Search

ทางการแขวงหัวพันตรวจสอบเบื้องต้นอ้างไม่ใช่บ่อกักหางแร่แรร์เอิร์ธถล่ม-เป็นเป็นของบริษัทจีนเจ้าเก่าที่เคยมีปัญหา-ประชาชนลาววิจารณ์แซด-ข้องใจผลการตรวจสอบ

ความคืบหน้ากรณีที่บ่อกักหางแร่แรร์เอิร์ธแตกในแขวงหัวพัน ประเทศลาว ล่าสุดเมื่อวันที่5 พฤศจิกายน 2569 เพจ Houaphan Province TV (โทรทัศน์แขวงหัวพัน) และเพจ Lao National Radio ได้เผยแพร่วีดีโอการลงพื้นที่ตรวจสอบของคณะผู้บริหารของแขวงหัวพัน โดยนายพอนปาพัน เลืองสีจันทอง รองประธานคณะบริหารงานพรรคแขวง ผู้ประจำการ พร้อมด้วย นายรุ่งอาลุน บุนทะเมือง กรรมการของพรรคระดับแขวง รองประธานสภาประชาชนแขวง สมาชิกสภาประชาชนแขวง และตัวแทนหัวหน้าฝ่ายที่เกี่ยวข้องระดับแขวง รองประธานคณะกรรมการปกครองเมืองซำเหนือ ตาแสงหรือกำนัน และฝ่ายปกครองบ้าน

ทั้งนี้ได้มีการตรวจสอบจุดเกิดเหตุและจัดประชุมปรึกษาหารือแก้ไขปัญหาอ่างเก็บน้ำของ บริษัท ลาว-จีน พัฒนาแร่หายาก ภาคเหนือ 2 จำกัด ซึ่งเกิดเหตุอ่างเก็บน้ำแตกพังทลายที่ลำห้วยดงดม บ้านทับเผิ่ง ตำบลแวน เมืองซำเหนือ แขวงหัวพัน สปป.ลาว
จากการรายงานของตัวแทนบริษัทและการลงพื้นที่ตรวจสอบจริง เหตุการณ์ดังกล่าวเกิดขึ้นเมื่อเวลาประมาณ 14.00 น. ของวันที่ 2 พฤศจิกายน 2026 ซึ่งเป็นเหตุสุดวิสัยจากฝนตกหนัก บริเวณพื้นที่เขาสูงชัน สภาพดินทรายเกิดการยุบตัวและสไลด์ลงสู่อ่างเก็บน้ำธรรมชาติ ซึ่งเป็นลำห้วยที่บริษัททำคันคูกั้นไว้เพื่อสูบน้ำไปใช้ในกระบวนการผลิต ไม่ใช่อ่างสารเคมีตามที่มีการลงข่าวในสื่อออนไลน์

เหตุการณ์ดังกล่าวทำให้ท่อสูบและท่อส่งน้ำแตกหัก แล้วไหลเซาะใส่คันคูอ่าง จนทำให้น้ำประมาณกว่า 1,000 ลูกบาศก์เมตร พร้อมตะกอนดิน ไหลออกสู่ห้วยดงดม และไหลต่อเนื่องลงสู่ห้วยน้ำแวน ทำให้น้ำขุ่นข้น เหตุการณ์นี้ได้สร้างความกังวลใจให้แก่ประชาชน และได้ส่งผลกระทบโดยตรงต่อพื้นที่ทำการเกษตรของประชาชน โดยเฉพาะพื้นที่นาของชาวบ้านบ้านทับเผิ่ง จำนวน 2 ครัวเรือน

ผู้สื่อข่าวรายงานเพิ่มเติมว่า ทีมงานฝ่ายวิชาการได้ลงตรวจวัดคุณภาพน้ำเบื้องต้นใน 2 จุด คือ จุดที่ 1 บริเวณห้วยดงดม ห่างจากจุดเกิดเหตุ 900 เมตร พบว่าสายน้ำมีความขุ่นมาก จุดที่ 2 ได้แก่ จุดห้วยผาวูด ห่างจากจุดเกิดเหตุ 1,500 เมตร สายน้ำขุ่นเล็กน้อย ทั้งสองจุดไม่พบสัตว์น้ำหรือสัตว์บกตาย ผลการวิจัยคุณภาพน้ำเบื้องต้น โดยรวมอยู่เกณฑ์มาตรฐานสิ่งแวดล้อม แต่ค่าน้ำเกลือ ความเค็ม ก็อยู่ในระดับมาตรฐาน แต่ยังมีค่า pH เท่ากับ 4.95 ในจุดตรวจสอบ ที่ 1 ต่ำกว่ามาตรฐาน 0.05 ซึ่งพบว่าอ่างเก็บน้ำแตกในครั้งนี้ อาจจะมีการรั่วซึมของน้ำเกลือในท่อที่ใช้ในขบวนการผลิตแร่ จากการขุดค้นแร่ธาตุเก่าและจากท่อส่งน้ำแตกที่ใช้ในขบวนการผลิตแร่

