ดอกงิ้วสีแดงสีส้มกำลังบานสะพรั่งไปทั่วทั้ง “ดอนซาว”มาตั้งแต่ปลายเดือนมกราคม ทำให้บรรยากาศบนเกาะเล็กๆกลางลำน้ำโขงตรงข้ามกับ อ.เชียงแสน จ.เชียงราย เป็นไปอย่างคึกคัก เหล่านักท่องเที่ยวซึ่งส่วนใหญ่เป็นคนไทยและจีนต่างหลั่งไหลกันมายลดงดอกงิ้วแห่งนี้ไม่ขาดสาย

 

ดอกงิ้วบานสะพรั่งบนเกาะดอนซาว

ขณะที่เจ้าของเกาะรับรู้ถึงเวลาเงินเวลาทองจึงจัดงานเรียกแขกเพิ่มมูลค่าในช่วงเวลาดอกงิ้วบานโดยมีทั้งประกวดเทพี การจัดแสงสีเสียงเต็มอัตรา ฯลฯ

 

แม้ธรรมชาติยังคงแต่งแต้มสีสันสวยงามเหมือนทุกปี แต่ในช่วง 2-3 ปีมานี้ แต่คนบนดอนซาวเองต่างทราบดีถึงสภาพที่เปลี่ยนแปลงไปอย่างรวดเร็วเนื่องมาจากเกาะแห่งนี้เป็นส่วนหนึ่งของเขตสัมปทานนับหมื่นไร่ที่ทางการลาวอนุญาตให้นักลงทุนจีนตระกูล “เหว่ย” สร้างบ่อนคาสิโนและสถานบันเทิงหลากหลายรูปแบบ ภายใต้ชื่อ “เขตเศรษฐกิจพิเศษเมืองต้นผึ้ง”

 

ภาพเด็กๆหน้าตามอมแมมวิ่งแย่งกันเก็บดอกงิ้วที่กำลังร่วงหล่นใส่ตะกล้า ที่เคยดูแล้วเพลินตา กำลังจะหายไป กลายเป็นภาพอาหมวยอาตี๋เข้ามาแทน คนลาวที่เคยเป็นเจ้าของเกาะต้องกลายเป็นเพียงผู้เช่าพื้นที่จากนายทุนจีนเพื่อขายของ

 

หลังจากดอนซาวกลายเป็นพื้นที่สัมปทาน มีการสร้างถนนรอบเกาะและมีการเทคอนกรีตทับตลิ่งเพื่อกันหน้าดินพังทลาย จากเดิมที่เป็นเพียงป่าหญ้าตามธรรมชาติและแหล่งหาปลาของคนในท้องถิ่น

วันนี้เรือหาปลาหาดูยาก ขณะที่เรือนำเที่ยวเพิ่มขึ้นทุกที

 

แรกทีเดียวการลงทุนจำนวนมหาศาลของคนตระกูลเหว่ย ได้ก่อให้เกิดแรงกระเพื่อมจากคนลาวในหลายหมู่บ้านที่อยู่อาศัยกันมานับร้อยปี เพราะบ้านและที่นาของพวกเขาต้องถูกเวนคืน ซึ่งเป็นการเปลี่ยนแปลงวิถีชีวิตอย่างถอนรากถอนโคน

 

คาสิโนขนาดใหญ่บนฝั่งลาวในนามเขตเศรษฐกิจเมืองต้นผึ้ง

ดินแดนแถบนี้ทั้งฝั่งเชียงแสนและเมืองต้นผึ้งเป็นอดีตนครโบราณซึ่งมีโบราณสถานและโบราณวัตถุปรากฏให้เห็นทั่วไป ทำให้ชาวบ้านลุกขึ้นมาต่อต้านคัดค้านการสร้างบ่อนโดยทำหนังสือคัดไปยังคณะผู้บริหารประเทศลาวตามลำดับชั้น แต่ท้ายสุดทุกอย่างก็เป็นไปตามความประสงค์ของนายทุนต่างชาติ

 

ทุกวันนี้ไม่ว่าจะเป็นคนลาวหรือคนไทยที่ขึ้นไปเที่ยวยังดอนซาวต่างต้องจ่ายค่าธรรมเนียมให้กับผู้รับสัมปทานชาวจีนหัวละ 20 บาท ขณะที่แรงกดดันในพื้นที่ของประชาชนในลาวที่มีต่อนักลงทุนชาวจีนนับวันจะรุนแรงขึ้น เนื่องจากไม่มีการให้เกียรติและเคารพท้องถิ่นเท่าที่ควร โดยเฉพาะการลบหลู่สิ่งศักดิ์สิทธิ์ที่ชาวบ้านกราบไหว้

 

