวและส่งผลกระทบต่อสภาพจิตใจของประชาชน โดยเฉพาะเด็กและเยาวชนที่ต้องใช้ชีวิตท่ามกลางความไม่แน่นอนและความเสี่ยงจากการสู้รบอย่างต่อเนื่อง
หนังสือระบุว่า เครือข่ายฯ จึงขอให้รัฐบาลดำเนินการโดยเร่งด่วน ดังนี้ 1 เร่งเจรจากับฝ่ายเมียนมาให้ยุติการโจมตีที่เป็นอันตรายต่อพลเรือนและชุมชนตามแนวชายแดนทันที พร้อมผลักดันข้อตกลงจัดตั้งเขตปลอดภัย (Safety Zone) ในพื้นที่ฝั่งเมียนมา บริเวณชายแดนด้านแม่น้ำสาละวิน จ.แม่ฮ่องสอน โดยครอบคลุมระยะอย่างน้อย 10 กิโลเมตรจากแนวชายแดนไทยเข้าไปในฝั่งเมียนมา และกำหนดให้งดปฏิบัติการโจมตีทางอากาศทุกรูปแบบในเขตปลอดภัยดังกล่าว เพื่อให้เกิดความปลอดภัยแก่ประชาชนที่อาศัยอยู่ตามแนวชายแดน พร้อมมีกลไกติดตามการปฏิบัติตามข้อตกลงอย่างชัดเจน
2 ประสานให้ทุกฝ่ายคุ้มครองพลเรือน สถานพยาบาล โรงเรียน พื้นที่พักพิงของประชาชน และสถานที่สาธารณประโยชน์จากการโจมตี พร้อมจัดทำแผนคุ้มครองชุมชนฝั่งไทย ทั้งระบบแจ้งเตือนภัย พื้นที่หลบภัย และการอพยพที่คำนึงถึงเด็ก ผู้สูงอายุ ผู้ป่วย และคนพิการ
3 ทบทวนแนวทางปิดจุดผ่านแดนและจำกัดการสัญจรบริเวณแม่น้ำสาละวิน โดยรับฟังความคิดเห็นของชุมชนที่ได้รับผลกระทบ เนื่องจากแม่น้ำเป็นเส้นทางสำคัญในการเดินทาง การขนส่งสินค้าอุปโภคบริโภค และการส่งต่อผู้ป่วย ทั้งนี้ ขอให้คงช่องทางสำหรับความช่วยเหลือด้านมนุษยธรรมและการเข้าถึงบริการทางการแพทย์อย่างต่อเนื่อง
4 เร่งสำรวจความเสียหายและให้ความช่วยเหลือเยียวยาประชาชนที่ได้รับผลกระทบอย่างทั่วถึง ทั้งการซ่อมแซมบ้านเรือนและสถานพยาบาล การดูแลผู้บาดเจ็บ และการฟื้นฟูสภาพจิตใจ โดยเฉพาะเด็กและเยาวชน พร้อมกำหนดหน่วยงานรับผิดชอบและช่องทางประสานงานที่ประชาชนเข้าถึงได้
นายวิบูรณ์ แววบัณฑิต ผู้ว่าราชการจังหวัดแม่ฮ่องสอน ให้สัมภาษณ์ภายหลังการตรวจเยี่ยมพื้นที่บ้านแม่สามแลบ ว่า ตอนนี้สถานการณ์ยังนิ่ง ตนได้มาเยี่ยมทำความเข้าใจพื้นที่และเตรียมการรองรับไว้โดยเมื่อ 2 สัปดาห์ที่ผ่านมา UNHCR ได้ประชุมซักซ้อมเพื่อเตรียมการรองรับเนื่องจากเกิดเหตุการณ์ลักษณะนี้(ระเบิดลงฝั่งพม่าแต่กระทบไทย)เป็นระยะๆ โดยบูรณาการหน่วยงานด้านความมั่นคงหากเกิดการอพยพข้ามมาตามหลักมนุษยธรรม
“ในฝั่งไทยเราต้องทำอย่างไรเพื่อไม่ให้ชาวบ้านตื่นตระหนก และเมื่อเกิดเหตุการณ์ต้องรู้ว่าทำอย่างไร ท้องถิ่นและท้องที่ต้องซักซ้อม ส่วนประชาชนที่อพยพข้ามมาก็มีพื้นที่รองรับและมีหน่วยคัดแยก เราต้องเตรียมการเพื่อเชื่อว่าฝั่งโน้นก็คงต้องกระชับพื้นที่เข้ามา ขณะที่ชายแดนไทยติดกับ 2 รัฐคือคะเรนนีและกะเหรี่ยง”นายวิบูรณ์ กล่าว
ผู้สื่อข่าวถามถึงกรณีที่เครื่องบินพม่าทิ้งระเบิดชายแดนแต่กระทบไทยได้มีมาตรการใดออกมาบ้างหรือไม่ ผวจ.แม่ฮ่องสอนกล่าวว่า กองทัพได้ดำเนินการไปเรียบร้อยแล้ว เรามีกระบวนการขั้นตอนตามแนวทางของกองทัพและสภาความมั่นคงแห่งชาติ
เมื่อถามว่าข้อเสนอของนายก อบต.แม่สามแลบและภาคประชาชนต้องการให้พื้นที่สาละวินเป็นพื้นที่ปลอดภัย นายวิบูรณ์กล่าวว่า เป็นเรื่องที่กองทัพมีข้อมูลอยู่แล้ว โดยดำเนินการตามนโยบายทางการทูตทหาร ส่วนที่มีข่าวว่าจะมีการปิดจุดผ่อนปรนบ้านแม่สามแลบนั้น ตนคิดว่าจุดนี้เป็นเรื่องของการซื้อขายปกติ เช่น ของใช้ประจำวัน ไม่ใช่เป็นเรื่องของยุทธปัจจัย ดังนั้นจึงยังค้าขายได้ตามปกติ
