student
ภาพโดย JPaing / The Irrawaddy

 

ผู้ประท้วง 80 คนที่ถูกจับที่เมืองเล็ตปะด่อง ถูกนำตัวขึ้นศาล

เมื่อเช้าวันพุธ (25 มี.ค.) นักศึกษาและผู้สนับสนุนที่ถูกจับทั้งสิ้น 80 คน ถูกนำตัวมาขึ้นศาลในเมืองพะโค โดยทั้งหมดถูกจับในเหตุปราบปรามนักศึกษาที่เมืองเล็ตปะด่อง เมื่อสองอาทิตย์ก่อน มีรายงานว่า รถเจ้าหน้าที่ตำรวจ 3 คันได้นำนักศึกษามายังศาล โดยมีผู้ปกครองและผู้สนับสนุนมาให้การต้อนรับอยู่ด้านนอกศาล

หลังเดินทางมาถึงศาล นักศึกษาได้รับอนุญาตให้พบกับทางครอบครัว โดยพบว่า ส่วนใหญ่เพิ่งได้พบกับครอบครัวครั้งแรกในวันนี้ นับตั้งแต่ถูกจับเมื่อ 2 อาทิตย์ก่อน มีรายงานในเวลาต่อมาว่า ทางการได้ปล่อยตัวอีก 11 คน ขณะนี้ยังมีนักศึกษาและผู้สนับสนุนถูกคุมขังเหลืออยู่ 69 คน

 

parent
ภาพโดย JPaing / The Irrawaddy

อูเนวิน หนึ่งในผู้ปกครองที่มารอลูกสาวที่ศาลในวันนี้เปิดเผยว่า นักเคลื่อนไหวถูกทำร้ายร่างกายหลังถูกจับ และทั้งหมดยังไม่รู้ว่า กำลังเผชิญกับการตั้งข้อหาอะไร เนื่องจากทางการยังไม่แจ้งข้อมูลใดๆ โดยเขายังเปิดเผยว่า มะเพียวเพียวอ่อง ลูกสาวของเขา ถูกทำร้ายที่ศีรษะ 6 ครั้งระหว่างถูกควบคุมตัว ขณะที่คาดว่า นักเคลื่อนไหวที่เหลือกำลังถูกตั้งข้อหาชุมนุมโดยไม่ได้รับอนุญาต ก่อจลาจล ยั่วยุ และก่อให้เกิดเหตุอันตรายต่อเจ้าหน้าที่ รวมแล้ว 5 กระทง แต่ทางการพม่ายังไม่ออกมาแจ้งรายละเอียดเรื่องนี้แต่อย่างใด

นอกจากนักข่าวและญาติที่มารออยู่ด้านนอกศาล ยังพบว่ามีทนายความ 45 คนจากมัณฑะเลย์และย่างกุ้ง มารอที่ศาลเพื่อเสนอตัวว่าความให้กับนักศึกษาและผู้ที่ถูกจับ อีกด้านหนึ่งในสภาล่าง ได้มีการหยิบยกการแก้ไขร่างกฎหมายด้านการศึกษาฉบับใหม่มาหารือเมื่อวันที่ 24 มี.ค.

ทั้งนี้ นักศึกษาและนักเคลื่อนไหวได้ออกมาเดินประท้วงให้แก้กฎหมายด้านการศึกษา ที่ถูกมองว่าไม่มีความเป็นประชาธิปไตย โดยได้เดินทางมาถึงเมืองเล็ตปะด่อง และจะเดินทางต่อไปยังย่างกุ้ง แต่ถูกเจ้าหน้าที่ตำรวจปิดล้อมไว้ที่เมืองเล็ตปะด่อง ก่อนที่จะเกิดเหตุสลายการชุมนุมเมื่อวันที่ 10 มี.ค.ที่ผ่านมา

ที่มา Irrawaddy/AFP/Mizzima

 

ภาพโดย Hein Htet / The Irrawaddy
ภาพโดย Hein Htet / The Irrawaddy

ผู้นำคะฉิ่น KIA ระบุ หยุดยิงทั่วประเทศไม่น่าจะเกิดขึ้นก่อนสงกรานต์ ชี้พม่าใช้เครื่องบินรบโจมตีคะฉิ่นกระทบการเจรจา

