Search

ขยะฟุ้งทั่วเกาะหลีเป๊ะตบตาเลขานุการรมว.ทส. ปิดปากชาวบ้าน-ผู้ประกอบการห้ามร่วมประชุม ปัญหาที่ดิน-ชาวเลถูกซุกไว้ใต้พรม

received_824846730891947

เมื่อวันที่ 2 ธันวาคม 2557 นายธเนศพล ธนบุณยวัฒน์ เลขานุการรัฐมนตรีว่าการกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมม(ทส.) พร้อมตัวแทนส่วนราชการที่เกี่ยวข้องได้ร่วมกันลงพื้นที่เกาะหลีเป๊ะ อุทยานแห่งชาติตะรุเตา จ.สตูล เพื่อติดตามปัญหาการบริหารจัดการขยะบนเกาะหลีเป๊ะโดยมีการประชุมหารือร่วมกับหน่วยงานในพื้นที่เพื่อหามาตรการจัดการปัญหาขยะที่เกิดจากการท่องเที่ยวบนเกาะหลีเป๊ะด้วย

นายธเนศพล กล่าวว่าเรื่องขยะบนเกาะหลีเป๊ะอยู่ภายใต้การบริหารจัดการโดยตรงขององค์การบริหารส่วนตำบล(อบต.)เกาะสาหร่าย การลงพื้นที่ครั้งนี้จึงเป็นการตรวจเยี่ยมการทำงานและติดตามความคืบหน้าการแก้ปัญหาปัญหาขยะของหน่วยงานในพื้นที่ ซึ่งได้มอบให้เอกชนผู้ได้รับสัมปทานเป็นผู้จัดการกำจัดขยะ โดยหลังจาก ดร.สุเมธ ตันติเวชกุล เลขาธิการมูลนิธิชัยพัฒนา ลงมาติดตามปัญหาขยะเมื่อเดือนมิถุนายนที่ผ่านมา ทำให้เกิดการตื่นตัวมีการพัฒนาระบบกำจัดขยะที่ดีขึ้น มีการนำขยะใส่ถุงดำและปิดปากถุงเรียบร้อยก่อนขนส่งขึ้นไปทำการฝังกลบบนฝั่ง ซึ่งวันนี้ได้สอบถามชาวบ้านว่าทุกวันที่มีการขนขยะผู้รับเหมาได้ดำเนินการตามมาตราฐานที่วางไว้หรือไม่ ปรากฏว่าสามารถจัดการได้อย่างถูกต้อง โดยหลังจากนี้จะพยายามให้กระบวนการคัดแยกขยะ และการระบายขยะออกจากเกาะให้เร็วขึ้นทุก 1-2 วัน อันจะทำให้ภาพรวมของการจัดการขยะบนเกาะมีประสิทธิภาพมากขึ้น

นายธเนศพล กล่าวว่า เนื่องจากเกาะหลีเป๊ะมีปริมาณขยะประมาณ 10 ตันต่อวัน หรือ 300 ตันต่อเดือน ซึ่งยังเป็นปริมาณที่ควบคุมจัดการได้ แต่อย่างไรก็ตามหลังจากหารือร่วมกันกับตัวแทนกรมอุทยานแห่งชาติ สัตว์ป่า และพันธุ์พืช และ ตัวแทนอบต.เกาะสาหร่าย ได้ขอความร่วมมือกันช่วยกันแก้ปัญหาและกระตุ้นให้ทุกภาคส่วนทั้งชุมชน ผู้ประกอบการท่องเที่ยวมีความตื่นตัวต่อปัญหาขยะมากขึ้น โดยเบี้ยงต้นตนได้เสนอแนะแนวทางการมีส่วนร่วมที่เหมาะสม คือ 1.ขอความร่วมมือเพื่อควบคุมปริมาณขยะที่จะเข้ามาสู่เกาะ เช่น นักท่องเที่ยวที่นำสิ่งของที่อาจก่อให้เกิดขยะเข้ามาบนเกาะจะต้องมีการจ่ายค่าจัดการขยะก่อนขึ้นเกาะ 2.ร้านอาหาร โรงแรม จะต้องถูกเก็บค่าจัดการขยะในอัตราที่สูงกว่าบ้านเรือนทั่วไป เนื่องจากเป็นกิจการที่ก่อให้เกิดขยะจำนวนมาก เพื่อนำเงินไปเป็นทุนในการจัดการกำจัดขยะต่อไป

