สำรวจน้ำสาละวินฝั่งพม่า เจาะลึกขบวนการลักลอบตัดไม้พบโรงงานแปรรูปหลายแห่ง เผยลำเลียงไม้สักฝั่งไทยต่อเป็นแพชักลากตามลำน้ำข้ามแดนต่อเนื่อง คาดเบื้องหลังตัวการใหญ่ร่วมมือกันหลายฝ่ายโยงอดีตบิ๊กนายพลไทย

11072126_885898991453387_296306157_n

ปัญหาการลักลอบตัดไม้สักในป่าสาละวินยังคงรุนแรงและดำเนินไปอย่างต่อเนื่อง ทั้งในฝั่งไทยด้านจังหวัดแม่ฮ่องสอนและฝั่งพม่าในรัฐกะเหรี่ยง ซึ่งขบวนการลักลอบตัดไม้ยังคงชักลากไม้ลงแม่สาละวินในฝั่งไทยโดยต่อเป็นแพล่องตามลำน้ำเข้าไปแปรรูปในฝั่งพม่า

ทั้งนี้เมื่อช่วงกลางเดือนมีนาคมที่ผ่านมา ผู้สื่อข่าวได้ลงพื้นที่สำรวจสถานการณ์ดังกล่าวในแม่น้ำสาละวินโดยล่องเรือเก็บข้อมูลตามเส้นทางที่ขบวนการลักลอบตัดไม้ใช้ในการชักลากไม้ โดยเริ่มออกเดินทางจากบ้านแม่สามแลบ อำเภอแม่สบเมย จังหวัดแม่ฮ่องสอน ล่องไปตามลำน้ำจนถึงบ้านสบเมยซึ่งเป็นจุดสุดท้ายที่แม่น้ำสาละวินไหลลัดเลาะชายแดนไทยก่อนเข้าไปยังประเทศพม่า

ผู้สื่อข่าวได้มีโอกาสล่องเรือต่อไปจนถึงเมืองเมียนจีหงู่ ในรัฐกะเหรี่ยง ซึ่งอยู่ลึกเข้าไปจากบ้านสบเมยประมาณ 50 กิโลเมตร

11076937_885898738120079_1475298829_n

ระหว่างทางผู้สื่อข่าวได้สอบถามชาวบ้านและทหารในพื้นที่ ซึ่งส่วนใหญ่ไม่มีใครกล้าเปิดเผยข้อมูลที่ชัดเจนเกี่ยวกับเรื่องแพไม้ที่ล่องตามแม่น้ำสาละวินลงมา บอกเพียงว่าเป็นการทำไม้โดยเจ้าของกิจการซึ่งเป็นคนท้องถิ่น และมีชาวบ้านเป็นเครือข่ายซึ่งแต่ละคนก็จะมีโรงเลื่อยที่ส่งไม้ตามใบสั่ง และไม่มีการให้ข้อมูลว่าเจ้าของโรงเลื่อยเป็นใคร บอกเพียงว่าเป็นคนท้องถิ่น

ทั้งนี้เป็นที่น่าสังเกตว่า บริเวณฝั่งซ้ายของแม่น้ำสาละวิน พบว่ามีโรงเลื่อย 2 แห่ง ซึ่งตั้งอยู่ริมแม่น้ำ และพบโรงเลื่อยอีก 1 แห่งอยู่ที่ หมู่บ้านยินไบ ซึ่งเป็นโรงเลื่อยสร้างใหม่ เมื่อปีที่ผ่านมายังไม่มีโรงเลื่อยแห่งนี้ นอกจากนี้ตลอดการนั่งเรือเกือบ 2 ชั่วโมง พบว่ามีแพไม้สักล่องตามน้ำลงมาเป็นระยะๆ มีทั้งแพใหญ่และแพเล็ก11079766_885898781453408_2004225514_n

