Search

สื่อมวลชนหลายสำนักลงพื้นที่ชุมชนรอบเหมืองทอง ชาวบ้านโวย พบสารพิษในร่างกายแต่ไม่มีใครช่วยเหลือ

received_865911680118785

เมื่อวันที่ 10 กุมภาพันธ์ 2558 คณะสื่อมวลชนหลายสำนักข่าวทั้งหนังสือพิมพ์และโทรทัศน์ ร่วมกันลงพื้นที่ชุมชนรอบเหมืองทองคำ 3 จังหวัดภาคเหนือ (พิจิตร พิษณุโลก และเพชรบูรณ์) ของบริษัทอัครา รีซอร์สเซส โดยในช่วงเช้าลงพื้นที่บ้านโป่ง ตำบลท้ายดง อำเภอวังโป่ง จังหวัดเพชรบูรณ์ ซึ่งมีชาวบ้านจำนวนมากได้รับสารปนเปื้อนในร่างกาย ทั้งนี้ผู้นำชุมชนพร้อมชาวบ้านได้จัดประชุมหารือเรื่องการเข้าร่วมเวทีสาธารณะ เพื่อรับฟังความคิดเห็นการดำเนินการตามคำสั่งเพื่อให้หยุดประกอบโลหะกรรมของบริษัทอัครา รีสอร์ทเซส (จำกัด)

นางสาวธัญนันท์ พงษา ตัวแทนชาวบ้านดงหลง กล่าวว่า หลังจากมีการเปิดเผยผลตรวจเลือดและผลวิจัยจากนักวิชาการชัดเจนว่า ชาวบ้านมีสารโลหะปนปื้อนตรงกับสารที่พบในดิน น้ำ และหิน สถานการณ์ดังกล่าวยังคงไม่มีอะไรคืบหน้าไปมากนัก แต่เมื่อวาน(9 กุมภาพันธ์)และวันนี้ในพื้นที่ได้มีตัวแทนบริษัทนำเอกสารมาเผยแพร่ให้ชาวบ้านโดยเป็นแผ่นพับชี้แจงว่า กรณีการพบสารโลหะหนักนั้น นักวิชาการอิสระยืนยันว่าไม่ได้มีสาเหตุมาจากเหมืองทองคำ และยังยืนยันในแผ่นพับด้วยว่า กรณีชาวบ้านที่มีสารโลหะหนักเหมืองทองคำได้นำตัวผู้ป่วยที่พบสารไปรักษาแล้ว และขอให้ชาวบ้านหลีกเลี่ยงการรับประทานอาหารที่ปนเปื้อนสารพิษ เช่น อาหารทะเล อาหารกระป๋อง ฯลฯ

ขณะที่ชาวบ้านหลายรายที่ตรวจพบสารและมีอาการอ่อนเพลียกล้ามเนื้อได้แสดงความเห็นว่า ปัจจุบันยังไม่มีใครได้รับการรักษาอย่างเป็นทางการ ตามที่บริษัทกล่าวอ้าง ดังนั้นเวทีที่จะเกิดขึ้นควรที่จะเปิดโอกาสให้ประชาชนได้เสนอเงื่อนไขต่อบริษัทฯ และกรมอุตสาหกรรมพื้นฐานและการเหมืองแร่ (กพร) เพื่อให้เกิดความเป็นธรรมกับชาวบ้าน

ด้านนายปรีชา หมู่มาก ชาวบ้านดงหลง กล่าวว่า เงื่อนไขที่เราเสนอคือ ขอให้เหมืองนั้นขยายเวลาปิดทำการจนกว่าจะรักษาคนป่วยให้แล้วเสร็จ ส่วนกรณีที่เหมืองปฏิเสธว่าไม่ใช่สาเหตุของการปนเปื้อนสารโลหะหนักในสิ่งแวดล้อมและไม่มีส่วนเกี่ยวข้อง ก็ให้ขยายเวลาออกปิดทำการออกไปเพื่อศึกษาข้อเท็จจริง เพราะขณะนี้ชาวบ้านต้องเสียค่าใช้จ่ายเดินทางไปรักษาตัวที่โรงพยาบาลเอง และบางส่วนเลือกพึ่งหลักสูตรสมุนไพรล้างพิษ โดยชาวบ้านจะเริ่มอบรมหลักสูตรกันตั้งแต่วันนี้เป็นต้นไป

 

received_865911676785452ทั้งนี้ช่วงบ่าย สื่อมวลชนได้ลงพื้นที่บ้านทุ่งยาว ตำบลวังโพรง อำเภอเนินมะปราง สำรวจไร่ถั่วแระและถั่วเหลือง พบเกษตรกรหลายร้อยรายกำลังรับจ้างเก็บถั่วเพื่อส่งขายโรงงานที่เชียงใหม่ เตรียมส่งออกต่างประเทศ โดยนายปรีชา แสงจันทร์ ชาวบ้านคลองตะลัด เจ้าของไร่ถั่วเหลือง จังหวัดพิษณุโลก กล่าวว่า ข่าวลือที่ว่าเหมืองปิดจะส่งผลกระทบทำให้ชาวบ้านตกงานนั้นไม่จริง เพราะชาวบ้านยังคงทำไร่ของตัวเองและแบ่งเวลามารับจ้างได้หลายเดือน