นายพลกันมอ ผู้นำระดับสูงของกองทัพเอกราชคะฉิ่น (Kachin Independence Army – KIA) ให้สัมภาษณ์กับนายอองซอ บรรณาธิการบริหารของสำนักข่าวอิรวดีว่า การลงนามหยุดยิงทั่วประเทศระหว่างรัฐบาลเนปีดอว์และคณะทำงานประสานการหยุดยิงทั่วประเทศ (Nationwide Ceasefire Coordination Team – NCCT) ซึ่งเป็นตัวแทนของชนกลุ่มน้อย 17 กลุ่ม ไม่น่าจะเกิดขึ้นภายในกลางเดือนเมษายนที่จะนี้ แม้ผู้นำของชนกลุ่มน้อยและฝ่ายรัฐบาลลงความเห็นว่า การหารือในครั้งหน้าอาจจะนำมาซึ่งการลงนามระหว่างทั้งสองฝ่ายในเร็วๆนี้ก็ตาม

ขณะที่ชนกลุ่มน้อยและฝ่ายรัฐบาลมีแผนจะหารือกันอีกในวันที่ 30 มี.ค.นี้ โดยนายพลกันมอเตือนว่า การที่กองทัพพม่าใช้เครื่องบินรบโจมทีทางอากาศต่อ KIA จะส่งผลกระทบต่อการเจรจาสันติภาพและกระบวนการหยุดยิงของทั้งสองฝ่าย เหตุโจมตี KIA ในระหว่างที่ NCCT กำลังหารือกับรัฐบาลในย่างกุ้ง นายพลกันมอกล่าวว่า มองได้ 2 ประเด็น คือประเด็นแรก รัฐบาลกำลังกดดันให้ KIA ลงนามหยุดยิงโดยเร็ว หรืออีกประเด็นหนึ่งก็คือ รัฐบาลไม่ต้องการสันติภาพ การทำสงครามกับ KIA นำไปสู่การตั้งคำถามถึงความมุ่งมั่นของรัฐบาลในการบรรลุการลงนามหยุดยิงทั่วประเทศมากน้อยแค่ไหน

อีกด้านหนึ่ง ในเขตปกครองตนเองเมืองลาทางภาคตะวันออกของรัฐฉาน  ทางการพม่าได้ห้ามนำสินค้าจากในพม่าไปขายยังเมืองลานานนับเดือนแล้ว โดยหลายฝ่ายเชื่อพม่าอาจต้องการทำสงครามกับกองกำลังเมืองลา หรือ กองกำลังสัมพันธมิตรชาติประชาธิปไตย (National Democratic Alliance Army) เพราะให้ความช่วยเหลือโกก้าง

ที่มา Irrawaddy/Panglong

ภาพโดย Mizzima
ภาพโดย Mizzima

 

 

 

 

สื่อชาติพันธุ์เผย เสรีภาพสื่อในพม่ายังถูกจำกัด

สื่อมวลชนของกลุ่มชาติพันธุ์และเอกชน 90 สำนักจากพื้นที่ต่างๆของประเทศ ได้เข้าร่วมงานประชุมสื่อมวลชน ซึ่งจัดขึ้นที่เมืองฮักคา ในรัฐชิน ทางตะวันตกของพม่า เมื่อวันที่ 19 มี.ค.ที่ผ่านมา โดยได้มีการหารือถึงกฎหมายสื่อในปัจจุบัน การพัฒนาสื่อและการตลาด

ดอว์ เม ตะจ่าน เฮ็น บรรณาธิการหนังสือพิมพ์ มิต มะคา (Myit MaKa) เปิดเผยว่า สื่อของกลุ่มชาติพันธุ์และสื่อเอกชนนั้นไม่สามารถเข้าถึงข้อมูลได้เหมือนสื่อของรัฐ และยังคงถูกเข้มงวดในการเสนอข่าว ดังนั้น จึงต้องการให้สื่อมวลชนในพม่าทำงานร่วมมือกัน เพื่อผลักดันให้เกิดเสรีภาพสื่อในพม่า

ทั้งนี้ ในที่ประชุม ได้มีการแสดงความกังวลเกี่ยวกับเสรีภาพของสื่อมวลชนในพม่า เพราะยังคงถูกจำกัดและเข้มงวดอย่างต่อเนื่อง แม้ทางการจะยกเลิกคณะกรรมการเซ็นเซอร์แล้วก็ตาม ขณะที่การประชุมสื่อมวลชนที่รัฐชินในปีนี้จัดขึ้นเป็นครั้งที่ 3 แล้ว โดยสำนักข่าว Burma News International (BNI) ระหว่างวันที่ 18 – 20 มี.ค. มีผู้เข้าร่วมประชุมมากกว่า 200 คน ทั้งจากสื่อมวลชน องค์กร NGO และพรรคการเมืองชนกลุ่มน้อยเป็นต้น

ที่มา Karen News

Comments are closed, but trackbacks and pingbacks are open.