Search

เปิดตัวหนังสือธรรมยาตรา 5 สายน้ำ-บันทึกประสบการณ์/ความทรงจำร่วมของผู้คนจากหลากหลายในการปกป้องแม่น้ำ

เมื่อวันที่ 7 พฤศจิกายน ที่วัดท่าตอน พระอารามหลวง เครือข่ายประชาชนปกป้องแม่น้ำกก สาย รวม และโขง จัดเวทีเปิดตัวหนังสือธรรมยาตรา 5 สายน้ำ และเสวนาสถานการณ์ปัญหา-ทางออกสารพิษปนเปื้อนโดย พระมหานิคม มหาภินิกขมฺโน ผู้ช่วยเจ้าอาวาสวัดท่าตอน พระอารามหลวง ตำบลท่าตอน อำเภอแม่อาย จังหวัดเชียงใหม่ และเจ้าอาวาสวัดภาวนานิมิต (น้ำยอน) “ครูแดง” เตือนใจ ดีเทศน์ กรรมการผู้ก่อตั้งมูลนิธิพัฒนาชุมชนและเขตภูเขา (พชภ.) “ครูตี๋” นิวัฒน์ ร้อยแก้ว กลุ่มรักษ์เชียงของ,น.ส.ชนาง อำภารักษ์ กลุ่มเสรีภาพแม่น้ำโขง และดำเนินรายการ โดย ดร.สืบสกุล กิจนุกร มหาวิทยาลัยแม่ฟ้าหลวง

พระมหานิคม มหาภินิกขมฺโน กล่าวว่า การจัดกิจกรรมธรรมยาตราครั้งที่ผ่านมามีวัตถุประสงค์สำคัญ 2 ประการ ได้แก่ การบูชาวันวิสาขบูชา และการบูชาทรัพยากรธรรมชาติ เนื่องจากช่วงเวลาดังกล่าวมีวันสำคัญทั้งวันวิสาขบูชาและวันสิ่งแวดล้อมโลก ซึ่งอยู่ห่างกันเพียงไม่กี่วัน จึงเห็นว่าการเดินทางครั้งนี้จะเป็นกิจกรรมที่มีประโยชน์ต่อทั้งพระพุทธศาสนาและสังคม ความหมายกว้าง ๆ ของคณะสงฆ์ในการเดินทางครั้งนี้ก็คือ การเดินเพื่อเป็นบุญ และเพื่อความสุขของสังคม

พระมหานิคมกล่าวว่า การเดินธรรมยาตราครั้งนี้มีพระสงฆ์และสามเณรจากอำเภอแม่สายเข้าร่วมกว่า 200 รูป พร้อมด้วยญาติโยมและสาธุชนจากหลายภาคส่วน โดยเริ่มต้นเดินทางจากสะพานท่าตอน ไปยังศาลากลางจังหวัดเชียงราย ใช้เวลาทั้งหมด 6 วัน ระหว่างเส้นทางยังมีกิจกรรมพูดคุยแลกเปลี่ยนกับประชาชน ทีมงาน และสื่อมวลชน เพื่อให้กิจกรรมบรรลุวัตถุประสงค์ที่วางไว้ ในฐานะผู้นำคณะสงฆ์ถือว่าการจัดกิจกรรมครั้งนี้ประสบความสำเร็จอย่างยิ่ง

ขณะที่นายนิวัฒน์ ร้อยแก้ว กลุ่มรักษ์เชียงของ กล่าวว่า การใช้ศาสนาและการจัดกิจกรรมธรรมยาตราเป็นเครื่องมือขับเคลื่อนสังคมและธรรมชาติ ถือเป็นสิ่งสำคัญ เนื่องจากศาสนามีบทบาทในการนำพาสังคมไปสู่สันติสุข ความรัก และความสามัคคี การนำหลักธรรมทางศาสนามาเชื่อมโยงกับกิจกรรมเคลื่อนไหวเพื่อปกป้องแม่น้ำ จึงเป็นอีกแนวทางหนึ่งในการสร้างสันติสุขและสันติภาพในสังคม

“จากประสบการณ์การเข้าร่วมกิจกรรมธรรมยาตราที่เกี่ยวข้องกับแม่น้ำที่ผ่านมา รวมถึงการเดินธรรมยาตราครั้งนี้ สิ่งที่เห็นได้ชัดคือการตื่นตัวของประชาชนตลอดเส้นทาง โดยชาวบ้านให้ความสนใจและแสดงความห่วงใยต่อแม่น้ำมากขึ้น ขณะเดียวกัน ประเด็นปัญหาของแม่น้ำสายก็ได้รับความสนใจจากผู้คนและภาคส่วนที่เกี่ยวข้องมากขึ้นเช่นกัน ความยากลำบากและความเหนื่อยล้าจากการเดินทางเป็นส่วนหนึ่งของการสร้างความเข้มแข็งทางจิตใจ เพราะการเผชิญกับความทุกข์และความเหน็ดเหนื่อยทำให้ผู้เข้าร่วมได้เรียนรู้ที่จะอดทน ไม่ยอมจำนนต่อปัญหา และเปลี่ยนความเหนื่อยล้าให้กลายเป็นพลังในการต่อสู้”นายนิวัฒน์ กล่าว

