zipora

กะเหรี่ยง : ภายหลังการเสียชีวิตของนายพาโด มานธา เลขาธิการสหภาพแห่งชาติกะเหรี่ยง (เคเอ็นยู) เนื่องจากถูกลอบสังหารภายในบ้านพักในอำเภอแม่สอด เมื่อเดือนกุมภาพันธ์ 2551 สภาเคเอ็นยูได้เลือก น.ส.ซีโพหร่า เส่ง ดำรงตำแหน่งแทน ซึ่งถือว่าเป็นผู้หญิงคนแรกที่ได้รับเลือกให้เป็นผู้บริหารระดับสูง

ซีโพหร่าหรือที่คนปกากะญอเรียกเธอว่า สะหระหมื่อ (ครู) ซีโพหร่า เกิดที่หมู่บ้าน Saw Lear Der ในอำเภอ Lweh Htoo รัฐกะเหรี่ยง เธอเริ่มต้นจากการเป็นครูเมื่อ พ.ศ.2519 เพราะเห็นความสำคัญด้านการศึกษาโดยเฉพาะการสร้างหลักสูตรให้กับเยาวชน

เธอเล่าว่าพ่อคือนายต่ามล่าบอ เส่ง ซึ่งปัจจุบันดำรงตำแหน่งประธานเคเอ็นยูและประธานาธิบดี เป็นผู้ขัดเกลาให้บรรดาลูกๆ ได้เสียสละในยามที่ประชาชนของประเทศกำลังทุกข์ยาก ครอบครัวของเธอได้เข้าร่วมกับกองกำลังกะเหรี่ยงเพื่อเสรีภาพและความเท่า เทียมของกลุ่ม ชาติพันธุ์ในพม่า และเธอได้ขยับเข้าสู่งานด้านสตรี

“ในสังคมเราผู้หญิงมักไม่ได้เข้ามาสู่ตำแหน่งบริหาร อย่างมากก็เป็นแค่ครู พยาบาล หรือทำงานด้านสงเคราะห์ แต่ไม่ค่อยได้โอกาสอยู่ในตำแหน่งตัดสินใจ” ซีโพหร่าฉายภาพสังคมสตรีของชาวกะเหรี่ยง ซึ่งเธอได้ร่วมต่อสู้และพัฒนางานด้านนี้

ปี 2541 เธอได้รับเลือกให้ดำรงตำแหน่งเลขาธิการขององค์กรผู้หญิงกะเหรี่ยง (Karen Women’s Organization หรือ KWO) และยังเคยได้รับการเสนอชื่อจากกลุ่มผู้หญิงระหว่างประเทศให้รับรางวัลโนเบล สาขาสันติภาพ

ซีโพหร่าบอกถึงภารกิจของเลขาธิการเคเอ็นยู ต้องทำหน้าที่ติดตามงานด้านต่างๆ ของ 14 กระทรวง รวมทั้งงานด้านข้อมูลและด้านการข่าว แต่ด้านนโยบายและเรื่องสำคัญๆ มีสภาเคเอ็นยูคอยตัดสินใจอยู่แล้ว

“ก่อนการเลือกตั้งที่รัฐบาลทหาร พม่ากำหนดไว้ในปีหน้า เราต้องเร่งทำความเข้าใจกับประชาชนว่าไม่ควรยอมรับการเลือกตั้งครั้งนี้ เพราะมีที่มาจากความไม่ยุติธรรมตั้งแต่เริ่มร่างกติกา เขาไม่เคยฟังความเห็นหรือให้ความสำคัญกับกลุ่มชาติพันธุ์ต่างๆ แถมยังบังคับให้ไปใช้สิทธิลงประชามติรับรัฐธรรมนูญอีก” เลขาธิการเคเอ็นยูอธิบายถึงงานใหญ่เฉพาะหน้า

เธอเชื่อว่าสาเหตุที่กองกำลังกะเหรี่ยงพุทธ (ดีเคบีเอ) โดยการสนับสนุนของทหารพม่าบุกโจมตีกองเคเอ็นยูอย่างรุนแรงในปีนี้ เนื่องจากรัฐบาลพม่าต้องการเคลียร์ทุกอย่างให้จบก่อนการเลือกตั้ง

“ตอนนี้กองกำลังหลายกลุ่มที่เคยวางอาวุธและทำข้อตกลงกับรัฐบาลพม่า เริ่มไม่มั่นใจเพราะตอนร่างรัฐธรรมนูญ สิ่งที่พวกเขาเสนอไปไม่ได้รับการตอบสนองเลย ผู้นำหลายคนจึงเริ่มรู้สึกไม่ไว้วางใจรัฐบาลพม่า” นางเห็นถึงความหวาดระแวงที่เกิดขึ้น แต่รัฐบาลพม่าก็ได้สร้างเงื่อนไขใหม่ขึ้นมาเป็นตัวล่ออีก

