
มูลนิธิเพื่อสิทธิมนุษยชนไทใหญ่ (Shan Human Rights Foundation) ออกแถลงการณ์เมื่อวันที่ 4 มีนาคมที่ผ่านมา โดยเปิดเผยว่ามี หลักฐานที่กองทัพพม่าได้สังหารและทรมานทำร้ายร่างกายประชาชนในเขตปกครองพิเศษโกก้าง ระหว่างเกิดสงครามในพื้นที่ตั้งแต่วันที่ 9 ก.พ.ที่ผ่านมา
“ทหารพม่าได้กราดยิงพลเรือน ทำให้มีประชาชนได้รับบาดเจ็บและเสียชีวิต และใช้ประชาชนเป็นตัวประกันในการซุ่มโจมตี นอกจากนี้ยังทรมานประชาชนที่พวกเขาสงสัยว่าให้การสนับสนุนกองกำลังโกก้าง” ในแถลงการณ์ระบุ
ทางด้านนางก๋อนเล็ก โฆษกของมูลนิธิเพื่อสิทธิมนุษยชนไทใหญ่เปิดเผยว่า ได้สัมภาษณ์ผู้ลี้ภัยชาวโกก้างในฝั่งจีน โดยผู้ลี้ภัยได้บอกกับทางกลุ่มว่า มีประชาชนถูกทหารพม่ายิงและทรมานร่างกายจริง เช่นเดียวกับนาย Haw Shauk Chan ส.ส.เมืองกุ๋นหลง พรรค USDP ของรัฐบาลเองก็ออกมายอมรับว่า ได้รับรายงานว่า มีพลเรือนราว 60 คนถูกฆ่าเสียชีวิตระหว่างเกิดเหตุสู้รบ โดยแสดงความเป็นห่วงชีวิตและการละเมิดสิทธิมนุษยชนต่อประชาชนในพื้นที
ในแถลงการณ์ระบุ มีหลักฐานว่าประชาชนนับ 10 คน ถูกฆ่าสังหารและถูกละเมิดสิทธิมนุษยชน ในจำนวนนี้พบมีหญิงชราวัย 76 ปี ถูกทหารพม่ายิงใส่รถที่เธอนั่งเพื่อไปยังชายแดนจีน จนเท้าข้างหนึ่งถูกกระสุนได้รับบาดเจ็บ
“เมื่อเวลา 4 โมงเย็น รถของพวกเขา(หญิงชราวัย 76 ปี และผู้หญิงคนอื่นๆ) ถูกกราดยิงใกล้บ่อนคาสิโนดงชาน กระสุนทะลุด้านข้างรถและโดนเท้าข้างซ้ายของหญิงชราที่นั่งด้านหน้า ส่วนผู้หญิงอายุ 47 ปีอีกคนหนึ่งที่นั่งเบาะหลังถูกยิงที่ขา โดยกระสุนทะลุน่องซ้ายไปยังน่องขวา รถต้องจอดเพราะยางถูกกระสุนเจาะ จากนั้นก็เห็นทหารพม่า 4-5 คน ถือปืนอยู่ในอาคารหลังหนึ่งที่อยู่ทางทิศใต้ของถนน” รายงานระบุ
รายงานยังเผยอีกว่า ทหารพม่าได้เข้ามาถามและบอกให้ผู้บาดเจ็บไปทำการรักษา โดยที่ไม่ได้ช่วยเหลือใดๆ ผู้บาดเจ็บจึงต้องโทรศัพท์ไปหารถคันอื่นให้มารับ โดยทั้งหมดได้ถูกพาไปยังเขตดงชาน โดยมีกลุ่มเยาวชนให้การช่วยเหลือแต่ไม่มีเจ้าหน้าที่ทางการแพทย์ ทำให้หญิงชรามีเลือดไหลที่เท้าซ้ายตลอดทั้งคืน โดยผู้บาดเจ็บดังกล่าวเปิดเผยว่า พวกตนไม่ใช่กลุ่มเดียวที่ถูกทำร้ายโดยทหารพม่า โดยระหว่างทาง พบร่างของวัยรุ่น (อายุราว 17-18 ปี) 4 คน นอนเสียชีวิตข้างถนนในเขตจินเซียงเชง
มูลนิธิเพื่อสิทธิมนุษยชนไทใหญ่ได้ออกมาประณามการโจมตีพลเรือนครั้งนี้ และเรียกร้องให้นาง ยางฮี ลี ผู้แทนพิเศษด้านสิทธิมนุษยชนแห่งสหประชาชาติประจำพม่า เข้าไปตรวจสอบในเขตโกก้างอย่างเร่งด่วน และผลักดันให้มีการรับผิดชอบต่อการละเมิดสิทธิมนุษยชนที่เกิดขึ้นในพื้นที่
ที่มา Shan Human Rights Foundation / karennews.org