ด้านนางเตือนใจ ดีเทศน์ หรือครูแดง กรรมการผู้ก่อตั้งมูลนิธิพัฒนาชุมชนและเขตภูเขา (พชภ.) กล่าวว่า ประชาชนที่อาศัยอยู่ในพื้นที่ลุ่มน้ำสายและพื้นที่ต้นน้ำกำลังเผชิญกับปัญหาความไม่เป็นธรรมจากการดำเนินกิจกรรมเหมืองแร่ ซึ่งส่งผลกระทบต่อวิถีชีวิตและทรัพยากรธรรมชาติในพื้นที่ โดยการเดินธรรมยาตราครั้งนี้เป็นเครื่องมือสำคัญในการรวบรวมพลังของประชาชนทั้งในพื้นที่และนอกพื้นที่ ให้ตระหนักถึงความสัมพันธ์ระหว่างมนุษย์กับธรรมชาติ และร่วมกันส่งเสียงไปยังผู้มีอำนาจและกลุ่มที่ใช้ประโยชน์จากทรัพยากรธรรมชาติ

“นอกจากการเรียกร้องให้ปกป้องแม่น้ำแล้ว ธรรมยาตรายังเป็นเครื่องมืออันหนึ่งที่ชัดเจนที่สุด สามารถที่จะเอามาชี้ให้เห็นว่าพวกเรานี่มีความชอบธรรมทางสังคมอย่างไร ในการดูแลป่า ดูแลดิน แหล่งน้ำ สิ่งแวดล้อม แล้วก็พูดถึงความหลากหลายทางชีวภาพ การเป็นคนดูแล และก็แสดงพลังออกไปให้ ผู้ที่ทำลายทรัพยากรของเราและผู้มีอำนาจให้เห็นถึงธรรมมาภิบาลทางสิ่งแวดล้อม ความหลากหลายทางชีวภาพให้มันชัดเจนขึ้น” ครูแดง กล่าว

ด้าน นางสาวชนาง อำภารักษ์ กลุ่มเสรีภาพแม่น้ำโขง กล่าวว่า การเข้าร่วมกิจกรรมธรรมยาตรา 5 สายน้ำ ทำให้เห็นพลังของการมีส่วนร่วมจากประชาชนหลากหลายพื้นที่และภูมิหลัง โดยในช่วงแรกที่ได้รับทราบว่าจะมีการเดินธรรมยาตราจากเชียงใหม่ไปเชียงราย ยอมรับว่าเป็นกิจกรรมขนาดใหญ่ที่ต้องเตรียมความพร้อมทั้งร่างกายและจิตใจ รวมถึงการสนับสนุนผู้ร่วมเดินทางตลอดเส้นทาง

“สิ่งที่เราเห็นตลอดในเส้นทางเลยค่ะ ที่หลาย ๆ คนพูดกันก็คือว่า การร่วมแรงร่วมใจ ตอนแรกเราก็รู้สึกว่า จะมีคนจากแต่ละพื้นที่มากันแค่ไหน ปรากฏว่ามีคนต่างหลาย ๆพื้นที่ หลาย ๆ จังหวัด ทั้งจากกรุงเทพฯ ก็มี ต่างประเทศก็มี” ชนางกล่าวและว่า สิ่งสำคัญที่เกิดขึ้นคือการเปลี่ยนแปลงความสัมพันธ์ระหว่างผู้คน จากเดิมที่ไม่เคยรู้จักกันมาก่อน กลายเป็นผู้ร่วมเดินทางที่ผ่านประสบการณ์ทั้งความทุกข์และความสุขร่วมกัน โดยผู้เข้าร่วมกิจกรรมได้รับฟังข้อมูลและเรียนรู้ปัญหาของแม่น้ำ รวมถึงผลกระทบที่เกิดขึ้นกับเกษตรกรและประชาชนที่ต้องพึ่งพาแหล่งน้ำ แม้บางคนจะไม่ได้เป็นผู้ได้รับผลกระทบโดยตรง แต่ก็เกิดความเข้าใจและเข้ามาร่วมสนับสนุนการเคลื่อนไหว

“การเปิดตัวหนังสือ ‘ธรรมยาตรา 5 สายน้ำ’ เป็นความพยายามรวบรวมภาพถ่ายและเรื่องเล่าจากผู้เข้าร่วมกิจกรรม เพื่อไม่ให้ประสบการณ์และความทรงจำตลอดการเดินทางสูญหายไป โดยหนังสือไม่ได้มุ่งเน้นเพียงการรวบรวมภาพถ่ายที่สวยงาม แต่ต้องการบันทึกช่วงเวลาและเรื่องราวของผู้คนที่ร่วมเดินทาง ตลอดจนความช่วยเหลือและน้ำใจจากชุมชนที่มอบอาหาร น้ำดื่ม และที่พักให้แก่ผู้เดินธรรมยาตรา

“การเดินธรรมยาตราไม่ได้จำกัดอยู่เฉพาะผู้ที่นับถือศาสนาพุทธ แม้กิจกรรมจะเริ่มต้นจากแนวคิดทางพระพุทธศาสนา แต่ตลอดเส้นทางกลับได้รับการสนับสนุนจากผู้คนหลากหลายศาสนาและความเชื่อ ทั้งการร่วมเดินทาง การจัดหาอาหาร น้ำดื่ม และการช่วยเหลือผู้เข้าร่วมกิจกรรม สะท้อนให้เห็นว่าการปกป้องแม่น้ำเป็นเรื่องที่สามารถเชื่อมโยงผู้คนให้เข้ามามีส่วนร่วมได้โดยไม่แบ่งแยกความแตกต่าง” นางสาวชนาง อำภารักษ์ กลุ่มเสรีภาพแม่น้ำโขง กล่าวทิ้งท้าย