ไฮไลต์พม่า : เรือนจำห้ามผู้ปกครองเยี่ยมนักศึกษาที่ถูกจับจากการประท้วงในเมืองเล็ตปะด่อง /เต็งเส่งให้สัมภาษณ์กับบีบีซี เผยกองทัพพม่าจำเป็นต้องมีบทบาทในทางการเมือง / พม่านำรถถังขับรอบเมืองเชียงตุง ชาวบ้านแตกตื่นหวั่นเกิดสงคราม

ภาพโดย Hein Htet / The Irrawaddy
ภาพโดย Hein Htet / The Irrawaddy

เรือนจำห้ามผู้ปกครองเยี่ยมนักศึกษาที่ถูกจับจากการประท้วงในเมืองเล็ตปะด่อง

มีรายงานว่าผู้ปกครองจำนวนมากต่างมาเฝ้ารอหน้าเรือนจำ ทะยะวดี ภาคพะโค เพื่อรอเข้าเยี่ยมบุตรหลาน ซึ่งเป็นนักศึกษาที่ถูกจับจากเหตุสลายการชุมนุมที่เมืองเล็ตปะด่องเมื่อวันที่ 10 มี.ค. ขณะนี้นักศึกษา 98 คนยังคงถูกควบคุมตัวนานกว่า 1 สัปดาห์แล้ว

ขิ่น ยุ ผู้ปกครองรายหนึ่งเปิดเผยว่า นับตั้งแต่ลูกชายถูกจับก็ได้มาเฝ้ารอที่ทางเข้าเรือนจำทุกวัน หวังจะได้ยินข่าวคราวและส่งสิ่งของเครื่องใช้จำเป็นให้กับลูกที่อยู่ในคุก แต่ทางเจ้าหน้าที่ไม่อนุญาตให้เข้าพบลูกชาย หรือแม้แต่ฝากสิ่งของเครื่องใช้ อย่างมุ้งกันยุง

ด้านนักกฎหมายมองว่า วิธีการปฏิบัติของทางเรือนจำเหมือนกับในยุครัฐบาลเผด็จการทหาร ที่จะไม่อนุญาตให้นักโทษทางการเมืองมีทนายความ และไม่อนุญาตให้พบกับครอบครัวได้ ขณะที่นักศึกษาที่อยู่ในคุกกำลังเผชิญกับข้อหาก่อจลาจล การยั่วยุและทำอันตรายเจ้าหน้าที่ราชการ เป็นต้น ในจำนวนนักศึกษาที่ถูกจับ 127 คน ได้รับการปล่อยตัวแล้ว 27 คน เช่นเดียวกับนักข่าวอีก 2 คนก็ได้รับการปล่อยตัวแล้วเช่นกัน

ที่มา Irrawaddy

ภาพโดย Irrawaddy
ภาพโดย Irrawaddy

เต็งเส่งให้สัมภาษณ์กับบีบีซี เผยกองทัพพม่าจำเป็นต้องมีบทบาทในทางการเมือง

ประธานาธิบดีเต็งเส่ง ผู้นำประเทศประเทศพม่าได้ให้สัมภาษณ์กับสำนักข่าวบีบีซีเมื่อวันศุกร์ (20 มี.ค.) ว่า กองทัพพม่านั้นจำเป็นต้องมีบทบาทในการเมืองพม่าต่อไป เพื่อช่วยประเทศในการถ่ายโอนอำนาจไปสู่ประชาธิปไตย อย่างไรก็ตาม ทหารจะปฏิบัติตามกฎกติกาของพลเรือน โดยยังระบุว่า ทหารเป็นผู้ริเริ่มการปฏิรูปประเทศและมีส่วนช่วยในการทำให้ประชาธิปไตยที่รุ่งเรืองเกิดขึ้นในพม่า

