ภาพโดย Yu Yu/The Myanmar Times
ภาพโดย Yu Yu/The Myanmar Times

ผู้ถือบัตรสีขาวกลายเป็นผู้ไร้สถานะ หลังรัฐประกาศให้บัตรหมดอายุเมื่อวันที่ 31 มี.ค.

รัฐบาลพม่าออกคำสั่งให้บัตรประจำตัวสีขาว หรือบัตรประจำชั่วคราว หมดอายุในวันที่ 31 มี.ค.ที่ผ่านมา ซึ่งเป็นบัตรประจำตัวที่ออกให้กับประชาชนที่ยังไม่ได้รับสัญชาติพม่า และผู้ถือบัตรนี้ส่วนใหญ่พบเป็นชาวมุสลิมโรฮิงญา

ทางการพม่าในรัฐยะไข่ออกมาเปิดเผยว่า ผู้ถือบัตรประจำตัวนี้นับร้อยได้ทยอยนำบัตรมาส่งคืนให้กับทางการพม่าเมื่อวันพุธที่ผ่านมา จนถึงขณะนี้มีประชาชน 1,363 คนได้นำบัตรมาคืน ขัดแย้งกับผู้นำชุมชนมุสลิมในพื้นที่ที่เปิดเผยว่า ชาวบ้านจำนวนมากปฏิเสธที่จะคืนบัตรให้กับทางการ เพราะเป็นเอกสารชิ้นเดียวที่พวกเขามี ขณะที่บางส่วนไม่ไว้ใจเจ้าหน้าที่ซึ่งเป็นชาวยะไข่ จึงยังไม่ยอมคืนบัตร

ทั้งนี้ คาดว่าตัวเลขของผู้ถือบัตรสีขาว น่าจะมีอยู่ราว 6 – 8 แสนคน ส่วนใหญ่เป็นชาวมุสลิมโรฮิงญา โดยหลังคืนบัตรประจำตัวแล้ว ต่อจากนี้ผู้ถือบัตรสีขาวจะเข้าสู่กระบวนการพิสูจน์สัญชาติ ซึ่งจะเริ่มดำเนินการในเดือน มิ.ย.นี้

ทางด้านเจ้าหน้าที่ตรวจคนเข้าเมืองประจำรัฐยะไข่เปิดเผยว่า หากประชาชนที่ถือบัตรสีขาวสามารถพิสูจน์ได้ว่า มีหลักฐานและแสดงประวัติครอบครัวอยู่ในพม่าจริง ก็จะได้รับการออกบัตรหรือแม้แต่ได้รับสัญชาติพม่า แต่หากบุคคลที่ไม่มีเอกสารครบและมาจากบังกลาเทศก็จะถูกดำเนินคดีตามกฎหมาย

อย่างไรก็ตาม รัฐบาลพม่านั้นล้มเหลวตั้งแต่แรกที่ไม่ชัดเจนเกี่ยวกับสถานะของชาวโรฮิงญา ซึ่งเป็นกลุ่มน้อยในพม่า ทั้งนี้ ทางการพม่าประกาศให้บัตรสีขาวหมดอายุในสิ้นเดือนที่ผ่านมา เนื่องจากถูกชาวพุทธยะไข่ประท้วง หลังก่อนหน้านี้รัฐสภาพม่าไฟเขียวให้ผู้ที่ถือบัตรสีขาวสามารถลงประชามติเกี่ยวกับเรื่องรัฐธรรมนูญได้

ที่มา Irrawaddy

ภาพบ่อน้ำที่แห้งที่หมู่บ้านเมียะหน่อง โดย DVB
ภาพบ่อน้ำที่แห้งที่หมู่บ้านเมียะหน่อง โดย DVB

