Search

ทางการพม่ากีดกันหนักสินค้าไทยไฟเขียวสินค้าจีน-หอการค้าโอดการค้าขายชายแดนลำบากสุดๆ-แนะรัฐมนตรีที่เกี่ยวข้องเร่งแก้ปัญหา-แถมยังถูกซ้ำเติมด้วยมาตรการปิดท่าข้าม-สื่อกะเหรี่ยงเผยรถบรรทุกสินค้าไทยถูกรีดไถหนัก

เมื่อวันทื่ 5 พฤศจิกายน 2569 นายบรรพต ก่อเกียรติเจริญ ประธานกิตติมศักดิ์หอการค้าจังหวัดตาก ให้สัมภาษณฺ์ถึงสถานการณ์การค้าชายแดนไทย-พม่าด้าน อ.แม่สอด-เมียวดี ว่าเป็นการทำมาค้าขายชายแดนที่ยากลำบากที่สุดในประวัติศาสตร์ช่วงหลายปีที่ผ่านมา เนื่องจากสินค้าไทยที่ส่งเข้าไปมักถูกตรวจอย่างเข้มงวดในเมืองชั้นในและถูกสั่งห้าม รวมไปถึงเรื่องท่าข้ามฟากที่ยังมีปัญหา ขณะที่สินค้าจีนสามารถผ่านเข้าไปได้

“เมื่อก่อนเขาไม่ได้เข้มงวดมากก็ยังพอนำเข้าไปได้ แต่ตอนนี้เขาเข้มงวดเป็นพิเศษเป็นอุปสรรคการค้าชายแดนมาก เขาประกาศชัดเจนว่าเข้มงวดกับสินค้าไทยเป็นพิเศษ ไม่ใช่เฉพาะแค่ชายแดน แต่หมายถึงการส่งสินค้าเข้าไป เราเคยเสนอให้มีการจัดเก็บภาษีเรื่องนำเข้าและส่งออกซึ่งเป็นคนละพวกกัน”

นายบรรพตกล่าวว่า การปิดท่าข้ามฟากแม่น้ำเมย เป็นมาตรการของฝ่ายคึวามมั่นคง ซึ่งยิ่งปิดทางการพม่ายิ่งชอบ ยิ่งปิดทุกท่าข้ามพม่ายิ่งชอบเพราะเขาต้องการกีดกันสินค้าจากไทย รัฐบาลไม่ได้เข้ามาแก้ไขจริงจังเลย แม้แต่เรื่อง 3 ตัด(ตัดไฟ ตัดสัญญาณอินเตอร์เน็ต ตัดการส่งน้ำมัน) ก็ไม่ได้มีการทบทวนจริงๆจังๆว่าได้ผลหรือไม่ ยังไม่เห็นมีรัฐมนตรีที่เกี่ยวข้องเข้ามาแก้ไข ทั้งๆที่ควรส่งคนที่เกี่ยวข้อมารับฟังเพราะตอนนี้ไม่เหมือนกับสมัยก่อนเพราะมีจีนเข้ามาเกี่ยวข้องด้วย

ทั้งนี้จากการสำรวจร้านค้าในฝั่งเมืองเมียวดีพบว่า ปัจจุบันสินค้าอุปโภคบริโภคต่างๆกลายเป็นสินค้าจีนแทบทั้งสิ้น แม้ประชาชนฝั่งพม่ายังมีความต้องการสินค้าไทยเพราะมีคุณภาพดีกว่า แต่การถูกกีดกันทางการค้า ทำให้สินค้าไทยไม่สามารถนำเข้าไปขายได้ ล่าสุดการที่รัฐบาลออกมาตรการปิดท่าข้ามฟากตั้งแต่สะพานไทย-มิตรภาพ 1 ลงไป ทำให้ยิ่งกลายเป็นอุปสรรคในการส่งสินค้าไทยข้ามแดนซึ่งเดิมทียังมีการลักลอบส่งเข้าไปขายได้บ้าง

วันเดียวกัน สำนักข่าว KIC (Karen Information Center)รายงานว่า กองทัพเมียนมาเรียกเก็บเงินค่าผ่านด่านจากรถบรรทุกสินค้าจากประเทศไทย ตั้งแต่ 50,000 จ๊าต ไปจนถึง 2 ล้านจ๊าตต่อคัน โดยอ้างเหตุผลด้านความมั่นคง ที่ด่านตรวจสะพานนาดี (Nadi Bridge) บริเวณถนนในเขตชุมชนหมายเลข 7 เมืองเมียวดี รัฐกะเหรี่ยง

