แม้การเลือกตั้งซ่อมในพม่าจะผ่านพ้นไปได้สวย และหลายประเทศโดยเฉพาะชาติตะวันตกเริ่มผ่อนคลายมาตรการคว่ำบาตรพม่า ซึ่งหลายฝ่ายมองว่าเป็นสัญญาณที่ดีนั้น

 

ทว่า หากหันไปฟังเสียงตัวแทนพรรคการเมืองกลุ่มชาติพันธุ์ซึ่งมีมากถึง 28 พรรค พวกเขากลับเห็นว่าประชาธิปไตยที่แท้จริงยังไม่เกิดขึ้น และมีหลายเรื่องที่ต้องปฏิรูปอย่างเร่งด่วน โดยเฉพาะการลงทุนและให้สัมปทานด้านทรัพยากรธรรมชาติที่ผลประโยชน์ไม่ได้ตกอยู่กับประชาชนอย่างแท้จริง

 

เจ้าขุนทุนอู ประธานพรรคสันนิบาตรัฐฉานเพื่อประชาธิปไตย หรือ เอสเอ็นแอลดี กล่าวว่า วิกฤติในปัจจุบันคือความขัดแย้งระหว่างรัฐบาลพม่ากับกลุ่มชนชาติต่างๆ ซึ่งดำเนินมา 65 ปีแล้ว เขาในฐานะตัวแทนของกลุ่มชนชาติในประเทศนี้ต้องการบอกให้โลกรู้ว่านี่คือปัญหาที่แท้จริงของพม่า และต้องแก้ไขก่อนเรื่องอื่นทั้งหมด

 

“ที่ผ่านมา นายบัน คี มูน เลขาธิการสหประชาชาติ เคยเดินทางเยือนพม่า และได้ไปพบรัฐบาลที่กรุงเนย์ปิดอว์ จากนั้นมาพบกับพวกเรา นายบัน คี มูน บอกว่าพวกคุณต้องการ Third Party (บุคคลที่สาม หรือคนกลางมาทำหน้าที่เจรจา)เพื่อยุติปัญหา เราอยากบอกนายบัน คี มูน ว่า โปรดบอกเรื่องนี้กับรัฐบาลพม่าด้วย เพราะเราต่อสู้มาตลอด 65 ปี ไม่เคยมีคนกลางมาช่วย ฉะนั้นถ้ายังไม่เกิดตรงนี้ สถานการณ์ก็จะย้อนกลับไปเหมือน 65 ปีก่อน”

 

เจ้าขุนทุนอู กล่าวต่อว่า ทุกชนชาติจำเป็นต้องมีสิทธิมีความเป็นตัวของตัวเอง ฉะนั้นระบบสหพันธรัฐน่าจะเหมาะสมที่สุด ทุกชนชาติอยากให้ลูกหลานได้เรียนรู้ภาษาของตนเอง ได้บริหารและพัฒนาตามแนวทางของตนเอง ซึ่งทางออกที่จะนำไปสู่จุดนั้นได้คือการแก้ไขรัฐธรรมนูญ

 

นายทาห์ บาน จากพรรคสันนิบาตแห่งชาติอาระกันเพื่อประชาธิปไตย หรือเอแอลดี กล่าวเสริมว่า สิ่งสำคัญที่สุดคือต้องแก้ไขเนื้อหาในรัฐธรรมนูญ เพราะไม่มีความเหมาะสมโดยเฉพาะสำหรับกลุ่มชาติพันธุ์ ยังไม่มีสิทธิที่เท่าเทียมกันกลุ่มชาติพันธุ์ต้องการให้แก้รัฐธรรมนูญเป็นสหพันธรัฐ เน้นความเท่าเทียม การยอมรับ และโอกาส

 

“ที่ผ่านมาแม้พม่าจะแยกเป็นรัฐ แต่ก็เป็นเพียงแค่ชื่อเราต้องการความเป็นรัฐแท้ๆ ทั้งไทยใหญ่ คะยา กะเหรี่ยงมอญ คะฉิ่น ชิน อาระกัน ที่ผ่านมาผู้ปกครองถูกส่งจากรัฐบาลกลาง ไม่ได้เลือกเอง กลุ่มชาติพันธุ์ต้องการการพัฒนา ถนน ไฟฟ้า สาธารณูปโภคขั้นพื้นฐาน แต่ทำไม่ได้ เราต้องการบริหารจัดการในฐานะที่เป็นรัฐจริงๆ ไม่ใช่แค่ชื่อ” นายทาห์ บาน ระบุ

 

ส่วนการลงทุนจากต่างชาติที่จะหลั่งไหลเข้าสู่พม่าในระยะเวลาอันใกล้นี้นั้น นายทาห์ บาน มองว่า สิ่งที่นานาชาติอาจจะยังไม่ทราบก็คือธุรกิจทั้งหมดยังอยู่ในมือทหารและกองทัพประเทศนี้มีทรัพยากรเยอะ อย่างรัฐอาระกันมีก๊าซมากมายแต่รัฐบาลทหารพม่ากลับขายให้จีน ทำโครงการฉ่วยแก๊สในขณะที่เจ้าของพื้นที่ไม่ได้ใช้เลย ได้เป็นแค่แรงงานชั้นต่ำ  ซ้ำยังต้องอยู่ใต้แสงเทียน เพราะไม่มีไฟฟ้าใช้

 

ประเด็นนี้ เจ้าขุนทุนอู กล่าวเสริมว่า ธุรกิจส่วนใหญ่ของประเทศยังอยู่ในมือทหารพม่าหรือถูกควบคุมโดยรัฐบาลของกองทัพ หากมีการลงทุนเยอะ ประโยชน์ก็จะไปสู่คนกลุ่มนี้ ขณะที่ประชาชนยังไม่มีองค์ความรู้เพียงพอที่จะรับมือ ฉะนั้นเงินก็จะเข้าผิดกระเป๋าเหมือนเดิม

 

ความเห็นของผู้นำพรรคกลุ่มชาติพันธุ์ชัดเจนว่า การแก้ไขรัฐธรรมนูญจะเป็นจุดเริ่มต้นของการปฏิรูปประเทศครั้งใหญ่ แต่ปัญหาคือต้องใช้เสียงสนับสนุนในสภาถึง 75% ซึ่งเป็นเรื่องยากมาก แต่ ออ วิน ประธานพรรคมอญแห่งชาติเพื่อประชาธิปไตย กล่าวว่า กลุ่มชาติพันธุ์ต้องร่วมมือกับ นางออง ซาน ซูจี จากพรรคสันนิบาตแห่งชาติเพื่อประชาธิปไตย(เอ็นแอลดี) และรอโอกาสมีเสียงมากขึ้น ถึงจะแก้ไขได้ โดยอาจเป็นการเลือกตั้งครั้งหน้า ปี ค.ศ. 2015 ซึ่งพรรคการเมืองของกลุ่มชาติพันธุ์จะลงสมัครรับเลือกตั้งด้วยทุกพรรค.

 

(กรุงเทพธุรกิจ อังคารที่ 10 เมษายน พ.ศ.2555)

 

 

 

 

ใส่ความเห็น

This site uses Akismet to reduce spam. Learn how your comment data is processed.