ด้านนายพีรพัฒน์ พรศิริเลิศกิจ อธิบดีกรมสวัสดิการและคุ้มครองแรงงาน กระทรวงแรงงาน กล่าวว่า แม้กรมอุตสาหกรรมพื้นฐานและการเหมืองแร่ (กพร.) จะสั่งปิดเหมืองทอง จ.พิจิตร ต่อไป แต่กรณีนี้ไม่ได้เป็นความผิดของลูกจ้าง ดังนั้น ทางบริษัทยังคงต้องจ่ายเงินเดือนแก่พนักงานเต็มจำนวน 100% ต่อไปตามปกติ โดยไม่สามารถใช้เรื่องถูกสั่งปิดเหมืองเป็นเหตุไม่จ่ายเงินเดือนได้ นอกจากนี้ การหยุดงานลักษณะนี้ไม่ใช่เหตุสุดวิสัย จึงไม่สามารถใช้สิทธิตามมาตรา 75 ของ พ.ร.บ.คุ้มครองแรงงาน ในการจ่ายค่าจ้างเพียง 75% ได้เช่นกัน

อย่างไรก็ตาม จากการตรวจสอบพบว่าเหมืองทองดังกล่าวได้รับคำสั่งจากกพร. ให้หยุดประกอบการโลหะกรรมชั่วคราวในวันที่ 16 มกราคม ซึ่งบริษัทได้ปิดงานจนกระทั่งถึงวันที่ 20 มกราคม จากนั้นตั้งแต่วันที่ 21 ก็ได้ย้ายลูกจ้างในส่วนที่ประกอบโลหะการไปทำหน้าที่อื่นๆโดยจ่ายเงินเดือนตามปกติ รวมทั้งลูกจ้างบริษัทที่รับเอาท์ซอร์สจากเหมืองอีก 7 บริษัท ก็ยังได้รับเงินเดือนตามปกติเช่นกัน ทั้งนี้ หากลูกจ้างไม่ได้รับความเป็นธรรม สามารถร้องเรียนต่อสำนักสวัสดิการและคุ้มครองแรงงาน จ.พิจิตร ได้ทันที

นายสุรพงษ์ เชียงทอง อธิบดี กพร.กล่าวว่าหากบริษัทอัคราฯ ไม่มีหลักฐานยืนยัน หรือชี้แจงไม่ชัดเจน ก็อาจต้องให้ปิดเหมืองต่อ แต่หากสามารถอธิบายได้ครบถ้วนก็คงต้องยอมให้ดำเนินกิจการต่อไป

สำหรับประเด็นที่บริษัทอัคราฯ ต้องชี้แจง ประกอบด้วย 1.ได้นำชาวบ้านที่เจ็บป่วยจำนวน 250 คน ไปรักษาโดยทันทีหรือไม่ ซึ่งบริษัทอัคราฯ ต้องแสดงหลักฐานว่ารักษาแล้วจริง และบุคคลที่นำไปรักษาต้องเป็นผู้ที่เจ็บป่วยจริงตามการสำรวจในครั้งแรก 2.ต้องชี้แจงวิธีการหาสาเหตุของผลกระทบที่เกิดขึ้นกับชาวบ้าน รวมถึงวิธีการทำงาน และการแถลงผลการรักษา โดยทั้งหมดต้องเป็นที่ยอมรับของทุกฝ่าย

นายสุรพงษ์กล่าวว่า หากในวันที่ 11 กุมภาพันธ์นี้ บริษัทอัคราฯ ไม่ได้รับการยอมรับ ก็ยังมีเวลาให้ดำเนินการแก้ไขถึงวันที่ 14 กุมภาพันธ์ซึ่งครบกำหนด 30 วัน โดย กพร.จะตั้งคณะกรรมการร่วม ประกอบด้วยฝ่ายชาวบ้านและฝ่ายราชการ เข้าไปตรวจสอบการดำเนินการของเหมืองทั้งหมด หากยังพบว่าไม่มีความชัดเจนหรือไม่ได้ปฏิบัติจริง ก็จะสั่งให้ปิดเหมืองต่อไป

ด้าน พล.ต.ธนา จารุวัต โฆษกกองทัพภาคที่ 3 กล่าวว่า ทหารจะส่งกำลังเข้าไปดูแลความปลอดภัยในเวทีวันที่ 11 ก.พ.นี้ แต่ส่วนตัวเชื่อว่าสถานการณ์จะไม่มีความรุนแรง

วันเดียวกัน สำนักงานทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม จ.พิจิตร มีหนังสือลงวันที่ 10 ก.พ.ที่ผ่านมา เชิญทีมนักวิชาการมหาวิทยาลัยรังสิต เข้าร่วมเวทีในวันที่ 11 ก.พ.ด้วย แต่ทีมนักวิชาการหารือกันว่า เวทีดังกล่าวเป็นเวทีระหว่าง กพร.และบริษัทอัคราฯ เท่านั้น จึงยังไม่ขอเข้าร่วม

////////////////////