ภาพโดย AFP/MYANMAR NEWS AGENCY
ภาพโดย AFP/MYANMAR NEWS AGENCY

ซูจีหารือตัวต่อตัวกับเต็งเส่ง เชื่อถกปัญหาการเมือง

เมื่อวันจันทร์(2 มี.ค.) ที่ผ่านมา ประธานาธิบดีเต็งเส่งได้พบหารือกับนางอองซาน ซูจี ผู้นำพรรคฝ่ายค้าน พรรคเอ็นแอลดี ที่กรุงเนปีดอว์ ทางด้านนาย เยทุต รัฐมนตรีกระทรวงข่าวสารของพม่า โพสตลงบน Facebook ว่า ประเด็นการหารือของผู้นำทั้งสอง คือการแก้รัฐธรรมนูญปี 2008 และการจัดการเลือกตั้งอันบริสุทธิ์และยุติธรรมในปีนี้ โดยเป็นการหารือส่วนตัว แต่ไม่ได้เปิดเผยรายละเอียดเพิ่มเติม ครั้งนี้นับเป็นการพบกันครั้งที่ 5 นับตั้งแต่ดอว์ซูจีได้รับการปล่อยตัวเมื่อปี 2553

ขณะที่นักวิเคราะห์พม่า นาย หยั่น เมียว เต็ง มองว่า การหารือกันครั้งนี้คงไม่ใช่แผนการของรัฐบาลเพื่อหวังลดแรงกดดันทางการเมือง เนื่องจากตอนนี้เกิดปัญหาภายในหลายอย่าง ทั้งการประท้วงของนักศึกษาที่ออกมาต่อต้านกฎหมายด้านการศึกษาและดูเหมือนขยายวงกว้างขึ้น ปัญหาการสู้รบในหลายพื้นที่ นาย หยั่น เมียว เต็ง ยังกล่าวแสดงความหวังว่า ประธานาธิบดีเต็งเส่งจะมีเจตนาดี และหวังการหารือครั้งนี้จะส่งผลประโยชน์ต่อทั้งประเทศ

ขณะที่นักวิเคราะห์คนอื่นๆ มองว่า อาจมีหัวข้ออื่นๆ ที่ทั้งสองคนหารือกัน เช่น จะทำอย่างไรเพื่อป้องกันความไม่สงบเกิดขึ้นในช่วงระหว่างการจัดเลือกตั้ง รวมไปถึงประเด็นการประท้วงของนักศึกษาที่กำลังเกิดขึ้น โดยนักวิเคราะห์ต่างมองว่า การหารือเช่นนี้เป็นเรื่องแปลกและไม่เกิดขึ้นบ่อยนัก

ที่มา Irrawaddy

ภาพโดย JPaing / The Irrawaddy
ภาพโดย JPaing / The Irrawaddy


ตำรวจขวางนักศึกษาในเมืองเล็ตปะดอง ไม่ให้เดินประท้วงไปยังกรุงย่างกุ้ง

เกิดเหตุการณ์ตึงเครียดและเผชิญหน้ากันระหว่างเจ้าหน้าที่ตำรวจและกลุ่มนักศึกษาพม่าตั้งแต่เมื่อเช้าวันจันทร์ (2 มี.ค.) ที่ผ่านมา หลังกำลังเจ้าหน้าที่ตำรวจราว 200 นายเข้ามาขัดขวางไม่ให้นักศึกษาและผู้สนับสนุนราว 500 คนออกจากเมืองเล็ตปะด่อง ภาคพะโค เพื่อเดินทางต่อไปยังกรุงย่างกุ้ง ขณะที่นักศึกษากลุ่มนี้เป็นนักศึกษาที่ออกมาเดินประท้วงกฎหมายการศึกษาฉบับใหม่ และได้เดินทางมาถึงในเมืองเล็ตปะด่องและหยุดพักที่วัดอ่องเมียะ เบ้ก หม่าน ตั้งแต่วันที่ 19 ก.พ.ที่ผ่านมา

ล่าสุดในวันอังคาร(3 มี.ค.) ทางตำรวจก็ยังคงตรึงกำลังและกันไม่ให้นักศึกษาเดินทางออกจากเมืองเล็ตปะด่อง พร้อมประกาศเตือนนักศึกษาว่า การเดินประท้วงไปยังกรุงย่างกุ้งกำลังสร้างความไม่สงบให้เกิดขึ้นในประเทศ ซึ่งหากฝ่าฝืนจะถูกดำเนินคดีตามกฎหมาย โดยกดดันให้นักศึกษายกเลิกประท้วงและเดินทางกลับบ้าน มีรายงานว่า ในบ่ายวันอังคาร ทางพระสงฆ์ที่ร่วมประท้วงและนักศึกษาได้นั่งประท้วงด้วยการอดอาหาร หลังเจ้าหน้าที่ตำรวจไม่ยอมให้นักศึกษาออกจากเมืองเล็ตปะด่อง

ภาพโดย JPaing / The Irrawaddy
ภาพโดย JPaing / The Irrawaddy

เหตุการณ์ในเมืองเล็ตปะด่องนั้น ทางเจ้าหน้าที่ตำรวจได้ล้อมนักศึกษาเอาไว้ ขณะเดียวกันชาวบ้านที่ให้การสนับสนุนนักศึกษาได้เข้ามาล้อมเจ้าหน้าที่ตำรวจ จึงทำให้มีการเพิ่มกำลังเจ้าหน้าที่ตำรวจมาล้อมชาวบ้านไว้อีกชั้นหนึ่ง เป็นลักษณะการล้อมกันไว้หลายชั้น และตำรวจยังได้นำเครื่องกีดขวางปิดถนนที่เชื่อมเมืองเล็ตปะด่อง