“เขาบอกว่าภายหลังการเลือกตั้งปีหน้า จะให้กลุ่มหยุดยิงได้เป็นกองกำลังปกป้องชายแดน แต่ภายใน 1 กองพันต้องมีทหารพม่าร่วมอยู่ด้วย 30 คน” ซีโพหร่าเชื่อว่าเงื่อนไขนี้เป็นอีกครั้งหนึ่งของแผนการหลอกลวงที่รัฐบาล พม่านำมาใช้ เพราะในที่สุดแล้วกองกำลังชนกลุ่มน้อยก็ยังไม่มีอำนาจบังคับบัญชาอย่าง แท้จริง แต่ในส่วนของดีเคบีเอนั้น ได้ลงนามในข้อตกลงนี้กับรัฐบาลพม่าเป็นกลุ่มแรกๆ เพราะได้รับข้อเสนอเกี่ยวกับผลประโยชน์อีกหลายอย่าง หากยึดพื้นที่ได้ รวมถึงโครงการสร้างเขื่อนสาละวิน

“เขายื่นเงื่อนไขให้ดีเคบีเอต้องเพิ่มกองกำลังอีกเกือบ 3 พันคน เพราะต้องการให้ชนชาวกะเหรี่ยงรบกันเอง แล้วไปบอกกับสังคมโลกว่าการสู้รบครั้งนี้ไม่เกี่ยวกับรัฐบาลพม่า แต่ข้อเท็จจริงในพื้นที่ก็คือทหารพม่าเป็นคนยิงปืนใหญ่เปิดทางให้ทหารดีเคบี เอบุกเข้ามา”

หลังจากเคเอ็นยูถูกดีเคบีเอโจมตีอย่างหนัก ทำให้ประชาชนต้องอพยพข้ามมาหลบอยู่ฝั่งไทย ขณะเดียวกันเคเอ็นยูก็ต้องถอนกำลังออกจากพื้นที่บางส่วน

“พื้นที่นั้นไม่ได้มีความสำคัญทางยุทธศาสตร์มากนัก เราเพียงถอนกำลังออกมา แต่เรารักษามวลชนไว้ได้ และการถอนกำลังครั้งนี้ไม่มีผลอะไรนัก เพียงแต่ฝ่ายตรงข้ามพยายามเอาไปสร้างกระแส”

เลขาธิการเคเอ็นยูยังวิเคราะห์ว่า แม้จะมีการเลือกตั้งจริงในปีหน้า แต่สถานการณ์ในประเทศพม่าก็จะยังไม่มีอะไรเปลี่ยนแปลงนัก เพราะรัฐบาลทหารพม่ายังคงกีดกันไม่ให้พรรคการเมืองที่ครองใจประชาชนส่วนใหญ่ เข้าร่วม เห็นได้จากการพยายามกีดกันและกักตัวนางออง ซาน ซูจี ต่อไปอีก

“ความขัดแย้งในพม่ายังเป็นเช่นนี้ไปเรื่อยๆ รัฐบาลทหารต้องการให้มีกองกำลังพม่าเพียงกลุ่มเดียว เพราะหากยังมีกองกำลังชาติพันธุ์ต่างๆ เขาก็ควบคุมไม่ได้”

นางยอมรับว่าสถานการณ์ในพม่า ยากที่ชนกลุ่มหนึ่งกลุ่มใดจะมีพลังลุกขึ้นมาต่อสู้กับรัฐบาลทหารพม่าได้อีก เพราะทั้งนักศึกษาและพระสงฆ์ก็ถูกทำลายไปหมดแล้ว เหลือเพียงให้ทุกภาคส่วนต้องร่วมกัน โดยมีนานาชาติเป็นแรงกดดันที่สำคัญ โดยเฉพาะกลุ่มอาเซียน อินเดียและจีน

“บางทีพวกเราทุกกลุ่มอาจต้องสละชีพกัน เพื่อแลกกับการเปลี่ยนแปลงให้สังคมโลกได้รับรู้” ความรู้สึกเด็ดเดี่ยวของซีโพหร่า

——–ล้อมกรอบ———-

คนหนีภัยที่ริมน้ำเมย

“ผมต้องหนีอยู่ตลอดชีวิต” แม้เป็นเพียงถ้อยคำสั้นๆ ของนายฉาปะแล แต่สะท้านใจคนฟังเสียเหลือเกิน เพราะมันสะท้อนหัวอกของผู้หนีภัยจากการสู้รบได้ชัดแจ๋ว

