ภาพจาก Facebook Lachid Kachin
ภาพจาก Facebook Lachid Kachin

พม่าแสดงความเสียใจสุดซึ้ง พลเรือนจีนเสียชีวิตจากเหตุทิ้งระเบิด

รัฐบาลพม่าออกแถลงการณ์ผ่านหนังสือพิมพ์ Global New Light of Myanmar
ว่า รัฐบาลพม่ารู้สึกเสียใจอย่างสุดซึ้งต่อเหตุการณ์ที่มีพลเรือนชาวจีนเสียชีวิต ล่าสุดเสียชีวิตเพิ่มอีก 1 คน รวมมีผู้เสียชีวิตเป็น 5 คน

อย่างไรก็ตาม ทางพม่ามีท่าทีเหมือนจะปฏิเสธต่อเหตุทิ้งระเบิดในไร่อ้อยฝั่งจีน เมื่อวันศุกร์ (13 มี.ค.) จนทำให้มีผู้เสียชีวิตดังกล่าว โดยทางพม่าอ้างว่า อาจเป็นฝีมือของกองกำลังโกก้าง (กองกองทัพสัมพันธมิตรชาติประชาธิปไตยพม่า – Myanmar National Democratic Alliance Army) อย่างไรก็ตาม จีนยืนยันว่าเหตุทิ้งระเบิดในดินแดนจีนนั้นมาจากเครื่องบินรบของพม่า

ในแถลงการณ์ของรัฐบาลพม่ายังระบุว่า ขณะนี้ทางกระทรวงต่างประเทศและกระทรวงกลาโหมของทั้งสองประเทศกำลังหารือเรื่องนี้ โดยพม่าระบุ จะตรวจสอบว่าโกก้างอยู่เบื้องหลังในเหตุโจมตีฝั่งจีนในครั้งนี้ด้วยหรือไม่ เพราะเรื่องนี้จะส่งผลกระทบด้านความสัมพันธ์อันดีระหว่างจีนและพม่า และความมั่นคงตรงพรมแดนติดกัน

อีกด้านหนึ่ง อูอ่องมิ้น โฆษกของกองทัพว้า(UWSA) เปิดเผยว่า ผู้ลี้ภัยชาวโกก้างที่อพยพหนีมายังเขตว้าได้รับการช่วยเหลือด้านมนุษยธรรมอย่างดี โดยทางกองทัพว้าได้มอบเงินให้กับผู้ลี้ภัยโกก้างคนละ 350 หยวนต่อเดือน

ที่มา REUTERS/Panglong

ภาพโดย Irrawaddy
ภาพโดย Irrawaddy

10 สำนักข่าวพม่าแบนเสนอข่าวรัฐบาล ประท้วงเหตุตำรวจใช้ความรุนแรงกับสื่อมวลชนที่เมืองเล็ตปะด่อง

เครือข่ายนักข่าวพม่า (The Myanmar Journalist’s Network) เปิดเผยว่า เหตุเจ้าหน้าที่ตำรวจได้ใช้ความรุนแรงปราบปรามนักศึกษาที่เมืองเล็ตปะด่องเมื่อสัปดาห์ที่แล้ว ซึ่งมีนักข่าวและช่างภาพของสำนักข่าวต่างๆ ตกเป็นเป้าหมายถูกกระทำรุนแรงจากตำรวจเช่นเดียวกัน ดังนั้น 10 สำนักข่าวพม่าจึงจับมือ งดนำเสนอข่าวเกี่ยวกับสำนักงานประธานาธิบดี กระทรวงข่าวสารและกระทรวงมหาดไทยของพม่า เพื่อเป็นการประท้วง

โดยเครือข่าวนักข่าวพม่าเปิดเผยว่า หนังสือพิมพ์บางฉบับจะปล่อยพื้นที่ว่างสีดำบนหน้าหนังสือพิมพ์ ซึ่งปกติจะนำเสนอข่าวเกี่ยวกับรัฐบาล แต่ยังไม่แน่ชัดว่าจะงดเสนอข่าวไปจนถึงเมื่อไหร่ ขณะที่นายเยทุต รัฐมนตรีกระทรวงข่าวสารพม่าระบุว่า ขึ้นอยู่กับทางสื่อมวลชนว่าจะเลือกเสนอข่าวหรือไม่ ซึ่งทางรัฐบาลก็ไม่สามารถห้ามได้ โดยระบุว่า รัฐบาลยังมีสื่อของรัฐและสื่อต่างประเทศเพื่อรายงานข่าวของรัฐบาล ซึ่งตนเห็นว่าไม่กระทบรัฐบาล