ชาวบ้านในเขตอิรวดีเริ่มขาดแคลนน้ำ

ประชาชนในเมือง “เมียะหน่อง” เขตอิรวดี กำลังเผชิญปัญหาขาดแคลนน้ำอย่างหนัก เนื่องจากบ่อน้ำที่มีอยู่ในพื้นที่แห้งขอด เพราะสภาพอากาศร้อนจัดและแห้งแล้ง มีรายงานว่า ประชาชนในพื้นที่ต้องซื้อน้ำหรือต้องเดินทางไปอาบน้ำตามลำห้วย

มีรายงายงานว่า เจ้าหน้าที่ดับเพลิงท้องถิ่นได้ยื่นมือเข้ามาช่วยเหลือประชาชน โดยได้แจกจ่ายน้ำให้กับประชาชนที่ขาดแคลนบางส่วนแล้ว ทั้งนี้ นายอ่องโม เจ้าหน้าที่ดับเพลิงรายหนึ่งเปิดเผยว่า ทางรัฐบาลพม่าควรที่จะแก้ปัญหานี้ในระยะยาว ไม่เช่นนั้นปัญหาก็จะเกิดขึ้นอีก

ขณะที่ชาวบ้านในพื้นที่แนะให้รัฐบาลท้องถิ่นจัดทำระบบประปาจากเงินภาษีของชาวบ้าน ทั้งนี้ เมืองเมียะหน่องตั้งอยู่ริมฝั่งของแม่น้ำอิรวดี ห่างจากย่างกุ้งไปทางเหนือ 275 กิโลเมตร

ที่มา DVB

 

Pa-An Jul05 (141)

กลุ่มสิทธิกะเหรี่ยงเผย ชาวนาจะถูกยึดที่นา หากเกิดโครงการทางหลวงสายเอเชีย

กลุ่มเพื่อสิทธิกมนุษยชนกะเหรี่ยง(The Karen Human Rights Group ได้ออกมาเปิดเผยว่า หากโครงการถนนสายเอเชีย ซึ่งจะเชื่อมผ่านหมู่บ้านอินดูและเมืองกอกาเร็ก รัฐกะเหรี่ยงเกิดขึ้น จะทำให้ที่นาของชาวบ้านในพื้นที่ถูกยึด และจะส่งผลกระทบต่อวิถีชีวิตของชาวบ้าน ทั้งนี้ ทางหลวงสายเอเชีย เป็นเส้นทางที่จะเชื่อมการติดต่อระหว่างประเทศต่างๆ ในเอเชีย ปัจจุบัน ทางหลวงสายเอเชียที่สร้างเสร็จและใช้การได้แล้วมีประมาณร้อยละ 80

ตามรายงานของกลุ่มเพื่อสิทธิมนุษยชนกะเหรี่ยงระบุว่า โครงการถนนสายเอเชียนั้นเป็นโครงการขนาดใหญ่ระดับภูมิภาค และได้รับเงินสนับสนุนจากธนาคารเพื่อการพัฒนาเอเชีย (Asian Development Bank) โดยโครงการจะเชื่อมผ่านหมู่บ้านอินดูไปยังเมืองกอกาเร็กนั้น จะตัดผ่าน 17 หมู่บ้าน และอีก 1 เมืองในอ.ผาอัน

กลุ่มสิทธิมนุษยชนกะเหรี่ยงเผยว่า โครงการจะส่งผลกระทบในหลายหมู่บ้าน รวมไปถึงที่ดินเพาะปลูกทำเกษตรกรรม ร้านค้าและบ้านเรื่องที่อยู่ตามเส้นทาง กลุ่มเพื่อสิทธิมนุษยชนกะเหรี่ยงได้โจมตีรัฐบาลพม่าว่า ดำเนินการโครงการเหล่านี้ขึ้นโดยไม่เคารพต่อสิทธิของประชาชนท้องถิ่น รวมถึงไม่พิจารณาถึงผลประโยชน์ที่ประชาชนจะได้รับจากโครางการเหล่านี้แต่อย่างใด

ที่มา Karen News

Comments are closed, but trackbacks and pingbacks are open.