Search

ยอดผู้หนีภัยภัยสงครามในรัฐกะเหรี่ยงภาพรวมลดลงจาก 1.1 ล้านเหลือ 9.4 แสนแต่เขตมือตรอและดูปลาญาเพิ่มขึ้น1.4 หมื่นคนเหตุกองทัพพม่าโจมตีไม่เลือกเป้าหมาย

เมื่อวันที่ 7 พฤศจิกายน 2569 สำนักข่าวKIC รายงานว่าคณะกรรมการผู้พลัดถิ่นภายในรัฐกะเหรี่ยง (Karen Internally Displaced Persons Committee: CIDKP) เปิดเผยว่า ในช่วงเดือนตุลาคมที่ผ่านมา จำนวนผู้พลัดถิ่นจากภัยสงครามในเขตมือตรอ (พะปูน) และเขตดูปลาญา ซึ่งอยู่ภายใต้การปกครองของสหภาพแห่งชาติกะเหรี่ยง (KNU) มีจำนวนเพิ่มขึ้น

CIDKP ระบุว่า เมื่อเปรียบเทียบกับข้อมูลที่บันทึกไว้เมื่อเดือนสิงหาคม ซึ่งเขตมือตรอมีผู้พลัดถิ่นจากความขัดแย้งกว่า 70,000 คน พบว่าในเดือนตุลาคมจำนวนผู้พลัดถิ่นเพิ่มขึ้นเป็น 84,459 คน ขณะที่เขตดูปลาญามีจำนวนเพิ่มขึ้นจาก 214,753 คน เป็น 214,937 คน CIDKP เนื่องจากกองทัพเมียนมายังคงปฏิบัติการโจมตีทางอากาศด้วยการทิ้งระเบิด และยิงโจมตีอย่างไม่เลือกเป้าหมายไปยังพื้นที่ที่ไม่ใช่สมรภูมิรบอย่างต่อเนื่อง ส่งผลกระทบต่อความปลอดภัยของประชาชนพลเรือน และทำให้ประชาชนต้องอพยพหนีภัยสงคราม

อย่างไรก็ตาม จากรายงานฉบับดังกล่าว ซึ่งบันทึกการเปลี่ยนแปลงจำนวนผู้พลัดถิ่นจากภัยสงครามในเขตปกครองทั้ง 7 เขตของ KNU ระหว่างเดือนมิถุนายนถึงตุลาคม พบว่า จำนวนผู้พลัดถิ่นทั้งหมดลดลงจากเดิม 1,160,605 คน เหลือ 944,711 คน ในเดือนตุลาคม ในเขตดูตะทู (ตะโถ่ง) มีจำนวนผู้พลัดถิ่นจากภัยสงครามลดลงจาก 144,362 คน ในเดือนสิงหาคม เหลือ 140,163 คน ในเดือนตุลาคม

ขณะที่เขตตออู (ตองอู) ลดลงจาก 176,997 คน เหลือ 166,130 คน และเขตเคล ลวิ ทู (ญองเลบิน) ลดลงอย่างมีนัยสำคัญจาก 361,046 คน เหลือ 158,569 คน เช่นเดียวกัน ในเขตมะริด-ทวาย จำนวนผู้พลัดถิ่นลดลงจาก 147,092 คน ในเดือนสิงหาคม เหลือ 141,101 คน ขณะที่เขตพะอันลดลงจาก 40,777 คน เหลือ 39,352 คน

สำหรับพื้นที่ที่มีจำนวนผู้พลัดถิ่นลดลงนั้น CIDKP ให้ความเห็นว่า สาเหตุส่วนหนึ่งมาจากการสู้รบที่หยุดชะงักลงชั่วคราว ทำให้ผู้พลัดถิ่นบางส่วนสามารถเดินทางกลับภูมิลำเนาได้ ขณะที่บางส่วนได้ละทิ้งพื้นที่ที่เกิดความขัดแย้งและย้ายไปตั้งถิ่นฐานในพื้นที่ห่างไกลออกไป สถานการณ์ล่าสุด แม้ว่าพื้นที่ทั้ง 7 เขตภายใต้การปกครองของ KNU ยังคงเกิดความขัดแย้งทางอาวุธ แต่พื้นที่เขตดูปลาญาและมือตรอเป็นพื้นที่ที่มีการสู้รบรุนแรงที่สุด โดยกองทัพเมียนมายังคงส่งกำลังทหารรุกคืบเข้าสู่พื้นที่เพื่อยึดครองและควบคุมดินแดน ส่งผลให้เกิดการปะทะและยิงตอบโต้กันระหว่างคู่ขัดแย้งอย่างต่อเนื่อง ตามข้อมูลจากแหล่งข่าวในพื้นที่

ทั้งนี้เขตมือตรออยู่ภายใต้การดูแลของกองกำลังกะเหรี่ยง KNU กองพล 5 (ฝั่งตรงข้าม จ.แม่ฮ่องสอน)ซึ่งปัจจุบันกำลังถูกกองทัพพม่าโจมตีอย่างหนักต่อเนื่องรวมทั้งพื้นที่ซอแลท่าตรงข้ามบ้านแม่สามแลบ อ.สบเมย จ.แม่ฮ่องสอน ทำให้บ้านเรือนและอาคารสถานที่บนฝั่งไทยได้รับความเสียหายมากมาย