ขณะที่ยาเสพติดเพิ่มขึ้นมากมาย ทำให้ความขัดแย้งในพื้นที่มีความซับซ้อนมากขึ้น ยิ่งเมื่อเกิดกรณีมีลูกเรือจีนเสียชีวิต 13 ศพบนเรือ ยิ่งสะท้อนให้เห็นถึงความรุนแรงในหลายมิติที่ถูกกดทับอยู่ ซึ่งคนทั่วไปรวมถึงทางการประเทศที่เกี่ยวข้องมักเห็นแต่ภาพพ่อค้าจีนถูกฆ่าตาย แต่ไม่ค่อยมีใครสืบสาวให้ลึกลงไป ว่านับจากที่คนตระกูลเหว่ยเข้ามาใช้พื้นที่ริมแม่น้ำโขงบริเวณนี้แล้ว เกิดอะไรขึ้นกับคนลาวท้องถิ่น

 

ทุนจีนที่ไหลมาตามแม่น้ำโขงก่อให้เกิดความเปลี่ยนแปลงอย่างรวดเร็ว คนจีนยุคนี้ไม่เหมือนคนจีนในอดีตที่หอบเสื่อผืนหมอนใบเข้ามา แต่เป็นทุนจีนที่ผูกไทใส่สูทถือเงินใส่กระเป๋าเจมส์บอนเข้ามา เอาผลประโยชน์ทุกอย่าง นิวัฒน์ ร้อยแก้ว หรือ ครูตี๋ พี่ใหญ่แห่งกลุ่มรักษ์เชียงของ มองดูสถานการณ์ริมน้ำโขงด้วยความห่วงใย หลายปีที่ผ่านมาแกคอยเฝ้าระวังและปกป้องแม่น้ำที่หล่อเลี้ยงชุมชนบ้านเกิดจากอสูรร้าย

 

เมื่อ3-4 ปีก่อนยังมีภาพเด็กๆลาวแย่งกันเก็บดอกงิ้ว แต่เดี๋ยวนี้ไม่มีแล้ว

เขาทำให้ทรัพยากรบางหลายอย่างที่คนท้องถิ่นเคยใช้อยู่ ต้องไปอยู่ในมือกลุ่มทุน โดยที่ชาวบ้านไม่ทันตั้งตัว สามเหลี่ยมทองคำและย่านนี้จึงเป็นโจทย์สำคัญของอาเซียนที่จะหาจุดสมดุลระหว่างทุนสุดโต่งกับวิถีชีวิตของชุมชน ตรงนี้จึงควรทำเป็นโมเดลเพื่อว่าทรัพยากรทั้งหลายควรเป็นของทุกคน

 

ดอนซาวเป็นตัวอย่างที่ชัดเจนของการเบียดขับคนท้องถิ่น

 

ทุกวันนี้ผู้บริหารประเทศต่างๆในอาเซียนและนักธุรกิจทั้งหลายต่างยกย่องสรรเสริญทุนจีน โดยทำทุกวิถีทางที่จะดึงนักลงทุนจากแดนมังกรเข้าประเทศ แต่ในอีกมุมที่ไม่ค่อยมีคนพูดถึงคือทุนที่ไหลล่องมาตามลำน้ำโขงนั้น เคารพให้เกียรติคนท้องถิ่นและเป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อมหรือไม่ ท้ายที่สุดชาวบ้านจึงต้องสานกันเป็นเครือข่ายและลุกขึ้นมารปกป้องทรัพยากรของพวกเขาเอง โดยในระหว่างวันที่ 11-19 กพ.นี้จะมีพิธีสืบชะตาแม่น้ำโขงและขบวนธรรมยาตราลัดเลาะสายน้ำโขงตลอดพรมแดนไทย-ลาว ตั้งแต่สามเหลี่ยมทองคำไปจนถึงผาได

 

 

แม้พระพุทธนวล้านตื้อ 4 แผ่นดินองค์ใหญ่สถิตอยู่ริมแม่น้ำโขงบริเวณสามเหลี่ยมทองคำ อ.เชียงแสน จ.เชียงราย จะสะท้อนให้รับรู้ว่าดินแดนแถบนี้คือเมืองเก่าแก่ที่พระพุทธศาสนารุ่งเรืองมานับพันปีจนถึงยุคปัจจุบัน จนทางการไทยเสนอให้เป็นเมืองมรดกโลก “สุวรรณโคมคำ”  แต่สภาพความเป็นจริงในทุกวันนี้กลับพบว่าสามเหลี่ยมทองคำคึกคักไปด้วยบ่อนคาสิโนขนาดใหญ่และสถานเริงรมย์ซึ่งเป็นการละเมิดต่อหลักธรรมคำสั่งสอนที่ยึดถือกันมากว่า 2500 ปี

 

ชาวบ้านร่วมกันทำบุญ-บวชป่าเมื่อ 4 ปีก่อนซึ่งเป็นนัยในการต้านสัมปทาน แต่สุดท้ายก็ไม่สามารถต้านการรุกของทุนใหญ่ได้

