10984951_867299476646672_282344415_n

เมื่อวันที่ 13 กุมภาพันธ์ 2558 นายแพทย์สมศักดิ์ ชุณหรัศมิ์ รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงสาธารณสุข (รมช.สธ.) ให้สัมภาษณ์ภายหลังการประชุมหารือกับส่วนราชการในสังกัดสธ.ที่มีประชาชนร้องเรียนว่าได้รับผลกระทบจากการทำเหมืองทองคำทั้งใน 3 จังหวัดรอบเหมืองทองของอัครา รีซอร์ส เซส (พิจิตร เพชรบูรณ์ พิษณุโลก) รอบเหมืองทองวังสะพุง จังหวัดเลย และที่จังหวัดลำปาง ว่า หลังจากที่ตกลงกันเมื่อปลายเดือนมกราคม 2558 ในชุมชนรอบเหมืองทองคำนั้น สธ.วางแผนทำงานไว้ 3 ส่วน คือ 1. ชาวบ้านที่พบว่าป่วย มีโรคภัยไข้เจ็บ โดยไม่ต้องพิจารณาว่าป่วยจากสาเหตุอะไร มีทั้งหมดประมาณ 20 ราย และผู้ป่วยหนักที่กล้ามเนื้ออ่อนแรงและเดินไม่ได้ คือ สั่งการให้โรงพยาบาลส่งเสริมสุขภาพตำบล (รพ.สต.) เข้าไปดูแล

นายแพทย์สมศักดิ์กล่าวว่า 2.กลุ่มที่พบสารโลหะประมาณ 400 คนที่สถาบันนิติวิทยาศาสตร์และมหาวิทยาลัยรังสิต ตรวจพบนั้นเราจะส่งทีมแพทย์และเจ้าหน้าที่ลงไปตรวจร่างกายซ้ำภายในวันที่ 19-20 กุมภาพันธ์ เพื่อดูปัจจัยเสี่ยงอื่นๆ แล้ววิเคราะห์ว่า อะไรคือสาเหตุการมีโลหะหนักปนเปื้อน ซึ่งคาดว่าจะได้ผลสรุปของกลุ่มนี้ประมาณปลายเดือนมีนาคมว่ามีผลเปลี่ยนแปลงอย่างไรบ้างแล้วมีปัญหาสุขภาพแบบใด 3. กลุ่มประชาชนรอบเหมือง ที่มีอยู่ประมาณ 6,000 คน หากเป็นไปได้จะสุ่มตรวจเลือดทั้งหมด โดยพิจารณาเปรียบเทียบกับทั้ง 2 ส่วนที่ทีมสถาบันนิติวิทยาศาสตร์ดำเนินการไปแล้ว ส่วนกรณีผู้ที่มีความผิดปกติของ DNA นั้นยังไม่ได้คุยกันชัดเจน แต่อาจต้องพิจารณาเพิ่มเติมว่ามีอาการอื่นเช่น ป่วยหรือมีโลหะหนักปนเปื้อนด้วยหรือไม่ แต่จะส่งเจ้าหน้าที่สาธารณสุขไปตรวจเป็นระยะ

“ในจำนวน 6,000 คนที่กระทรวงฯ ต้องดูแลเราจะพิจารณาปัจจัยเสี่ยงอย่างเป็นระบบ แต่ถ้าชาวบ้านหลายคนกังวลว่าจะมีสารโลหะหนักหรือเปล่า ก็จะเลือกคนที่ประสงค์จะตรวจก่อน แล้วเว้นระยะศึกษา โดยอาจจะตรวจแบบระยะห่าง 6 เดือน หลังจากวันที่ 19 กุมภาพันธ์นั้นน่าจะมีผลบางอย่างที่แตกต่างจากการตรวจที่ผ่านมาแล้วจะค่อยๆ ศึกษาข้อมูล บันทึกประวัติต่อไป” นายแพทย์สมศักดิ์ กล่าว

ผู้สื่อข่าวถามว่า กรณีการตรวจตามเงื่อนไงการประเมินผลกระทบทางสิ่งแวดล้อมและสุขภาพ (อีเอช ไอเอ) นั้นทางกระทรวงสาธารณสุข มีความเกี่ยวข้องหรือไม่ นายแพทย์สมศักดิ์ กล่าวว่า กระทรวงสาธารณสุขยังไม่เกี่ยวข้องใดๆ เพราะเป็นอำนาจของบริษัท แต่อนาคตว่าจะเสนอทางออกดังกล่าวเพื่อให้กระทรวงได้ทำหน้าที่ในฐานะหน่วยงานแพทย์ เป็นกลางแล้วก็มีส่วนร่วมในการตรวจสุขภาพประชาชน ในกรณีมีการประกอบการธุรกิจที่ส่งผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อมและสุขภาพ ซึ่งจะช่วยให้การดำเนินการติดตามสุขภาพประชาชนมีการแก้ปัญหาที่เป็นระบบมากขึ้น แต่ต้องดูช่วงขั้นตอนการปฏิรูปผ่านไปก่อน

///////////////////////////////

Comments are closed, but trackbacks and pingbacks are open.