ผู้ประกอบการขนส่งสินค้าในเมืองเมียวดีรายหนึ่งเปิดเผยว่า เจ้าหน้าที่กองทัพเมียนมาประจำด่านดังกล่าว ซึ่งเป็นกำลังพลจากกองพันทหารราบที่ 275 (IB 275) สังกัดกองพลทหารราบที่ 22 ซึ่งประจำการอยู่ในรัฐกะเหรี่ยง ได้ร่วมกันตั้งด่านตรวจและเรียกเก็บค่าผ่านทางจากรถบรรทุกสินค้าของไทยที่ไม่สามารถใช้เส้นทางเอเชีย (Asian Highway) เดินทางผ่านได้

“เมื่อไม่อนุญาตให้รถบรรทุกสินค้าผ่านเส้นทางเอเชีย รถขนส่งสินค้าจึงต้องเปลี่ยนไปใช้เส้นทางเขากะเจ็ด (Kyet Taw Taung) เส้นทางโทก่อโก (Tho Kawk Ko) และถนนฝั่งหมู่บ้านเกาะก่อ (Kawt Ko) เพื่อเดินทางลงมายังสะพานนาดี ที่ด่านทหารแห่งนั้น หากเป็นรถบรรทุกขนาดเล็กจะเรียกเก็บ 50,000 จ๊าต รถขนาดกลาง 1 ล้านจ๊าต และรถบรรทุกขนาดใหญ่ 12 ล้อ เรียกเก็บสูงถึง 2 ล้านจ๊าต”ผู้ประกอบการรายนี้ กล่าว

ผู้ประกอบการยังระบุว่า การขนส่งสินค้าจากเมียวดีไปยังเมืองพะอันและเมืองมะละแหม่ง มีต้นทุนค่าใช้จ่ายรวมประมาณ 6–8 ล้านจ๊าต แต่ไม่สามารถเรียกเก็บค่าใช้จ่ายส่วนที่เพิ่มขึ้นจากค่าผ่านด่านดังกล่าวคืนจากผู้ค้าได้

ทั้งนี้ ธุรกิจขนส่งสินค้าจะคำนวณค่าบริการตามน้ำหนักของสินค้าเป็นหลัก อย่างไรก็ตาม ผู้ประกอบการระบุว่า นอกจากต้องแบกรับภาระค่าผ่านด่านจำนวนมากแล้ว ยังต้องเผชิญกับข้อจำกัดที่กองทัพเมียนมาอ้างเหตุผลด้านกฎระเบียบและความมั่นคง โดยมีการจับกุมและยึดทั้งรถขนส่งสินค้า สินค้า และบุคคลที่เกี่ยวข้อง ส่งผลให้การดำเนินธุรกิจประสบปัญหาอย่างหนัก บางรายถึงขั้นต้องหยุดประกอบกิจการ

KIC รายงานด้วยว่า ก่อนหน้านี้ ในช่วงเดือนกันยายนและตุลาคมที่ผ่านมา กองทัพเมียนมาได้ดำเนินมาตรการกวาดล้างและตรวจยึดสินค้าจากประเทศไทยตามคลังสินค้าในเขตเมืองเมียวดี รวมถึงบริเวณสะพานนาดี โดยจับกุมรถบรรทุกสินค้า คนขับรถ และพนักงานประจำรถ ก่อนนำตัวไปควบคุมไว้ภายในค่ายทหารของกองพันทหารราบที่ 275 จนถึงขณะนี้ ยังไม่มีข้อมูลที่ชัดเจนว่าทางการเมียนมาดำเนินการอย่างไรกับผู้ที่ถูกจับกุม รวมถึงสินค้าที่ถูกตรวจยึดไปแล้ว โดยข้อมูลดังกล่าวมาจากคำบอกเล่าของกลุ่มคนขับรถบรรทุกสินค้าบนเส้นทางพะอัน-เมียวดี

ขณะเดียวกันปัจจุบันกองทัพเมียนมายังคงเดินหน้าตรวจค้นและจับกุมสินค้าจากประเทศไทยอย่างต่อเนื่อง โดยร่วมมือกับกองกำลังติดอาวุธกะเหรี่ยงกลุ่มหนึ่ง ใช้กำลังเจ้าหน้าที่ประมาณ 100 นาย เข้าตรวจค้นบ้านพักของพ่อค้า คลังสินค้า และลานจอดรถบรรทุกในเขตชุมชนต่าง ๆ ของเมืองชายแดนแห่งนี้

ขอบคุณภาพจาก KIC