นอกจากนี้ นายธเนศพล ได้กล่าวถึงกรณีปัญหาด้านที่ดินของชาวบ้านบนเกาะหลีเป๊ะว่า ขณะนี้ได้มีการตั้งคณะทำงานที่นำโดยกองทัพเรือ และส่วนราชการที่เกี่ยวข้องเพื่อเข้ามาติดตามปัญหาความเดือนร้อนเรื่องที่ดินของชาวบ้านบนเกาะหลีเป๊ะ ซึ่งอยู่ในระหว่างการดำเนินการตรวจสอบปัญหา โดยเบี้องต้นการแก้ไขจะยึดหลักเกณฑ์การพิสูจน์สิทธิ์ตามเอกสารสิทธิ์ที่มีอยู่จริง โดยเฉพาะเอกสารสิทธิ์ น.ส.3ก. ต้องพิสูจน์ว่าได้มาโดยชอบหรือไม่ ส่วนเอกสารสิทธิ์ ส.ค.1 อาจนำมาพิสูจน์สิทธิ์ค่อนข้างยาก สำหรับกรมอุทยานแห่งชาติฯ นั้นมีความต้องการรักษาพื้นที่ป่าบนเกาะหลีเป๊ะที่คงเหลืออยู่ประมาณ 400 ไร่ ซึ่งจะพยายามผลักดันผู้บุกรุกให้ออกจากพื้นที่ และอาจมีการดำเนินคดี ยกเว้นบางรายที่สามารถพิสูจน์สิทธิ์ในที่ดินว่าถือครองด้วยความชอบธรรม

ผู้ประกอบการรายหนึ่งบนเกาะหลีเป๊ะ กล่าวถึงเรื่องปัญหาขยะว่า เมื่อ 2-3 วันที่ผ่านมามีรถบรรทุกขยะของผู้รับเหมาเอกชนลำเลียงขยะผ่านถนนหน้าหมู่บ้านส่งกลิ่นเหม็น และมีขยะหลุดหล่นออกมาจากรถบรรทุก ส่งผลให้เกิดมลภาวะที่ไม่ดีต่อชุมชนอย่างมาก ส่วนตัวมองว่าการลำเลียงขยะดังกล่าวมีระบบการจัดการที่ไม่ถูกต้อง โดยเฉพาะช่วงนี้เป็นฤดูท่องเที่ยวหลักของอันดามัน ทำให้มีนักท่องเที่ยวจำนวนมากเข้ามายังเกาะ ทำให้เกิดขยะปริมาณมหาศาลและไม่สามารถขนส่งไปกำจัดได้ทันจนเกิดกลิ่นเหม็นรุนแรง โดยผู้ประกอบการกำจัดขยะต้องการประหยัดค่าใช้จ่ายในการขนส่งขยะ จึงเลือกเก็บสะสมขยะไว้หลายวันกว่าจะขนออกไปจากเกาะ การจัดการดังกล่าวจึงส่งผลกระทบต่อชุมชนเป็นอย่างมาก วันนี้ชุมชนจึงอยากให้ ทส. เร่งประสานงานให้ผู้ประกอบการที่รับเหมาะกำจัดขยะมีการดำเนินกิจการที่รับผิดชอบต่อสังคมมากกว่านี้

“ในการลงพื้นที่วันนี้ทางอุทยานแห่งชาติตะรุเตา และ ทส. ไม่อนุญาติให้ชาวบ้านหรือผู้ประกอบการเข้ารับฟังการประชุม รวมถึงไม่อนุญาตให้สื่อมวลชนเข้าทำข่าวโดยแจ้งว่าวันนี้เป็นการลงพื้นที่ศึกษาเฉพาะเรื่องการจัดการขยะ และไม่อนุญาตให้มีการพูดคุยหารือเรื่องอื่น โดยเบี้องต้นก่อนการลงพื้นที่ของ ทส. ชาวบ้านตั้งใจว่าจะนำเสนอปัญหาเรื่องที่ดินให้ ทส. รับทราบ และนำเสนอข้อมูลแผนที่ทำมือภายใต้การดำเนินการระหว่างชุมชนและคณะกรรมการการแก้ไขปัญหาที่อยู่อาศัยของชาติพันธุ์ชาวเล ซึ่งได้นำเสนอแก่ พลเอกสุรินทร์ พิกุลทอง ในฐานะประธานคณะกรรมการฯ ไปแล้วเมื่อปลายเดือนพฤศจิกายนที่ผ่านมา แต่เนื่องจากการประชุมในวันนี้เป็นไปอย่างลับระหว่าง ทส. และอุทยานแห่งชาติตะรุเตา และหน่วยงานที่เกี่ยวข้องระดับจังหวัด ทางชาวบ้านจึงตัดสินใจยังไม่นำเสนอข้อมูลชุดนี้” ผู้ประกอบการรายนี้ กล่าว

On Key

Related Posts