“ดังนั้นโดยรวมแล้ว ระบบนิเวศสายน้ำดังกล่าว ยังไม่ได้รับผลกระทบร้ายแรง เนื่องยังไม่ปรากฏเห็นสัตว์น้ำตายถึงอย่างใดก็ตาม ยังจะเฝ้าติดตามปัญหาดังกล่าวอย่างใกล้ชิด ปัจจุบันอยู่ระหว่างการรอผลยืนยัน)คุณภาพน้ำเป็นทางการ จากสถาบันวิจัยคุณภาพน้ำแห่งชาติ เพื่อแจ้งให้ประชาชนทราบเพิ่มเติม” ทีมผู้ตรวจสอบระบุ

สื่อลาวรายงานด้วยว่า ทางบริษัทได้เร่งประสานกับฝ่ายวิชาการภาคสนามร่วมแก้ไขอย่างจริงจัง โดยการตัดระบบท่อน้ำ ซ่อมแซม ท่อที่แตกหัก สร้างคูกั้นน้ำ ดูดน้ำที่ค้างอยู่กลับคืนอ่าง และจัดส่งเจ้าหน้าที่ ติดตามสภาพสัตว์น้ำอย่างต่อเนื่อง
จากกระบวนการประชุมปรึกษาหารือ บริษัท ลาว-จีน พัฒนาแร่หายากภาคเหนือ 2 จำกัด ยินยอมจะชดเชยค่าเสียหายให้ประชาชน 2 ครอบครัว ที่ได้รับผลกระทบตามระเบียบกฎหมาย โดยผ่านการรับรองจากภาคส่วนที่เกี่ยวข้องของภาครัฐ

นอกจากนี้ คณะฝ่ายผู้นำแขวงหัวพัน ได้เสนอให้บริษัทเพิ่มความเข้มข้นในการตรวจสอบติดตามและปรับปรุงอ่างเคมีต่าง ๆ ในเขตสัมปทาน ให้ถูกต้องตามมาตรฐานเทคนิคอย่างเข้มงวด เพื่อป้องกันไม่ให้เกิดเหตุการณ์ขึ้นอีก และให้บริษัทเก็บตัวอย่างน้ำตามลำห้วยธรรมชาติ ทั้งในและนอกเขตสัมปทานอย่างเป็นปกติ เพื่อเป็นฐานข้อมูลอ้างอิง พร้อมทั้งเร่งความการประสานงานและแจ้งข่าวสาร ให้ทางการและฝ่ายปกครองระดับบ้านทราบอย่างเป็นปกติ

ผู้สื่อข่าวรายงานเพิ่มเติมเว่า ข่าวชิ้่นนี้ได้รับความสนใจอย่างกว้างขวางจากประชาชนลาว โดยผู้ใช้สื่อออนไลน์ได้แสดงความเห็นต่อเหตุการณ์ดังกล่าวอย่างน่าสนใจมากมาย เช่น ให้ดูน้ำใต้ดินด้วยเพราะสำคัญว่าน้ำจะไหลไปทิศทางไหนประชาชนอยู่ข้างล่างล้วนแต่อาศัยน้ำบาดาล ยังไม่รู้อนาคตใกล้ๆนี้ประชาชนที่ใช้น้ำจะรู้ตัวหรือไม่ ไม่ใช่ดูเฉพาะปูปลาอย่างเดียว , อยากให้ไปดูผลกระทบต่อประชาชนนับพันคน ทำไมไม่เปิดให้มีการวิพากษ์ ไม่ศึกษา แผนการก่อสร้าง เงื่อนไขอื่นๆ ก่อนจะลงมือเซ็นอนุญาตให้บริษัทดังกล่าวลงมือขุดแร่ ไม่ควรสร้างภาพ เป็นห่วงเป็นไย ประชาชนในเขตนั้นต้องไปหาน้ำจากที่อื่นมากินมาอาบมาใช้ ประชาชนลาวจะสงสารใครกันแน่ เอาหัวหน้าบริษัทอาบน้ำให้ดูหน่อยหน่อย , มีเงื่อนงำแน่ๆเพราะเคยเกิดเหตุแล้วหนึ่งครั้งแล้วยังเกิดเหตุซ้ำซ้อนอีก เพราะการตรวจตรามาตรฐานของหน่วยงานที่เกี่ยวข้องหรือไปปล่าว เงินอัดปากเงียบ กุจะเป็นลม เหมือนเดิมสภาพปกติ เกิดขึ้นแล้วก็เงียบหายไปตามระเบียบ ถ้ามีประชาชนถ่ายรูปสัตว์น้ำตายจะว่ายังไง ประชาชนคนกินข้าว ไม่มีใครเชื่อหรอก เป็นต้น