ทั้งนี้ เหตุปราบปรามนักศึกษาที่เมืองเล็ตปะด่องเมื่อสัปดาห์ที่แล้ว มีนักข่าวและช่างภาพถูกทำร้ายร่างกายบาดเจ็บ และมีนักข่าว 2 คนถูกจับกุม แต่ได้รับการปล่อยตัวในเวลาต่อมา ทางกลุ่มระบุว่า การกระทำของเจ้าหน้าที่ตำรวจนั้นละเมิดกฎหมายด้านสื่อมวลชนที่ระบุไว้ว่า ทางการจะรับรองความปลอดภัยให้กับนักข่าวระหว่างที่ทำข่าวในสถานการณ์ที่อันตราย

ที่มา Irrawaddy

ภาพโดย Facebook/ Nyo Ohn Myint
ภาพโดย Facebook/ Nyo Ohn Myint

กองทัพ KIA พบเต็งเส่งที่เนปีดอว์

เมื่อวันจันทร์(16 มี.ค.) ผู้นำกองทัพเอกราชคะฉิ่น (Kachin Independence Army – KIA) ได้พบกับประธานาธิบดีเต็งเส่ง และเจ้าหน้าที่ทหารคนอื่นๆ ที่กรุงเนปีดอว์ และมีรายงานว่า ผู้นำของ KIA ได้พบกับพลเอกมิ้นอ่องหล่าย ผู้บัญชาการทหารสูงสุดของพม่า ในบ่ายวันเดียวกัน

ด้าน โญ โอ มิ้น ที่ปรึกษาศูนย์สันติภาพพม่า (Myanmar Peace Center -MPC) เปิดเผยว่า การพบกันครั้งนี้ไม่ได้มุ่งเน้นไปที่เรื่องการทหาร แต่มุ่งเน้นให้ทีมเจรจาฝ่ายรัฐบาลและคณะทำงานประสานการหยุดยิงทั่วประเทศ (Nationwide Ceasefire Coordination Team) ซึ่งเป็นตัวแทนของกลุ่มติดอาวุธชนกลุ่มน้อย 16 กลุ่มและ KIA รวมอยู่ด้วย สามารถบรรลุการลงนามหยุดยิงทั่วประเทศ โดยฝ่ายรัฐบาลและชนกลุ่มน้อยจะหารือกันอีกในวันอังคารนี้ (17 มี.ค.)

การพบกันเมื่อวันจันทร์ที่ผ่านมานั้น ทางเต็งเส่งได้บอกกับผู้นำ KIA ว่า “เราอยู่ในประเทศเดียวกัน ภายใต้เส้นเขตแดนเดียวกัน เราต่อสู้กัน แต่เราก็สามารถทำให้สันติภาพเกิดขึ้นได้ เมื่อกองทัพหนึ่งสูญเสีย ความสูญเสียนั้นคือการสูญเสียทรัพยากรมนุษย์สำหรับประเทศของเรา เราทั้งหมดควรที่จะร่วมมือกันทำงานเพื่อทำให้สันติภาพเกิดขึ้นในพม่า”

ขณะที่กองทัพคะฉิ่น KIA ยังเป็นอีกกลุ่มหนึ่งที่ยังคงจับปืนต่อสู้กับกองทัพพม่าและยังไม่ลงนามหยุดยิงกับรัฐบาล เหตุสู้รบระหว่างทั้งสองฝ่ายเกิดขึ้นเมื่อกลางปี 2554 ทางตอนเหนือของประเทศ โดยนับตั้งแต่เกิดสงคราม มีผู้ลี้ภัยต้องทิ้งบ้านเรือนราว 1 แสนคน ขณะที่คาดว่า KIA นั้นมีกำลังพลระหว่าง 7000 – 10,000 นาย เป็นกลุ่มติดอาวุธชนกลุ่มน้อยอีกกลุ่มหนึ่งที่แข็งแกร่ง

ที่มา Irrawaddy

Comments are closed, but trackbacks and pingbacks are open.