ทั้งนี้เต็งเส่งไม่ได้เปิดเผยว่า เมื่อไหร่ที่กองทัพจะออกจากทางการเมือง ระบุเพียงว่า จะเป็นไปตามความต้องการของประชาชน นอกจากนี้ยังปฏิเสธว่า กฎหมายบางมาตรานั้นกีดกันนางอองซาน ซูจี ผู้นำพรรคฝ่ายค้านพรรค NLD ไม่ให้ก้าวขึ้นเป็นประธานาธิบดี โดยระบุว่า กฎหมายข้อที่ถูกกล่าวหาว่าเป็นอุปสรรค์ต่อนางซูจีนั้น ได้เขียนขึ้นตั้งแต่ปี ค.ศ.1947 ซึ่งอยู่ระหว่างที่พม่ากำลังเตรียมขอเอกราชจากอังกฤษด้วยซ้ำ จึงไม่น่าจะเกี่ยวข้องกับตัวนางซูจี ประธานาธิบดีของพม่ายังระบุว่า ไม่ได้คัดค้านการแก้ไขรัฐธรรมนูญปี 2008 แต่การแก้รัฐธรรมนูญขึ้นอยู่กับรัฐสภา และจะต้องมีการลงประชามติ

อย่างไรก็ตาม ภายใต้รัฐธรรมนูญปี 2008 (2551) หลายฝ่ายมองว่า ประเทศยังไม่เป็นประชาธิปไตย และรัฐธรรมนูญฉบับนี้ให้อำนาจกับกองทัพมากเกินไป และการแก้ไขรัฐธรรมนูญจะต้องได้รับการเห็นชอบจากเสียงส่วนใหญ่ในรัฐสภามากถึง 75 % ในขณะที่เป็นที่ทราบกันดีว่า ที่นั่งในรัฐสภา 25 % ถูกสงวนไว้ให้กับทหาร ซึ่งการแก้ไขรัฐธรรมนูญยังคงเป็นเรื่องที่ไม่ง่าย

ที่มา Irrawaddy

ภาพโดย SWL
ภาพโดย SWL


พม่านำรถถังขับรอบเมืองเชียงตุง ชาวบ้านแตกตื่นหวั่นเกิดสงคราม

มีรายงานว่า เมื่อวันที่ 18 มี.ค.ที่ผ่านมา กองทัพพม่าได้นำรถถังจำนวน 30 คันขับรอบเมืองเชียงตุง ทางภาคตะวันออกของรัฐฉานอยู่หลายรอบ ตั้งแต่เวลา 09.00 น.ถึง 12.00 น. โดยมีรถทหารคอยคุ้มกันอย่างใกล้ชิด ทางด้านประชาชนในพื่นที่ต่างตกใจแตกตื่นหวั่นเกิดสงคราม เนื่องจากทางกองทัพพม่าไม่เคยนำรถถังออกมาขับเช่นนี้มาก่อน

ชาวบ้านในพื้นที่วิพากษ์วิจารณ์ต่างๆ นานา บ้างเชื่อว่ากองทัพพม่าเตรียมทำสงครามกับกองกำลังเมืองลา หรือกองกำลังสัมพันธมิตรชาติประชาธิปไตย (National Democratic Alliance Army) เขตปกครองตนเองที่ติดกับเมืองเชียงตุง โดยชาวบ้านในพื้นที่ต่างแสดงความกังวล ทั้งนี้ เมื่อวันที่ 4 มี.ค.ที่ผ่านมา ทางกองทัพพม่าได้เพิ่มกำลังทหารเข้าไปใกล้เขตควบคุมของกำลังเมืองลา โดยยังนำปืนใหญ่ 120 มม.ไปตั้งไว้ใกล้กับเมืองลาอีกด้วย

บางส่วนมองว่า อาจเป็นเพราะกองทัพพม่าเชื่อว่า กองกำลังเมืองลาได้ช่วยเหลือนายเผิงจาเซิง ผู้นำกองกำลังโกก้าง ซึ่งกำลังสู้รับกับทหารพม่าอยู่ในขณะนี้ ทั้งนี้ นายเผิงจาเซิงนั้นเป็นพ่อตาของเจ้าจายลืน ผู้นำกองกำลังเมืองลา
โดยหลังแยกตัวจากพรรคคอมมิวนิสต์พม่า(Communist Party of Burma) กองกำลังเมืองลาได้ทำสัญญาหยุดยิงกับรัฐบาลพม่า และตั้งเป็นเขตปกครองพิเศษในปี 2532 เช่นเดียวกับโกก้างและว้า ซึ่งเขตปกครองเมืองลาตั้งอยู่ทางภาคตะวันออกของรัฐฉาน ติดเมืองเชียงตุงและชายแดนจีน

ที่มา Panglong

Comments are closed, but trackbacks and pingbacks are open.