ขณะที่การออกมาประท้วงครั้งนี้ เนื่องจากนักศึกษาไม่เห็นด้วยกับกฎหมายด้านการศึกษาฉบับใหม่ของประเทศ ที่ไม่เป็นธรรมและไม่ให้อิสระต่อสถาบันการศึกษาและนักศึกษา และไม่เป็นประชาธิปไตย โดยนักศึกษากลุ่มนี้มีแผนการที่จะเดินทางต่อไปยังกรุงย่างกุ้ง เพื่อไปรวมกับนักศึกษากลุ่มอื่นๆจากทั่วประเทศที่ออกมาเดินประท้วง ก่อนหน้านี้ นักศึกษาขีดเส้นตาย 10 วันให้รัฐสภาพม่าแก้กฎหมายด้านการศึกษา แต่ก็ยังไม่มีการนำเรื่องนี้มาหารือในสภาแต่อย่างใด

ที่มา DVB/Irrawaddy

ภาพจาก เพจ Facebook                    ทวาย | Dawei Watch | Thailand
ภาพจาก เพจ Facebook ทวาย | Dawei Watch | Thailand

2 บริษัทไทยจ่อลงนามกับรัฐบาลพม่าสร้างโครงการเขตเศรษฐกิจพิเศษทวายเฟสแรกมี.ค.นี้

บริษัทอิตาเลียนไทย ดีเวล๊อปเม้นท์ (มหาชน)
และบมจ.สวนอุตสาหกรรมโรจนะ เตรียมลงนามสัญญากับรัฐบาลพม่าในเดือนมี.ค. นี้ ในการก่อสร้างเฟสแรกของโครงการเขตเศรษฐกิจพิเศษทวาย นายสมเจตน์ ทิณพงษ์ กรรมการผู้จัดการบริษัททวาย ดีเวล๊อปเม้นท์ จำกัด ในเครือของบริษัทอิตาเลียนไทย ดีเวล๊อปเม้นท์ เปิดเผยว่า เบื้องต้นจะเป็นก่อสร้างและพัฒนานิคมอุตสาหกรรมเฟสแรก โดยจะเป็นการก่อสร้างวางระบบสาธารณูปโภค โรงไฟฟ้า ท่าเรือขนาดเล็ก สถานีรับ – จ่ายก๊าซ LNG ถนนเชื่อมไปยังนิคมอุตสาหกรรมเฟสแรกเป็นต้น

การก่อสร้างและพัฒนาจะเกิดขึ้นบนพื้นที่ 27 ตารางกิโลเมตร หรือครอบคลุมในพื้นที่ 1.7 หมื่นไร่ โดยจะใช้เวลาก่อสร้างแล้วเสร็จภายใน 2 ปี ซึ่งจะใช้เงินลงทุนราว 2 หมื่นล้านบาท นายสมเจตน์เปิดเผยอีกว่า ขณะนี้ญี่ปุ่นให้ความสนใจเข้ามาลงทุนด้วย ก่อนหน้านี้ ญี่ปุ่นเองได้ลงนาสัญญาที่จะให้เงินกู้ดอกเบี้ยต่ำ สร้างถนนเชื่อมต่อจากบ้านพุน้ำร้อนที่จังหวัดกาญจนบุรีไปถึงท่าเรือทวาย ซึ่งมีระยะทาง 130 กม. โดยคาดว่าจะใช้เงินลงทุนระหว่าง 3.5 พันล้านบาทถึง 1.3 หมื่นล้านบาท

อย่างไรก็ตาม โครงการเขตเศษฐกิจพิเศษทวายกำลังส่งผลกระทบทำให้ประชาชนในพื้นที่จำนวนมากถูกยึดที่ทำกิน มีรายงานว่า ชาวบ้านราว 94 เปอร์เซ็นต์ที่ได้รับผลกระทบจากโครงการเขตเศรฐกิจพิเศษทวายเป็นเกษตรกรที่ทำกินเพาะปลูกและพึ่งพาทรัพยากรธรรมชาติบนที่ดินของตัวเอง

การถูกยึดที่ทำกินไม่เพียงแต่จะส่งผลกระทบต่อวิถีชีวิตของชาวบ้านที่สืบทอดปฎิบัติมาและขาดรายได้ประจำ นอกจากนี้ยังส่งผลกระทบด้านสิ่งแวดล้อมด้วย ก่อนหน้านี้ ชาวบ้านท้องถิ่นที่อาศัยอยู่ในเขตพื้นที่หาดนาปูเล ซึ่งเป็นพื้นที่เตรียมสร้างโครงการเขตเศรฐกิจพิเศษทวาย (Dawei Special Economic Zone) ได้ออกมาเรียกร้องให้ทุกฝ่ายที่มีส่วนเกี่ยวข้องมีจิตสำนึกและรับผิดชอบต่อผลกระทบที่จะเกิดขึ้น

ที่มา DVB/Bangkok Post / แถลงการณ์ของกลุ่ม Nabulae Youth Group

Comments are closed, but trackbacks and pingbacks are open.