“เราเองก็ไม่รู้ว่าไม้สักเหล่านี้ หลังจากดึงขึ้นฝั่งเข้าโรงเลื่อยแปรรูปแล้ว จะถูกส่งต่อไปที่ใด แต่ได้ยินว่าสามารถส่งมาที่อำเภอแม่สอด จังหวัดตากได้ โดยอ้างว่าเป็นไม้จากพม่า แต่ปัญหาที่พบตอนนี้คือไม้ในสาละวินฟากตะวันออก (ในพม่า) แทบหมดแล้ว ผมเชื่อว่าไม้ส่วนหนึ่ง ถูกส่งต่อมายังโรงเลื่อยไม้ของนายพาดา (นามสมมุติ) หนึ่งในผู้คุมกองกำลังรักษาชายแดนของกองทัพพม่า (BGF) ที่อยู่ตรงข้ามแม่สอดแน่นอน เพราะแถวนี้ไม่มีไม้แล้ว แต่โรงเลื่อยของเขากลับเกิดขึ้นมาพร้อมกรณีไม้สาละวินล่าสุด” แหล่งข่าวในพื้นที่ให้รายละเอียด

แหล่งข่าวรายนี้กล่าวด้วยว่า หากเป็นขบวนการของนายพาดาจริง แน่นอนว่าย่อมมีนักธุรกิจหลายกลุ่มร่วม รวมถึงเจ้าหน้าที่ไทยหลายหน่วยงานด้วย เนื่องจากนายพาดาเป็นหัวหน้ากำลังกว่า 13 กองร้อย ทำธุรกิจหลายอย่างทั้งคาสิโนขนาดใหญ่ฝั่งเมียวดี ตรงข้ามอำเภอแม่สอด เขารู้จักข้าราชการไทยระดับสูงหลายคน และมีผู้เคยเห็นภาพเขาไปคุยกับทหารคนสำคัญระดับพลเอกคนหนึ่งของไทยซึ่งเกษียณไปแล้ว

“นายพาดาคุมพื้นที่ที่พม่าดูแลทั้งหมดในรัฐกะเหรี่ยง ตั้งแต่ชายแดนทางเหนือ ตรงข้ามอำเภอแม่สะเรียง จังหวัดแม่ฮ่องสอน ลงไปถึงด่านเจดีย์สามองค์ จังหวัดกาญจนบุรี หากเป็นแถบแม่น้ำสาละวิน เขาดูแลตั้งแต่บ้านสบเมยลงไป หน่วย BGF ที่มาตั้งอยู่ใกล้หน่วยของกองทัพพม่า ใต้บ้านสบเมยต่างก็อยู่ใต้การบังคับของเขา” แหล่งข่าวกล่าว

11084323_885898771453409_593059887_n

แหล่งข่าวกล่าวว่า แพไม้สักซึ่งบันทึกภาพได้ในรัฐกะเหรี่ยง ดูจากลักษณะขนาดและความยาวของไม้สักคาดว่ามีไม้จากสวนป่าขององค์การอุตสาหกรรมป่าไม้ (ออป.) ปนมาด้วย โดยสามารถเทียบกับขนาดไม้สักที่ปลูกในสวนป่าสาละวินบริเวณชายแดนไทยที่อำเภอสบเมย

ทั้งนี้ปัจจุบันบริเวณชายแดนไทย-พม่า ที่ริมแม่น้ำเมย ก่อนถึงจุดบรรจบแม่น้ำสาละวินที่บ้านสบเมย มีการสนธิกำลังนำโดยกองกำลังนเรศวรและทหารพราน ตั้งจุดสกัดเฝ้าระวังการลักลอบส่งไม้ล่องแม่น้ำออกไป โดยมีการส่องแสงสว่างจากสปอตไลต์ลงไปในแม่น้ำ แต่ทางฝั่งริมแม่น้ำสาละวิน ยังไม่มีการตั้งหน่วย ทำให้เป็นช่องโหว่ที่ขบวนการยังสามารถลักลอบส่งไม่ออกไปจากป่าสาละวินได้ โดยเฉพาะบริเวณอุทยานแห่งชาติสาละวินซึ่งเป็นพื้นที่ที่มีปัญหาในช่วง 2-3 ปีนี้

————-

Comments are closed, but trackbacks and pingbacks are open.