ฉาปะแลและพะนุ พร้อมคนในหมู่บ้านต้องหนีภัยความตาย จากการสู้รบ ภายหลังจากดีเคบีเอโดยการสนับสนุนของกองทัพพม่าเข้าบุกยึดพื้นที่ของเคเอ็น ยู

ทั้งคู่มาพร้อมครอบครัวและคนในหมู่บ้านต้องหนีตาย ภายหลังจากได้ยินเสียงปืนใหญ่ใกล้เข้ามา แต่พะนุต้องลำบากกว่าคนอื่น เพราะเมียเพิ่งคลอดลูกเมื่อไม่กี่วันก่อน แถมยังมีพ่อแม่ที่แก่เฒ่าต้องคอยประคับประคอง

หมู่บ้านของทั้งสองคนอยู่ไม่ไกลจากชายแดนไทย ห่างจากแม่น้ำเมยที่ไหลเรียบ อ.ท่าสองยาง จ.ตาก ไปเพียง 1 ชั่วโมง

หลังจากเริ่มมีการสู้รบตั้งแต่หน้าฝนที่ผ่านมา มีชาวกะเหรี่ยงกว่า 3 พันคนได้อพยพข้ามแม่น้ำเมยมาอาศัยอยู่ตามแหล่งพักพิงฝั่งไทยใน 3 จุดคือบ้านหนองบัว บ้านแม่สลิด บ้านแม่อุสุ ซึ่งทั้งหมดอยู่ในเขต อ.ท่าสองยาง จ.ตาก

ผู้อพยพส่วนหนึ่งต้องเดินเกือบ 2 วัน กว่าจะมาถึงแหล่งพักพิงฝั่งไทย เพราะอยู่ไกลถึงริมแม่น้ำสาละวิน

“ตั้งแต่จำความได้พ่อแม่ก็พาผมหนีการสู้รบมาเรื่อยๆ” ทุกวันนี้ฉาปะแลในวัย 38 ปียังคนต้องขนครอบครัวระหกระเหินหนีภัย

“พวกเราส่วนใหญ่กลัวว่าจะต้องไปเป็นทหารให้ดีเคบีเอ เพราะก่อนหน้านี้มีคำสั่งมายังหมู่บ้านให้เกณฑ์ผู้ชาย 30 คนไปเป็นทหาร” แม้ทั้งคู่จะนับถือพุทธศาสนา เช่นเดียวกับกองกำลังดีเคบีเอ แต่ความรู้สึกเป็นมิตรกลับแทบไม่มี เพราะดีเคบีเอใช้วิธีการบังคับกดขี่ชาวบ้านเช่นเดียวกับกองกำลังทหารพม่า

หลังจากชาวบ้านแม่ละคีทั้งหมู่บ้านพากันอพยพข้ามน้ำเมยมาอาศัยอยู่ที่ บ้านแม่ อุสุเมื่อวันที่ 3 มิถุนายน ทั้งหมดได้รับความช่วยเหลือจากหน่วยงานของสหประชาชาติและองค์กรการกุศลต่าง ชาติเป็นหลัก แต่ยังคงลำบากอยู่มาก

ภายในศูนย์หลบภัยมีเพียงผ้าใบมุงเป็นหลังคา ซึ่งแต่ละหลังต่างอยู่กันอย่างแออัด ส่วนอาหารการกินและเสื้อผ้ายังขาดแคลนอยู่มาก

“ยังไม่รู้ว่าได้กลับไปอีกหรือไม่ แต่ถ้าสถานการณ์ยังเป็นเช่นนี้ คงไม่กลับไป” ทั้งคู่ยืนยัน เพราะขณะนี้ยังมีข่าวการเผาบ้านเรือนในเขตสู้รบอยู่เป็นระยะๆ ขณะที่กองกำลังดีเคบีเอท้าทายกองทัพไทยด้วยการข้ามมายิงชาวกะเหรี่ยงเสีย ชีวิต 2 คนถึงฝั่งไทย แต่เรื่องถูกปิดเงียบ

ตอนนี้ยังมีชาวบ้านอีกหลายหมู่บ้านในเขตสู้รบกำลังมุ่งหน้าสู่แม่น้ำเมย ถามว่าสังคมไทยจะทนเพิกเฉยกันอยู่เช่นนี้หรือ.

 

เผยแพร่เมื่อ Wed, 11/18/2009

ใส่ความเห็น

This site uses Akismet to reduce spam. Learn how your comment data is processed.