แม่น้ำโขงได้ทำหน้าที่เชื่อมร้อยวิถีชีวิตของผู้คนในดินแดนแถบนี้ทั้งจีน ลาว พม่าและไทย ไว้ด้วยกัน โดยมีเมืองเชียงแสนเป็นเมืองท่าสำคัญ แต่แนวทางการพัฒนาที่ได้มีการปรับรูปโฉมจากสังคมค้าขายและเกษตรกรรมไปสู่ธุรกิจภาคบริการและสถานเริงรมย์ โดยเฉพาะการที่มีทุนมหาศาลจากจีนไหลมาตามลำน้ำโขง ทำให้วิถีชีวิตของคนย่านนี้ถูกทำให้เปลี่ยนแปลงอย่างรวดเร็ว

 

ขณะที่แม่น้ำโขงซึ่งเป็นเส้นเลือดใหญ่ถูกปรับแปลงให้เหลือเพียงทำหน้าที่เส้นทางคมนาคมจากจีนลงมา โดยมีการระเบิดเกาะแก่งต่างๆซึ่งเป็นส่วนสำคัญในระบบนิเวศ และยังได้มีการสร้างเขื่อนในมณฑลยูนนาน ทำให้แม่น้ำโขงเปลี่ยนแปลงอย่างรุนแรงและประชาชนท้ายน้ำได้รับผลกระทบอย่างต่อเนื่องเพราะไม่ทราบระดับน้ำเหมือนธรรมชาติในอดีต จนกระทั่งมีรวมตัวกันประท้วงทางการจีนมาเป็นระยะๆ

 

หลายปีมาแล้วที่ชาวบ้านริมแม่น้ำโขง จ.เชียงรายได้รวมตัวกันเป็นเครือข่ายเพื่อพิทักษ์ดูแลสายน้ำเส้นนี้ โดยมีประเพณีและความเชื่อ ทั้งในเรื่องของพญานาคและสิ่งศักดิ์สิทธิ์ในแม่น้ำโขงเป็นสิ่งยึดโยง

 

พระครูสุวรรณ วิสุทธิคุณ เจ้าอาวาสวัดพระเจ้าล้านทอง อ.เชียงแสน กล่าวว่าความเจริญของบ้านเมืองเกิดตามความต้องการของคนในแต่ละยุคสมัยซึ่งทุกอย่างเป็นไปตามกาล แม่น้ำโขงในปัจจุบันได้เปลี่ยนแปลงไปมาก เพราะมีจุดกำเนิดในประเทศจีน เมื่อจีนสร้างเขื่อนและปิด-เปิดตามความต้องการทำให้พื้นที่ด้านล่างได้รับผลกระทบ

 

 

หลวงพ่อนวล้านตื้อ 4 แผ่นดินบริเวณสามเหลี่ยมทองคำ อ.เชียงแสน แต่ด้านหลังและด้านข้างอีกฟากแม่น้ำคือบ่อนพนันในดินแดนพม่าและลาว

“เราก็ทำได้ตามประเพณีของเรา เป็นเรื่องที่ดีที่เราเสริมดวงชะตาให้แม่น้ำ เพราะเป็นตัวอย่างที่ดีแก่ลูกหลาน เขาจะได้รู้ว่าแม่น้ำโขงมีความสำคัญอย่างไร พระครูให้คำแนะเกี่ยวกับการทำพิธีสืบชะตาและธรรมยาตราแม่น้ำโขง ไม่ต้องมีพิธีกรรมมากมายเหมือนกับการดำสำรวจพระเจ้าล้านตื้อ พระพุทธรูปเก่าแก่ที่จมอยู่ในแม่น้ำโขง โดยใช้แค่บายศรี  หมูหรือไก่ และดอกไม้ธูปเทียน

 

ในช่วงหลายปีที่ผ่านมา ทุนข้ามชาติในนามของคำว่า พัฒนา ได้ไหลล่องมาหยุดอยู่ตามจุดต่างๆริมแม่น้ำโขง ผลกระทบต่อคนและธรรมชาติหนักบ้างเบาบ้างแล้วแต่ความสามานย์ ขณะที่ชาวบ้านพยายามถักทอกันเป็นเครือข่ายเพื่อเป็นพลังในการชี้แนะให้นักฉกฉวยผลประโยชน์ได้เห็นธรรม

 

หวังว่าการแผ่เมตตาครั้งใหญ่และพลังภาวนาในการธรรมยาตราของชาวบ้านจะช่วยให้อสูรร้ายลดความคุ้มคลั่งบ้าง.

 

 

โดย ธรา จามีกร
โพสต์ทูเดย์ 11 ก.พ. 55

ใส่ความเห็น

This site uses Akismet to reduce spam. Learn how your comment data is processed.